ห่วงคนไทยไตวาย-ไม่เก็บปี65รอเศรษฐกิจฟื้น

คลังเร่งศึกษาแนวทางจัดเก็บภาษีความเค็ม ทั้งจากอาหารสำเร็จรูปและอาหารกึ่งสำเร็จรูป ขนมขบเคี้ยว รวมถึงเครื่องปรุงอาหาร หวั่นคนไทยไตวาย ตั้งเป้าลดบริโภคโซเดียม 20% ด้านสรรพสามิตแจงยังไม่เก็บปี 2565 รอเศรษฐกิจฟื้นตัวก่อน

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง กล่าวในงานสัมมนาเพื่อการขับเคลื่อนมาตรการลดการบริโภคเกลือโซเดียมในประชากรไทยว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการศึกษาแนวทางการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตความเค็มตามปริมาณโซเดียม และจะดำเนินมาตรการดังกล่าวในช่วงเวลาที่เหมาะสมต่อไป

โดยมาตรการภาษีสรรพสามิตเป็นอีกเครื่องมือที่ช่วยสนับสนุนให้ประชาชนและผู้ประกอบอุตสาหกรรมลดการบริโภค และลดการผลิตสินค้าที่มีปริมาณโซเดียมสูง ร่วมกับการใช้มาตรการอื่นที่ไม่ใช่ภาษี มีเป้าหมายให้การบริโภคโซเดียมของคนไทยในแต่ละวันให้น้อยกว่า 20% ต่อคนต่อวัน หรือเหลือ 2,800 มิลลิกรัมต่อคนต่อวัน จากอัตราการบริโภคของคนไทยในปัจจุบันที่ 3,600 มิลลิกรัมต่อคนต่อวัน และมีเป้าหมายให้ลดต่ำกว่า 2,000 มิลลิกรัมต่อคนต่อวันเป็นไปตามมาตรฐานการศึกษาข้อมูลขององค์การอนามัยโลก

นายอาคมกล่าวอีกว่า ภาษีความเค็มจะจัดเก็บทั้งจากอาหารสำเร็จรูปและอาหารกึ่งสำเร็จรูป ขนมขบเคี้ยว รวมถึงเครื่องปรุงอาหาร เช่น ผงชูรส น้ำปลา เกลือ ผงปรุงรส เป็นต้น มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาช่วยดูแล ได้แก่ สำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม

ขณะที่ร้านอาหาร ภัตตาคาร ต้องมีองค์การอาหารและยา (อย.) เข้ามาช่วยดูคุณภาพ โดยใช้ระบบเดียวกับภาษีความหวานที่ต้องมีการวัดปริมาณที่ชัดเจน

ด้านนายณัฐกร อุเทนสุต ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาระบบควบคุมทางสรรพสามิต กรมสรรพสามิต กล่าวว่า ภาษีโซเดียมไม่ได้มุ่งเป้าหมายที่การเพิ่มรายได้ของรัฐบาล แต่เพื่อปกป้องสุขภาพของประชาชนและการสูญเสียชีวิตจากการบริโภคโซเดียมเกินพอดี

ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการศึกษาและยืนยันว่ายังไม่เริ่มเก็บในปี 2565 ส่วนการจัดเก็บยังต้องดูความพร้อมของภาคอุตสาหกรรมรวมถึงภาพรวมของเศรษฐกิจด้วย เนื่องจากเศรษฐกิจยังอยู่ระหว่างการฟื้นตัว มองว่าหากมูลค่าจีดีพีอยู่ที่ 16 ล้านล้านบาท อาจจะสามารถดำเนินการจัดเก็บภาษีจากความเค็มได้ และคาดว่าจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 8 ปี

โดยเบื้องต้นจะให้เวลาอย่างน้อย 6 เดือนถึง 1 ปีสำหรับการปรับตัวก่อนจะมีการจัดเก็บภาษีจริง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน