เล็งจดทะเบียนแพะพันธุ์ทรัพย์ม.อ.1 – สงขลา – ผศ.ดร.ไชยวรรณ วัฒนจันทร์ คณบดีคณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในฐานะ ผอ.ชุดโครงการวิจัยขับเคลื่อนการเลี้ยงแพะภาคใต้ ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เผยว่า ขอขอบคุณวช.ที่ให้งบฯ มาพัฒนาระบบน้ำในโรงงานปฏิบัติการวิทยาศาสตร์เนื้อสัตว์ ตามมาตรฐาน GMP และฮาลาล เป็นโมเดลการเรียนการสอนแก่นักศึกษา และผู้สนใจ แห่งแรกของภาคใต้ สามารถช่วยเหลือเกษตรกรที่ยังไม่มีความสามารถในการแปรรูปแพะได้

แพะภาคใต้ – รศ.ดร.สุชน ตั้งทวีวิพัฒน์ ปธ.คณะทำงานด้านสัตว์เศรษฐกิจ วช. และคณะ ติดตามความคืบหน้าโครงการวิจัยขับเคลื่อนการเลี้ยงแพะภาคใต้ มี ผศ.ดร.ไชยวรรณ วัฒนจันทร์ คณบดีคณะทรัพยากร ธรรมชาติ ม.อ. เป็นผู้อำนวยการ ที่สถานีวิจัยคณะทรัพยากรฯ จ.สงขลา
การพัฒนาแพะพันธุ์ทรัพย์ ม.อ.1 ว่า เป็นการนำแม่แพะพื้นเมืองผสมกับน้ำเชื้อพ่อพันธุ์ “แองโกลนูเบียน” ทดสอบการผสมพันธุ์ในระดับสายเลือดต่างๆ จนในที่สุดได้ข้อสรุปแล้วว่าลูกผสมแองโกลนูเบียน 50% กับพื้นเมือง 50% เหมาะสมมากที่สุด ในการส่งเสริมเพื่อให้เกษตรกรรายย่อยเลี้ยง และมีการพัฒนาพันธุ์มาตลอด มีการทดสอบทาง Genetic และกำลังจะจดทะเบียนพันธุ์กับกรมปศุสัตว์ จุดเด่นของพันธุ์นี้คือตัวไม่ใหญ่เกินไป ถ้าเป็นโตเต็มวัย เฉลี่ยตัวผู้หนัก 40-45 ก.ก. ตัวเมีย 35 ก.ก.
“ตลาดเกษตรกรรายย่อยพอใจแพะพันธุ์ทรัพย์ ม.อ.1 เพราะไม่เป็นภาระในเรื่องของค่าอาหาร และการการจัดการ เนื่องจากเป็นแพะที่มีสายเลือดพื้นเมืองอยู่ด้วย แล้วเติบโตในพื้นที่ภาคใต้ จึงทนต่อโรค การที่ตัวไม่ใหญ่ก็สิ้นเปลืองค่าอาหารไม่มากนัก ส่วนราคาขายเนื้อแพะพันธุ์ทรัพย์ ม.อ.1 ขายเป็นราคาแพะเนื้อทั่วไป โดยที่คณะทรัพย์ฯ ขาย ก.ก.ละ 140 บาท แต่ไม่ได้ขายทุกวัน จะเปิดขายเป็นช่วงๆ”
การเลี้ยงแพะนั้นถือเป็นทางเลือกที่ดี เพราะความต้องการแพะในภาคใต้ไม่ลดลงเลย แม้กระทั่งช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงเป็นโอกาสของเกษตรกร โดยเลี้ยงแพะผสมผสานกับอาชีพอื่น เช่น ทำสวนยาง ทำสวนปาล์มน้ำมัน แล้วเลี้ยงแพะไปด้วย ให้แพะกินหญ้าในสวนและใบปาล์มฯ นอกจากนี้ยังนำเนื้อแพะและนมแพะไปแปรรูปได้ด้วย เนื้อแพะหรือนมแพะมีคุณภาพโดดเด่น เพราะมีไขมันต่ำ คอเลสเตอรอลต่ำ น้ำนมแพะมีคุณภาพทางโภชนาการใกล้เคียงนมแม่มากกว่านมวัวอีก
ถ้าพัฒนาให้ผู้บริโภครู้จักการบริโภคเนื้อ-นมแพะ จะเป็นโอกาสและเป็นทางเลือก ผู้บริโภคเองก็ได้อาหารที่มีคุณภาพดี เกษตรกรเองก็มีตลาดในปีหนึ่งๆ คณะขายแพะเพียง 110-130 ตัว ทั้งๆ ที่ตลาดต้องการมากกว่านี้ เพราะมีข้อจำกัดในเรื่องบประมาณ จึงคิดที่จะทำฟาร์มเครือข่าย โดยอาจจะหาแม่พันธุ์-พ่อพันธุ์ไปให้ แล้วทำงานร่วมกัน