‘เคนมผง’มรณะ-ขี้ยาตายเป็นใบไม้ร่วง

เปิดศักราชใหม่ ปี 2564 ได้ไม่กี่วัน จู่ๆ บรรดาสิงห์ขี้ยาพากัน ล้มตาย เป็นใบไม้ร่วง ประเดิมกลายเป็นข่าวดังครั้งแรกในวันที่ 11 ม.ค. เพียงวันเดียวมีผู้เสียชีวิตมากถึง 7 ศพ ในพื้นที่นครบาล และอีกหลาย รายในเวลาต่อมา
ทั้งหมดมีอาการคล้ายกันคือ มึนเมาเหมือนคนเมาเหล้า สะลึมสะลือ ปากเขียวคล้ำ และมีเลือดออกทางจมูก
พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ต้องลงมาคุมคดีด้วยตัวเองทันทีเพราะมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก จนทราบแน่ชัดว่าต้นตอมาจากยาเสพติดชนิดใหม่ที่มีชื่อเรียกในนักเสพว่า ‘เคนมผง’ และ ‘เคทะเลทราย’
เกิดจากการนำยาเสพติดหลายตัว เช่น เฮโรอีน ยาบ้า เคตามีน และยานอนหลับ มาผสมกันเองแบบมั่วๆ ให้ฤทธิ์แรงขึ้นแต่ราคาถูกลง จนเป็นที่นิยมของนักเสพ
ตำรวจระดมกวาดล้างจับกุมบรรดาผู้ค้าที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดี จำนวนมาก ทำให้ยาเสพติดมรณะสูตรนี้หายไปจากสังคมในที่สุด
เมาขับเก๋งชนยับ 3 ศพ ‘รองนางสาวไทย’ดับ

เช้ามืดวันที่ 15 ก.พ. รถเก๋งพลิกคว่ำภายในมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ทางแยกคณะนิติศาสตร์ อุบัติเหตุครั้งนี้มีผู้เสียชีวิตคาที่ 2 ศพ ส่วนคนขับเป็นชายหนุ่มมีแผลฉีกขาดที่ศีรษะ บาดเจ็บเล็กน้อย
แต่ที่เบาะซ้ายด้านข้างคนขับ พบร่าง น.ส. มนชนิตว์ หรือน้องน้ำมนต์ ช่วยบุญ มีดีกรีความงามเป็นถึงรองนางสาวไทยปี 2562 สภาพหมดสติบาดเจ็บสาหัส ถูกส่งรักษาตัวที่ห้องไอซียู ร.พ.ศรีนครินทร์ มข. เพียงไม่กี่ชั่วโมงก็สิ้นใจ
ทั้งหมดเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 หลักสูตรวัสดุศาสตร์และนาโนเทคโนโลยี สาขาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มข.
กล้องวงจรปิดบันทึกภาพขณะเกิดเหตุได้ชัดเจน โดยรถคันดังกล่าวแล่นมาด้วยความเร็วทั้งที่อยู่ในเขตสถานศึกษา ก่อนจะหักหลบรถคันอื่นจนเสียการควบคุมไถลฟาดต้นประดู่ข้างทางแล้วพลิกคว่ำหลายตลบพังยับเยิน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 3 ศพ
สาเหตุก็เพราะความประมาทและคึกคะนองด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ในตัวคนขับที่สูงถึง 183 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์
ตร.หึงสยอง 2 คดีซ้อนเผานั่งยาง-บุกยิงดับ!

เดือนมี.ค. เกิดคดีจากฝีมือตำรวจที่มีผลพวงจากพิษรักแรงหึงถึง 2 คดีติดต่อกัน
เหตุแรกเกิดขึ้นในกลางดึกวันที่ 10 มี.ค. เมื่อส.ต.ท.ปิยะ นาโควงษ์ ผบ.หมู่ กก.สส.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา มีปากเสียง ทะเลาะกับน.ส.ธัญญ์พิศา วิชนันท์คุณนิธิ ภรรยาสาวด้วยเรื่อง หึงหวง แล้วใช้หมอนกดหน้าจนสิ้นใจ
ก่อนขนศพไปเผานั่งยางอำพรางคดีกลางทุ่งนาริมถนนใน อ.วังน้อย แต่ไม่นานก็มีคนมาพบซากกระดูกที่ไหม้เกรียม และ มีพยานเห็นรถกระบะตราโล่ที่ใช้เป็นพาหนะ จนเป็นที่มาของแนวทางการสืบสวนจน ผู้ต้องหาจนมุมในวันที่ 13 มี.ค.

ถัดมาเพียงวันเดียว ในวันที่ 14 มี.ค. ส.ต.อ.อภิชาติ ทองไซร้ อายุ 33 ปี ตำรวจสภ.สิเกา จ.ตรัง ก็ถือปืนบุกเข้าไปรัวยิงน.ส.สุมิตา ชัยบุญเมือง เซลส์ขายยาเสียชีวิตถึงในร้านกาแฟ ในปั๊มน้ำมันที่ อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี เสียชีวิต ก่อนยิงขมับตัวเองฆ่าตัวตาม แต่สุดท้ายก็รอดมาได้ เพื่อไปชดใช้ความผิดตามกฎหมาย
เหตุเพราะฝ่ายสาวบอกเลิกเนื่องจากทนพฤติกรรมที่ก้าวร้าวและชอบทำร้ายไม่ไหว
‘พระกิโยติน’ตัดหัวฆ่าตัวอ้างถวายพุทธบูชา

คดีนี้เป็นเรื่องสลดใจสำหรับเมืองพุทธเป็นอย่างมาก เมื่อ นายธรรมกร วังปรีชา หรืออดีต พระธรรมกร ฐานธัมโม อดีตเจ้าสำนักสงฆ์ภูหินกองหรือภูคำไก่ บ้านนาแค ม.4 ต.ลำภู อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู
ที่เพิ่งลาสิกขาจากความเป็นพระนุ่งขาวห่มขาว ประกอบพิธีปลิดชีพตัวเองด้วยการตัดคอ โดยใช้เครื่องประหาร ‘กิโยติน’ ที่ประดิษฐ์ขึ้นเอง ในเช้าวันที่ 18 เม.ย. ท่ามกลางญาติโยมที่สวดมนต์อยู่ภายในศาลาไม่ห่างกัน
นายธรรมกรบวชมานาน 13 ปี แต่มีความมุ่งมั่นจะตัดศีรษะตัวเองเพื่อเป็นพุทธบูชา ตามความเชื่อของตัวเอง เพื่อตรัสรู้เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าในอนาคต
โดยสั่งเสียญาติมิตร พร้อมเขียนจดหมายลาตายไว้ล่วงหน้าก่อนก่อเหตุ
ขณะที่พระผู้ใหญ่รวมถึงภิกษุผู้รู้ทั้งหลายต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวว่าในปาราชิกสิกขาบทที่ 3 ว่าด้วยการพรากกายมนุษย์ วินัยปิฎก มหาวิภังค์ พระไตรปิฎกเล่มที่ 1 ระบุไว้ชัดเจนว่าพระพุทธเจ้าทรงตำหนิภิกษุผู้ฆ่าตัวตาย
ตร.ล่า-จับแก๊งบังฟิตลวงเสี่ยกระบี่ฆ่าฝังดิน

ตำรวจกระบี่ต้องใช้เวลานานนับสัปดาห์แกะรอยการหายตัวลึกลับเป็นปริศนาของนายสุชาติ ขาวล้วน เสี่ยเจ้าของร้านอาหารและฟิชชิ่งใน อ.ลำทับ จ.กระบี่ ตั้งแต่วันที่ 4 พ.ค. หลังออกไปทวงหนี้จำนวน 3 แสนบาท นายสุริยา หรือบังฟิต เริงสมุทร
สุดท้ายพบหลักฐานว่านายสุชาตินั้นถูกบังฟิตลวงไปยิงทิ้ง ฝังอำพรางในสวนภายในสวนปาล์มน้ำมัน ในพื้นที่บ้านหนองแบก ต.หนองทะเล อ.เมืองกระบี่ ห่างจากบ้านของบังฟิตประมาณ 300 เมตร
ตรวจไล่ล่าตามจับบังฟิตพร้อมชาวแก๊งที่ส่วนใหญ่เป็นพี่น้องท้องเดียวกันและเครือญาติได้จนครบในวันที่ 14 ต.ค. ทั้งหมดยอมสารภาพว่าเพียงทำตามคำสั่งด้วยความกลัวบังฟิต
สาเหตุเพราะตัวหัวโจกไม่พอใจที่ผู้ตายไปตามทวงหนี้ถึงบ้าน เมื่อไม่พบตัวบังฟิตก็ยังออกปากขู่ผ่านพ่อที่อยู่บ้านเพียงลำพังจนบังฟิตออกประกาศิตตาย
หลังยอมจนมุมเพียงแค่วันเดียว บังฟิตและลูกทีมก็กลับคำให้การเป็นปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ขอต่อสู้ในชั้นศาล
แต่ตำรวจมั่นใจในหลักฐานทั้งซากรถ คราบเลือด รวมถึงคำให้การคนขับรถแบ๊กโฮที่มัดแน่นชนิดดิ้นอย่างไรก็ไม่มีวันหลุด
อดีตทหารคลั่งไล่สังหาร 2 ศพ

นับเป็นเหตุช็อกสังคมที่สร้างความ สูญเสียซ้ำเติมช่วงวิกฤตมหันตภัยโควิดระบาด เมื่อเกิดเหตุกราดยิงประชาชนขึ้นมาอีกหลังจากกรณีจ่าคลั่งที่โคราช
ช่วงเกือบเที่ยงคืน นายกวิน แสงนิลกุล อดีตพลทหารอาสาปลดประจำการ ถือปืนบุกรัวจ่อยิงพนักงานร้านสะดวกซื้อใกล้ปากซอยลาดพร้าว 25 เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เมื่อช่วงเที่ยงคืนวันที่ 23 มิ.ย. จนเสียชีวิตคาเคาน์เตอร์คิดเงิน จากนั้นเดินเข้าไปเหยียบหน้าอกศพดูให้แน่ใจว่าตายจริงก่อนจะเดินออกไป
ต่อมาเวลา 03.30 น. วันที่ 24 มิ.ย.ก็สวมชุดลายพรางบุกเข้าไปในโรงพยาบาลสนาม สถาบันธัญญารักษ์ ต.ประชาธิปัตย์ จ.ปทุมธานี ยิงนายสุขสันต์ เสวาพันธ์ เป็นผู้ติดเชื้อโควิด-19 ก่อนขับรถหนีไปถึงจ.ระนอง แต่ตำรวจก็ตามไปปิดล้อมกดดันจนยอมมอบตัว
สอบสวนสารภาพอ้างว่าการก่อเหตุเกิดจากการบันดาลโทสะเรื่องไปซื้อเบียร์ในร้านสะดวกซื้อ ก่อนทำขวดเบียร์หล่นแตก ส่วนที่ไปก่อเหตุในร.พ.สนามเพราะเข้าใจว่าเป็นสถานที่บำบัดผู้เสพยาเสพติด และเคยถูกทำร้ายโดยพวกติดยามาก่อนเลยเข้าไปก่อเหตุ
ฆ่าแหม่มหมกน้ำตกเย้ยภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์

หลังเปิดเกาะภูเก็ตรับนักท่องเที่ยวอีกครั้งหลังปิดยาวเพราะสถานการณ์โควิดเมื่อวันที่ 1 ก.ค. ภายใต้ชื่อโครงการภูเก็ตแซนด์ บ็อกซ์ ก็เกิดคดีที่ทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยวในดินแดนไข่มุกแห่งอันดามัน
เมื่อมีผู้ไปพบศพนักท่องเที่ยวหญิงวัย 57 ปี ชาวสวิตเซอร์แลนด์ นอนไร้ลมหายใจหมกในแอ่งน้ำใกล้ทางเข้าน้ำตกโตนอ่าวยน อ.เมือง จ.ภูเก็ต สภาพร่างกายท่อนล่างเปลือยเปล่า ในวันที่ 5 ต.ค.
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดทั่วเกาะแกะรอยไทม์ไลน์ของ ผู้ตาย กระทั่งพบผู้ต้องสงสัยขี่รถจักรยานยนต์มาใกล้จุดพบศพในช่วงที่ผู้ตายขาดการติดต่อไป
ทราบชื่อคือนายธีรวัฒน์ หรือบังหลี ท่อทิพย์ เป็นชาวภูเก็ต ประกอบอาชีพรับจ้างใช้แรงงานทั่วไป แต่เจ้าตัวยังปากแข็งปฏิเสธ
สุดท้ายก็ต้องจำนนต่อหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เพราะมีดีเอ็นเอไปปรากฏบนศพผู้ตาย จนยอมคายความจริงอ้างว่าเกิดอารมณ์ชั่ววูบหวังชิงทรัพย์และข่มขืน ใช้แขนรัดคอจนนักท่องเที่ยวหมดสติจมลงในน้ำเสียชีวิต
ลัก‘น้องจีน่า’ทิ้งป่า-โล่งไม่ซํ้า‘น้องชมพู่’

เกือบกลายเป็นคดีสลดซ้ำรอยคดี ‘น้องชมพู่’ แห่งบ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ไปอย่างน่าหวาดเสียว
เมื่อจู่ๆ น้องจีน่า ด.ญ.วัย 1 ขวบ 11 เดือน หายตัวไปจากบ้านพักในอ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ เมื่อช่วงหัวค่ำวันที่ 5 ก.ย.
ตำรวจจึงเรียกสอบญาติและชาวบ้านทั้งหมด จนได้ผู้ต้องสงสัย 1 ราย คือนายเสี่ยว หรือ อาผะ ชายต่างด้าวชาวเมียนมาที่รู้จักกับครอบครัวเด็กเป็นอย่างดี
เค้นสอบจนสารภาพว่าอุ้มตัวน้องจีน่าไปปล่อยทิ้งไว้ที่ถ้ำแห่งหนึ่งใกล้หมู่บ้านเพื่อสังเวยเจ้าป่า เจ้าเขา สังเวยผีถ้ำ แต่จัดกำลังไปตามหาที่ถ้ำดังกล่าวเท่าไหร่ก็หาไม่พบ
กระทั่งรับแจ้งจากเจ้าหน้าที่อีกจุดหนึ่งว่าพบตัวหนูน้อยนอนอยู่ในกระท่อมกลางป่า ห่างจากถ้ำดังกล่าวหลายกิโลเมตรในวันที่ 8 ก.ย.
แม้จะโล่งอกที่ได้ตัวหนูน้อยกลับมาอย่างปลอดภัย แต่กลับมีพิรุธเพิ่มขึ้นมาอีกเพียบ
เพราะน้องจีน่าไม่มีท่าทีหิวโหยเพราะอดอาหารและเนื้อตัวไร้ริ้วรอยยุงกัด ทั้งที่ต้องอยู่ลำพังในป่าตั้ง 3 วัน ทำให้เชื่อว่าคดีนี้ไม่ได้เป็นตามคำสารภาพของนายอาผะว่าลงมือเพียงลำพังเท่านั้น
นร.สาว17 ชิงทองห้างดังปมถูกโกงแชร์ออนไลน์

สำหรับข่าวนี้คงสร้างความตกตะลึงให้ผู้คนเป็นอย่างมาก เมื่อนักเรียนสาวชั้นม.6 อายุเพียง 17 ปี ก่อเหตุบุกเดี่ยวควงมีดทำครัวจี้ชิงทองคำมูลค่ากว่า 4 แสนบาทจากร้านทองกลางห้างดัง ริมถนนรัตนาธิเบศร์ อ.เมือง จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 12 ก.ย.
แต่เธอก็ไปไหนไม่รอดถูกจับตัวได้ทันควัน

หลังจากสอบปากคำเธอ ขนาดตำรวจยังเกิดความสังเวชแทนไม่ได้เพราะสาวน้อยคนนี้มิใช่โจรโดยสันดาน แต่เธอตกเป็นเหยื่อแก๊งต้มตุ๋นที่หลอกลวงนำเงินเก็บก้อนสุดท้ายของครอบครัวที่ได้จากเงินประกันชีวิตบิดาผู้วายปราณไปลงทุนแชร์ออนไลน์หวังให้เงินงอกเงยเป็นรายได้ให้มารดาจนสิ้นเนื้อประดาตัว
แม้จะต้องดำเนินคดีเธอตามกฎหมาย แต่ตำรวจก็ล่าจับเท้าแชร์ ขี้โกงบ้านออมเงินบายออมสินและบ้านแชร์สุชาดามาดำเนินคดีจนได้
และนับเป็นคดีที่ตำรวจทั่วประเทศต่างพร้อมใจกันล่าล้างบรรดาเท้าแชร์ออนไลน์จอมตุ๋นอีกหลายราย
อุทาหรณ์ไร้ที่กั้นทางรถพุ่งลงคลอง 2 เหตุ 2 ศพ

อีกเหตุแห่งความสูญเสียที่ไม่ควรจะเกิด เมื่อหนุ่มวัย 27 ปี ลูกชายเจ้าของร้านขายอุปกรณ์การเกษตรรายใหญ่ในจ.สุพรรณบุรี ขับรถยนต์ฟอร์ด เอเวอเรสต์ พุ่งลงแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณทางกลับรถใต้สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ถนนเลี่ยงเมืองนครสวรรค์ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ จมน้ำเสียชีวิต เมื่อกลางดึกวันที่ 5 พ.ย.
สอบสวนพบว่าผู้ตายขับรถไปหาแฟนสาวที่ไปรถอีกคันหนึ่ง แต่พลัดหลงกันจึงใช้จีพีเอสจับพิกัดหาเส้นทางที่ถูกต้อง แต่จุดเกิดเหตุเป็นบริเวณมืด ที่สำคัญบริเวณสุดหัวถนนจุดกลับรถแม้มีแท่ง แบริเออร์ปูนตั้งไว้ แต่กลับเปิดเว้นว่างเป็นช่องใหญ่จนรถพุ่งลงแม่น้ำด้วยความไม่คุ้นชินเส้นทาง
ถัดมาเพียงเดือนเดียว ในคืนวันที่ 10 ธ.ค. สาวเมืองกรุงวัย 42 ปีก็ขับเก๋งฮอนด้าแจ๊ซซ์ ป้ายแดง พุ่งลงคลองแขวงกลั่น ถนนประเวศเทพราช อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา จมน้ำเสียชีวิต
เหตุเพราะจุดกลับรถใต้สะพานข้ามคลองไร้ซึ่งแท่งแบริเออร์หรือราวเหล็กกั้นไว้ป้องกันอุบัติเหตุ