ผ้า‘ผักตบชวา’มทร.ธัญบุรี เสริมรายได้‘เกษตรกร-วิสาหกิจชุมชน’

15 ธ.ค. 2564 - 14:30 น.

ผ้า‘ผักตบชวา’มทร.ธัญบุรี – เชื่อว่าหลายคนคงไม่รู้ว่าแต่ละปีภาครัฐใช้งบประมาณก้อนโตในการกำจัด “ผักตบชวา” และถือเป็นวาระแห่งชาติ โดยมีกลไกหลักอย่างคณะกรรมการอำนวยการบูรณาการเพื่อแก้ไขปัญหาผักตบชวา ที่มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน แต่ในความเป็นจริงเราๆ ท่านๆ ก็ยังคงเห็นผักตบชวาขึ้นอยู่ดาษดื่นตามแหล่งน้ำทั่วไป

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ขณะที่ยังไม่สามารถกำจัดผักตบชวาให้หมดไปจากลำน้ำในบ้านเราได้ ทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) จ.ปทุมธานี ทำโครงการวิจัย เรื่อง การพัฒนาผลิตภัณฑ์ผักตบชวาอุตสาหกรรมแฟชั่น ภายใต้การนำของ ผศ.ดร.สาคร ชลสาคร คณบดีคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี และคณะ ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เมื่อปี 2560 ด้วยการนำเส้นใยจากผักตบชวามาผสมกับเส้นใยฝ้าย ทอเป็นผืนผ้า แล้วตัดเย็บเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า และเฟอร์นิเจอร์ นอกจากช่วยกำจัดผักตบชวาไปในตัวแล้ว ยังสร้างมูลค่าเพิ่มได้อีกด้วย โดยแบรนด์ผ้าใช้ชื่อ “สาคร” และ แบรนด์ “บ้านหัตถศิลป์”

ทั้งนี้ทางมทร.ธัญบุรีได้นำผลงานวิจัยดังกล่าว เข้าร่วมประกวดและจัดแสดงในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ เมื่อไม่นานมานี้ ปรากฏว่าคว้ารางวัล Gold Award ได้รับถ้วยรางวัลจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม

วันก่อนวช.เลยชวนไปติดตามผลสำเร็จของโครงการวิจัยนี้ที่มทร.ธัญบุรี เผื่อให้เห็นทุกกระบวนการจนได้มาเป็นเสื้อผ้า หมวก และกระเป๋าสวยๆ

ผศ.ดร.สาครเล่าว่า เริ่มจากการนำลำต้น (ไม่มีใบ) ของผักตบที่มีอายุ 3 เดือนขึ้นไปมาใส่เครื่องแยกสกัดเส้นใยผักตบชวา จนได้เส้นใยผักตบ จากนั้นนำไปผึ่งลมให้แห้ง ก่อนนำไปผสมกับเส้นใยฝ้ายในอัตราส่วนเส้นใยผักตบ 40% ใยฝ้าย 60% เพื่อทอเป็นผืนผ้า ซึ่งจะใช้เครื่องจักรหรือทอมือก็ได้

อย่างไรก็ตามในอนาคตอาจวิจัยเพื่อให้ใช้ใบผักตบชวาได้ถึง 100% แต่ต้องทำให้เส้นใยละเอียด

ความสำเร็จของโครงการนี้ เกิดจากการบูรณาการหลายศาสตร์หลายคณะ มีทั้งสาขาวิศวะ สาขาการตลาด สาขาแฟชั่น เพื่อให้ครบตั้งแต่ต้นน้ำจนถึง ปลายน้ำ อย่างเช่นเครื่องแยกสกัดเส้นใยผักตบชวามีการพัฒนาโดยอาจารย์และนักศึกษาวิศวะ จนตอนนี้ได้เครื่องที่มีราคาถูกลงเหลือแค่ 4 หมื่นกว่าบาท แต่ก่อนเครื่องละ 7 หมื่นบาท และมีขนาดใหญ่เทอะทะเคลื่อนย้ายลำบาก ตอนนี้ใส่ล้อเคลื่อนย้ายได้สะดวก

สำหรับผ้าผักตบชวาในอดีตขายเมตรละ 650 บาท ตอนนี้ต้นทุนลดลงเหลือแค่เมตรละ 400 บาท ในอนาคตอยากทำให้เหลือราคาเมตรละ 200 บาทเท่านั้น เพื่อให้ผู้คนหันมาใช้ผ้าผักตบชวากันมากขึ้น ซึ่งมีคุณสมบัติเหมือนผ้าฝ้ายทั่วไปคือ ใส่สบายไม่ร้อน น้ำหนักเบา ระบายความร้อนได้ดี มีความแข็งแรง ดูแลรักษาง่ายเช่นเดียวกับผ้าเส้นใยธรรมชาติอื่นๆ มีลวดลายที่มีผิวสัมผัสสวยงามเป็นธรรมชาติ ผลิตจากใยธรรมชาติ 100% สวมใส่แล้วเท่ากับช่วยลดสวะและลดมลพิษทางน้ำไปด้วย โดยผักตบชวา 100 ก.ก. สามารถปั่นได้เส้นใย 5 ก.ก.


“พูดได้ว่าผ้าจากผักตบชวาของมทร.ธัญบุรี เป็นที่เดียวในโลกที่ผลิตมาจากผักตบชวา และพัฒนาสู่แฟชั่นทันสมัย จึงอยากให้ผ้านี้เป็นที่รู้จักกันมากขึ้น เนื่องจากตอนนี้คนยังรู้จักผ้าชนิดนี้น้อย อยากให้กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย นำผลงานวิจัยนี้ไปโชว์ โดยเฉพาะในงานจำหน่ายสินค้าโอท็อป และอยากให้พล.อ.ประยุทธ์ได้มาสวมใส่ ในฐานะผู้นำประเทศ ซึ่งจะสามารถขยายผลได้เร็วขึ้น” ผศ.ดร.สาครกล่าวและว่า การสวมใส่ผ้าผักตบชวา เท่ากับเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อมไปในตัว เป็นการรักษ์โลก เพราะนำพืชกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีก เป็นการสนับสนุนระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน‘BCG’ ที่เน้นการนำวัสดุต่างๆ กลับมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด

ผศ.ดร.สาครบอกด้วยว่า กลุ่มวิสาหกิจชุมชนและกลุ่มทอผ้าในภาคอีสานหลายจังหวัด สั่งเส้นด้ายผักตบชวาไปทอผสมร่วมกับผ้าไหมและผ้าฝ้าย เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผ้าพื้นเมือง และบางส่วนนำผ้าผักตบชวาไปตัดเสื้อผ้า

ทั้งนี้นักวิจัยได้มีการต่อยอดองค์ความรู้ลงไปสู่ชุมชนที่จ.อยุธยา และพื้นที่ใกล้เคียงมหาวิทยาลัย เกิดการสร้างงานสร้างรายได้ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน มีชุมชนต่างๆ รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อไปประยุกต์ใช้แล้ว อาทิ ชุมชนผลิตเสื้อผ้า ชุมชนผลิตพวกเก้าอี้ (เคหะสิ่งทอ) ผลิตพรมจากผักตบชวา โดยการผลิตพรมจะมีทีมนักวิจัยจากคณะวิศวะคอยช่วยดูแล เรื่องของเทคนิคการผลิตที่ไม่เกิดปัญหาเชื้อรา ส่วนผ้าทอที่ใช้ผลิตเป็นเสื้อผ้าทั่วไปการผลิตจะทำในเชิงอุตสาหกรรม มีบริษัทก้องเกียรติเท็กซ์ไทล์ เข้ามาช่วยในเรื่องของการผลิตผ้า ผลิตเส้นด้ายขึ้นมาจากการเปิดตัวทดลอง ได้รับการตอบรับที่ดีโดยเฉพาะลูกค้าต่างชาติอย่างเกาหลี ที่สนใจกระเป๋าที่ทำจากผ้าผักตบชวา

นายนิกร เอี่ยมสะอาด เจ้าของแบรนด์ ‘นิกรเครื่องหนัง’ ที่เข้าร่วมโครงการ แจงว่า นำผ้าผักตบชวามาทำเป็นกระเป๋าตกแต่งด้วยเศษหนังวัว ได้รับความสนใจอย่างดีจากลูกค้าเกาหลี

ด้าน นายพนม คำดี อยู่บ้านเลขที่ 6/4 หมู่ 3 ต.คลองหก อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ผู้เก็บผักตบชวาในคลองเล็กๆ หน้าบ้าน ตัดส่งขายให้กับทางมทร.ธัญบุรี เล่าว่า หากทางอาจารย์สั่งมาก็จะตัดให้ ขาย ก.ก.ละ 10 บาท ครั้งหนึ่งตัดต้นสดได้เป็นตัน ต่อไปทางมทร.ธัญบุรีจะนำเครื่องแยกสกัดเส้นใยผักตบชวามาไว้ที่บ้าน

สนใจผ้าผักตบชวาของมทร.ธัญบุรี ติดต่อสอบถามได้ที่ 0-2549-3690 หรือโทร. 0-2549-3161

ภาวิณีย์ เจริญยิ่ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ ผ้า‘ผักตบชวา’มทร.ธัญบุรี เสริมรายได้‘เกษตรกร-วิสาหกิจชุมชน’
ข่าวที่เกี่ยวข้อง