เด็กวัยเรียนรู้DO&DON’T – “การคิดเชิงวิพากษ์” (Critical Thinking) หรือคิดอย่างมีวิจารณญาณ คิดเป็นขั้นเป็นตอน อยู่บน พื้นฐานของเหตุและผล เป็นอีกหนึ่งทักษะที่จำเป็นสำหรับการดำเนินชีวิตของเด็กยุคใหม่
ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และประธานกรรมการ โรงเรียนนานาชาติเวลลิงตันคอลเลจ กรุงเทพฯ กล่าวว่า Critical Thinking มีความสำคัญและเป็นอีก ทักษะที่จำเป็นสำหรับเด็ก การปลูกฝังเรื่อง Critical Thinking ควรเกิดจากความร่วมมือของทุกฝ่ายทั้งจากที่บ้านและโรงเรียน
ทั้งนี้ ดร.ดาริกาให้แนวทาง Do & Don’t ในการช่วยสร้าง Critical Thinking ให้เด็กไทยไว้ดังนี้
DO – ปล่อยให้ทำ – ฝึกตั้งคำถาม – ทำซ้ำบ่อยๆ
“ปล่อยให้ทำ”การได้ทำจะเกิดการเรียนรู้ และเป็นประสบการณ์อันล้ำค่า แต่พ่อแม่หรือผู้ปกครองต้องประเมินแล้วว่าสิ่งนั้นไม่เป็นอันตราย ลูกสามารถทำได้ เช่น ถ้าลูกอยากใช้มือหยิบจับอาหารแทนการใช้ช้อน ถ้าลองแล้วร้อนก็จะเกิดการเรียนรู้ว่าควรใช้ช้อนตักแทน พ่อแม่มีหน้าที่ให้เหตุผลถึงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในรูปแบบการอธิบาย

“ฝึกตั้งคำถาม” การไม่กล้าถามในสิ่งที่ไม่เข้าใจจะกลายเป็นปัญหาสำคัญต่อการเรียนรู้ ต้องปลูกฝังให้เด็กกล้าถามในเรื่องที่ไม่เข้าใจ โดยอาจกล่าวชื่นชมเมื่อเด็กมีคำถาม จะสร้างความมั่นใจในการตั้งคำถามครั้งต่อไปให้เด็กๆ
“ขอเหตุผล” ฝึกให้ลูกเริ่มใช้ความคิด เช่น ถ้าลูกอยากได้ของเล่น พ่อแม่ลองตั้งคำถามกลับไปว่าขอเหตุผลสัก 3 ข้อ เด็กจะเริ่มใช้ความคิดนำเสนอออกมา
“ชวนแลกเปลี่ยน” ลองหยิบยกเรื่องราวที่เกิดขึ้นในข่าวหรือ สิ่งแวดล้อมรอบตัวมาพูดคุยร่วมกัน แล้วให้เด็กๆ แสดงความคิดของตัวเองวิธีนี้ฝึกให้เด็กๆ รู้จักการหาเหตุผลมาประกอบการพูดคุย ถกเถียงและประเมินว่าเหตุผลนั้นน่าเชื่อถือในมุมมองของผู้อื่นหรือไม่

“ฝึกให้วิเคราะห์ด้วยตัวเอง” เด็กๆ ควรถูกปลูกฝังไม่ให้ปักใจเชื่ออะไรง่ายๆ ต้องรู้จักหาข้อมูลประกอบ รับฟังจากหลายๆ ด้าน หรือทดลองลงมือทำด้วยตัวเอง เปิดใจกว้างรับความคิดเห็นที่ หลากหลาย คิดตามอย่างวิเคราะห์ และใช้เหตุผลแยกแยะได้ว่า อันไหนเป็นข้อเท็จจริง
“ทำสม่ำเสมอ” การฝึกทักษะ Critical Thinking ให้ลูกน้อย เริ่มฝึกได้ตั้งแต่ลูกสื่อสารกับพ่อแม่ได้ และต้องฝึกบ่อยๆ ทำซ้ำๆ สม่ำเสมอ เพื่อให้เกิดเป็นทักษะที่ติดตัวเด็กๆ
DON’T : ห้ามทำ-ชี้นำ-คิดลบ อุปสรรคการพัฒนาทักษะเพื่ออนาคต
“ห้ามไปหมดทุกอย่าง” การออกคำสั่งให้หยุดการกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เด็กยังไม่ได้ลงมือทำ หรือการแสดงกิริยาไม่พอใจ เช่นการสั่งห้ามใช้มือหยิบข้าวเพราะมันจะร้อน ถือเป็นการปิดกั้นความคิดเห็นของเด็ก และอาจจะทำให้เด็กไม่กล้าคิด ไม่กล้าทำ หรืออาจเกิดความอยากลองและกระทำลับหลังไม่ให้พ่อแม่รู้ ซึ่งอาจเกิดเหตุร้ายแรงตามมา
“ชี้นำ” การชี้นำเป็นการนำความคิดหรือประสบการณ์ของตนเองในอดีตมาใส่ในชุดความคิดของเด็ก ความคิดบางอย่างอาจใช้ไม่ได้ในยุคปัจจุบัน ทำให้เด็กไม่กล้าแสดงความคิดออกไป และอาจนำไปสู่ความเข้าใจว่าสิ่งที่คิดนั้นผิด

“คิดลบ” การปลูกฝังให้เด็กไม่เชื่อในความคิดของผู้อื่น หรือมองว่าความคิดนั้นผิดและเป็นไปไม่ได้ เป็นสิ่งปิดกั้นความคิดและมุมมองใหม่ๆ พ่อแม่จึงควรปลูกฝังให้ลูกคิด วิเคราะห์ และหาเหตุผลว่าสิ่งต่างๆ ที่ได้ยินมานั้นถูกต้องหรือไม่ก่อนการตัดสินใจ
การปลูกฝังการคิดเชิงวิพากษ์ เป็นชุดเครื่องมือทางความคิดที่สำคัญมากของเด็กไทยยุคปัจจุบันที่มีข้อมูลต่างๆ ให้เสพอยู่ในโลกออนไลน์มากมาย คุณพ่อคุณแม่สามารถนำเทคนิคการปลูกฝังลูกน้อยให้มีหลักความคิดเชิงวิพากษ์เพิ่มเป็นอีกหนึ่งทักษะเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ลูก