เจาะกลยุทธ์‘ดีพร้อม’รุกติดสปีด
ยกระดับกาแฟอาราบิก้าภาคเหนือ

รายงานพิเศษ

ตามนโยบายที่ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม มอบหมายให้กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) หรือ ‘ดีพร้อม’ เร่งฟื้นฟูภาคส่วนสำคัญทั้งด้านเกษตรกรรม อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว รวมทั้งวิสาหกิจชุมชนในหลายพื้นที่ หลังรัฐบาลเริ่มผ่อนคลายมาตรการ ควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19

หนึ่งในนโยบายที่สำคัญ คือการยกระดับกาแฟ ‘อาราบิก้า’ ให้เกิดขึ้นอย่างครบวงจร ภายใต้อัตลักษณ์กาแฟภาคเหนือ

เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์กาแฟที่มีคุณภาพ และทำให้ภาคเหนือตอนบน เป็นแหล่งผลิตเมล็ดกาแฟที่มีชื่อเสียง

การศึกษาภาพรวมตลาดกาแฟ พบว่าปัจจัยที่เป็นตัวเร่งให้ผู้ประกอบการ ต้องปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจ

ทั้งการเติบโตของธุรกิจร้านเครื่องดื่ม (คาเฟ่)

การลดบริโภคเครื่องดื่มนอกบ้าน จากมาตรการล็อกดาวน์

การเปลี่ยนพฤติกรรมมาสู่ยุคชีวิตวิถีใหม่ (นิว นอร์มัล)

และการเปลี่ยนพฤติกรรมการดื่มกาแฟสด เลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากช่องทางออนไลน์และเดลิเวอรี่เพิ่มมากขึ้น

ตั้งแต่ปี 2562 จนถึงปัจจุบัน ดีพร้อมพัฒนาทักษะและผลักดัน ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมกาแฟในภาคการผลิตและภาคบริการ ให้ก้าวสู่ทิศทางที่ดีขึ้น สามารถสร้างมูลค่าตลาดกาแฟในภาคเหนือตอนบนเติบโตมากขึ้นถึง 5,000 ล้านบาท

จากมูลค่าตลาดรวมทั้งประเทศปี 2562 อยู่ที่ 37,000-38,000 ล้านบาท มาเป็น 42,537 ล้านบาท ในปี 2563

แบ่งเป็นกาแฟสดเติบโตเฉลี่ย 5.8% อยู่ที่ 4,119 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 9.7% กาแฟสำเร็จรูปเติบโตเฉลี่ย 3.8% อยู่ที่ 38,418 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 90.3%

นายณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกสอ. ระบุว่า แม้ปีนี้สถานการณ์ การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะรุนแรง แต่ด้วยการปรับตัวของผู้ประกอบการที่มุ่งขายในตลาดออนไลน์ทดแทนตลาดปกติ

บวกกับการสนับสนุนจากภาครัฐ ทำให้มั่นใจว่าภาพรวมตลาดกาแฟปี 2564 นี้จะยังคงเติบโตได้ 10-15%

“ปัจจุบันไทยบริโภคกาแฟในประเทศสูงถึง 70,000 ตันต่อปี ขณะที่ไทยผลิตได้เองเพียง 10,000 ตันต่อปี ที่เหลือนำเข้าทั้งหมด อีกทั้งจากการศึกษาข้อมูลตลาดกาแฟโลกคาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดกาแฟในช่วงปี 2564-2566 จะเติบโตอย่างต่อเนื่องปีละ 9% คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 1.91 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ชี้ให้เห็นว่าโอกาสกาแฟไทยยังมีอีกมาก”

ดีพร้อมจึงมีแนวทางเพิ่มโอกาสการเติบโตของผู้ผลิตกาแฟในพื้นที่ภาคเหนือ ผ่านโครงการยกระดับศูนย์กลางการพัฒนาอัตลักษณ์กาแฟอาราบิก้าภาคเหนือ 6 แนวทาง

1.การพัฒนาคุณภาพมาตรฐานเมล็ดกาแฟอาราบิก้า ซึ่งมีการ เพาะปลูกในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนกว่า 70,000 ไร่ ให้มีอัตลักษณ์ เฉพาะถิ่นในด้านกลิ่น รสชาติ และลักษณะปรากฏเฉพาะของกาแฟ นำผู้เชี่ยวชาญเข้าไปช่วยแบ่งปันเทคนิคต่างๆ

2.ส่งเสริมกระบวนการคั่ว ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนมีโรงคั่วอยู่กว่า 70 แห่ง เป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของการเติบโตอุตสาหกรรมกาแฟในพื้นที่ ช่วยลดปัญหาการจัดการของเสียจากการแปรรูปกาแฟ เช่น กลิ่นควันจากกระบวนการเผาไหม้ การกำหนดให้แต่ละโรงคั่ว มีมาตรฐานเดียวกัน โดยเฉพาะในกลุ่มโรงคั่วขนาดเล็ก

รวมถึงเข้าไปสนับสนุนเกษตรกรที่ต้องการลงทุนทำกาแฟคั่วบด ด้วยการเรียนรู้จากผู้ประกอบการในคลัสเตอร์กาแฟที่ประสบความสำเร็จ

3.ยกระดับธุรกิจผ่านแนวทางการเกษตรสร้างสรรค์ ผลักดันกาแฟในแต่ละดอยมีอัตลักษณ์เฉพาะตัวของตัวเอง เช่น กาแฟอมก๋อย กาแฟดอยวาวี กาแฟดอยอินทนนท์ กาแฟดอยผาหมี รวมถึงรูปแบบของผลิตภัณฑ์และบริการที่ตรงกับความต้องการของ ผู้บริโภค

เช่น การทำกาแฟแบบแคปซูล กาแฟที่มีกลิ่นเฉพาะ กาแฟดริป ดึงดูดช่องทางค้าขายออนไลน์ ยกระดับพื้นที่เพาะปลูกให้เป็นสถานที่ ท่องเที่ยว

4. การส่งเสริมธุรกิจกาแฟของภาคเหนือตอนบนผ่านศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 และศูนย์พัฒนาและทดสอบอัตลักษณ์กาแฟ อาราบิก้าภาคเหนือของดีพร้อม จะเป็นศูนย์กลางสร้างเครือข่าย ของหน่วยงานด้านการวิจัยและพัฒนาที่มีความพร้อมทั้งบุคลากร ที่เชี่ยวชาญ โปรแกรมอบรมวิชาชีพสำหรับผู้ที่สนใจจัดตั้งหรือพัฒนาธุรกิจกาแฟ

5.เพิ่มโอกาสขยายตลาดทั้งช่องทางการค้าออนไลน์ ห้างสรรพสินค้า เครือข่ายร้านกาแฟที่มีชื่อเสียง ส่งเสริมการออกแบบสินค้า การจดสิทธิบัตร-ขึ้นทะเบียนสินค้าเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์

บ่มเพาะวิธีการสร้างเรื่องราวหรือการสร้างคอนเทนต์ โดยอาศัยความพิเศษของวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ เพื่อปลุกระแสให้เกิดเทรนด์การดื่มกาแฟ 1 กลิ่น 1 แก้ว 1 วัน ให้เข้าถึงกลุ่มร้านค้าและผู้บริโภค

และ 6.การรวมกลุ่มของอุตสาหกรรมกาแฟผ่านคลัสเตอร์ ตั้งแต่ต้นทางการเพาะปลูก คัดพันธุ์ การเก็บเกี่ยว ตลอดจนการเก็บรักษาเมล็ดกาแฟให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและมาตรฐานกลางทางการควบคุม คุณภาพและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และปลายทางสนับสนุนการประกอบธุรกิจกาแฟ

เสริมสร้างองค์ความรู้และทักษะบุคลากร และการบริหารจัดการหน้าร้าน เพื่อให้เกิดความอยู่รอดและยั่งยืน

ปี2565 ดีพร้อม วางแนวทางผลักดันให้ผลผลิตจากเกษตรกร- ผู้ประกอบการเข้าสู่ตลาดผู้บริโภคที่หลากหลาย ทั้งกลุ่มพรีเมียม กลุ่มผู้รักสุขภาพ รวมถึงธุรกิจร้านเครื่องดื่มผ่านการพัฒนาคุณภาพและรสชาติ แทนการเพิ่มปริมาณเพื่อเจาะตลาดกาแฟพิเศษ

โดยเฉพาะผู้บริโภคที่มีความชื่นชอบและให้ความสำคัญกับกลิ่น รสชาติ ลักษณะเฉพาะ และเรื่องราวของเมล็ดกาแฟที่มาจากแต่ละพื้นที่เพาะปลูก เพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับกาแฟของภูมิภาคและสามารถขายได้ในราคาสูง

ปัจจุบันมีกลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพและสามารถพัฒนาได้อย่างเป็น รูปธรรม ในพื้นที่เพาะปลูกบนดอยรวมกว่า 20 แห่ง สามารถพัฒนาเป็นคุณสมบัติพิเศษที่สร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวของผลิตภัณฑ์กาแฟ

เช่น กาแฟกลิ่นส้ม ผลิตภัณฑ์กาแฟเข้มข้น การผลักดันให้สินค้าใกล้เคียงกับมาตรฐานโลก และยกระดับศักยภาพให้เป็นพื้นที่สำคัญของการเพาะปลูก การแปรรูปในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และระดับโลกต่อไป

ดีพร้อม ลงพื้นที่เยี่ยมชมกิจการผู้ประกอบการร้านกาแฟ หญ่าโย คอฟฟี่ (YAYO COFFEE) ที่ จ.เชียงราย

ด้าน นางสุกัญญา บีซีทู ผู้ประกอบการจากบริษัท หญ่าโย ดีซี จำกัด กล่าวว่า แต่เดิมหญ่าโยเป็นผู้ปลูกกาแฟ และผลิตเมล็ดกาแฟดิบ จัดจำหน่ายให้กับคู่ค้าเป็นหลัก กำลังการผลิตอยู่ที่ 5 ตันต่อเดือน แต่จากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ออร์เดอร์เมล็ดกาแฟดิบลดลง

ทางหญ่าโยจึงมีความคิดที่จะพัฒนากาแฟชนิดพิเศษ มองหาการรับรองมาตรฐานคุณภาพเมล็ดกาแฟที่มีความน่าเชื่อถือ และเข้าร่วมกิจกรรมการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานเมล็ดกาแฟวิจัยพัฒนา เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์กาแฟอาราบิก้า

ภายใต้โครงการยกระดับศูนย์กลางการพัฒนาอัตลักษณ์กาแฟอาราบิก้าภาคเหนือ กับศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 ของดีพร้อม

นับเป็นจุดกำเนิดร้านกาแฟ “YAYO COFFEE” เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวในประเทศ และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ “YAYO COFFEE” ที่ได้รับการพัฒนามาจากทางดีพร้อม

ส่วน นายจีรศักดิ์ จูเปาะ ผู้ประกอบการจากบริษัท หญ่าโย จำกัด เจ้าของแบรนด์ร้านกาแฟ หญ่าโย คอฟฟี่ จ.เชียงราย กล่าวว่า ขณะนี้กลุ่มผู้บริโภคกาแฟ เริ่มเป็นกลุ่มเด็กนักเรียนมัธยมศึกษา ชั้นปีที่ 3-5 มากขึ้น

การทำตลาดกาแฟจะทำรสชาติเฉพาะเจาะจง เช่น สูตรกาแฟผสมน้ำผลไม้ เครื่องดื่มต่างๆ ให้เด็กดื่มได้

“ผู้บริโภคทั่วไปเมื่อเดินทางมาท่องเที่ยวมักเลือกร้านกาแฟท้องถิ่นมากขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการร้านกาแฟพัฒนาสูตร และคุณภาพอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งจากโควิด-19 ทำให้ผู้บริโภคหันมาดื่มกาแฟ ที่บ้านมากขึ้น ผู้ประกอบการจึงพัฒนากาแฟสูตรชงบริโภคที่บ้าน เช่น การบดเมล็ดกาแฟสำหรับชงแบบดริปได้เอง ช่วยสร้างจุดขาย ได้มากขึ้น”

สำหรับกาแฟหญ่าโย มีโรงคั่วกาแฟเป็นของตัวเอง รับซื้อเมล็ดกาแฟจากผู้ปลูกกาแฟท้องถิ่นกว่า 300 ครัวเรือน ที่ได้ร่วมโครงการกับดีพร้อม

ในอนาคตตั้งเป้าหมายพัฒนาเมล็ดกาแฟให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและมีคุณภาพยิ่งขึ้น รวมถึงการขยายตลาดในห้างค้าปลีกสมัยใหม่ ต่อไป

นับเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่มีอนาคต สวนกระแสโควิด-19

เพียงแค่เราไม่หยุดคิด พร้อมที่จะเรียนรู้และปรับตัว ทุกคน มีโอกาสเติบโตได้เช่นกัน

ผลิตภัณฑ์ YAYO COFFEE

นายณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมหรือดีพร้อม

ทดลองผลิตภัณฑ์

หญ่าโย คอฟฟี่ มีกลิ่นและรสชาติโดดเด่นเป็นอัตลักษณ์

เยี่ยมชมกิจการร้านกาแฟ หญ่าโย คอฟฟี่ (YAYO COFFEE)

เทคโนโลยีสมัยใหม่ด้วยการส่งเสริมจากดีพร้อม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน