ถกรับอากาศเปลี่ยน-เข้มเหมือง – ทำเนียบรัฐบาล – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ และคณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการแร่แห่งชาติ (คนร.)

โดยพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เมื่อเร็วๆ นี้ เห็นชอบให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้านการขับเคลื่อนและบริหารจัดการคาร์บอนเครดิต จากมาตรการการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกของประเทศ มีรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เป็นประธาน เพื่อบูรณาการทุกภาคส่วนให้รองรับยุทธศาสตร์ระยะยาว เพื่อบูรณาการทุกภาคส่วนให้ดำเนินการรองรับยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนา แบบปล่อยก๊าซ เรือนกระจกต่ำของประเทศไทย

มีเป้าหมายเพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี 2593 และปล่อยก๊าซเรือนกระจก สุทธิเป็นศูนย์ ในปีพ.ศ.2608 มีมาตรการที่สำคัญคือ การปลูกและฟื้นฟูป่าอนุรักษ์ การปลูกป่าเศรษฐกิจ เพิ่มพื้นที่สีเขียว ป้องกันการบุกรุกป่า และเผาป่า รวมทั้งเห็นชอบเตรียมจัดการประชุมภาคี การขับเคลื่อนการปฏิบัติงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย

พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ขอให้ทส. กระทรวงมหาดไทย และทุกจังหวัด เร่งขับเคลื่อนการปฏิบัติงานพร้อมสร้างความเข้าใจให้ประชาชนได้ตระหนักรู้ เห็นความสำคัญ และมีส่วนร่วม เพื่อแก้ปัญหาภูมิอากาศ และให้ทุกภาคส่วน และประชาชน ร่วมปลูกป่าเพิ่มพื้นที่สีเขียว

นอกจากนั้นรับทราบผลประชุม รัฐภาคีกรอบอนุสัญญา สหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26 (COP 26) ห้วง 29 ต.ค.-12 พ.ย.64 ที่เมือง กลาสโกว์ สหราชอาณาจักร โดยไทยแสดงจุดยืนให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาและให้ความร่วมมือกับทุกประเทศ

ส่วนการประชุมคนร. ได้รับทราบความก้าวหน้า การกำหนดเขตแหล่งแร่ เพื่อการทำเหมือง ซึ่งต้องมีการประเมินตามหลักเกณฑ์การจำแนกทรัพยากรแร่ของประเทศ และจัดทำเป็นแผนที่เขตแหล่งแร่ รวมทั้งกำหนดพื้นที่ที่มีศักยภาพในการทำเหมืองตามปัจจัย 5 ด้านของ TMFC (Thailand Mineral Framework Classification)

และเห็นชอบให้ทบทวนกรอบระยะเวลาแผนแม่บท ในการบริหารจัดการแร่ ให้สอดคล้องกับกรอบระยะเวลาของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (ปี 2561-80) และเน้นย้ำให้ ผู้เกี่ยวข้องในการบริหารจัดการแร่ ต้องคำนึงถึงการอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อม และความเข้าใจโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน