ปืนใหญ่พร้อมชนหงส์แดงคาราบาว – ศึกคาราบาว คัพ รอบรองชนะเลิศ นัดแรก ฟาดแข้งกันต่อวันนี้ ถึงคราวอาร์เซนอลเปิดบ้านต้อนรับลิเวอร์พูล ซึ่งทั้งคู่ที่เคยใช้ตัวสำรองลงเล่นน่าจะเน้นมากขึ้น บอกเลยว่าแฟนบอลได้เสพความบันเทิงอย่างเต็มที่แน่นอน
วันพฤหัสบดีที่ 6 มกราคม 2565
คาราบาว คัพ อังกฤษ
รอบรองชนะเลิศ นัดแรก
อาร์เซนอล-ลิเวอร์พูล – ศึกระหว่าง 2 ทีมจากพรีเมียร์ลีก “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล เปิดสนามเอมิเรตส์ สเตเดียม รับการมาเยือนของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ถ่ายทอดสดทางช่องพีพีทีวี
ย้อนเส้นทางที่ผ่านมา อาร์เซนอลเริ่มต้นจากรอบสอง บุกไปชนะเวสต์บรอมวิช อัลเบียน จากลีกแชมเปียนชิพ 6-0 โดยอาร์เซนอลได้ประตูจาก ปิแอร์-เอเมอริก โอบาเมยอง ทำแฮตทริก, นิโกลาส์ เปเป, บูคาโย ซากา, อเล็กซองดร์ ลากาแซตต์
ต่อมารอบสามเปิดบ้านชนะเอเอฟซี วิมเบิลดัน จากลีก วัน 3-0 อาร์เซนอลได้ประตูจาก อเล็กซองดร์ ลากาแซตต์, เอมิล สมิธ-โรว์, เอ็ดดี เอ็นเคเทียห์
รอบสี่ เปิดบ้านชนะลีดส์ ยูไนเต็ด จากพรีเมียร์ลีก 2-0 อาร์เซนอลได้ประตูจาก คาลัม แชมเบอร์ส, เอ็ดดี เอ็นเคเทียห์
รอบก่อนรองชนะเลิศ เปิดบ้านชนะซันเดอร์แลนด์จากลีก วัน 5-1 อาร์เซนอลได้ประตูจาก เอ็ดดี เอ็นเคเทียห์ เหมาคนเดียว 3 ลูก, นิโกลาส์ เปเป, ชาร์ลี ปาติโน ส่วนซันเดอร์แลนด์ได้จาก นาธาน บรอดเฮด
ด้านลิเวอร์พูลเริ่มจากรอบสาม บุกชนะนอริช ซิตี้ จากพรีเมียร์ลีก 3-0 ลิเวอร์พูลได้ประตูจากทาคุมิ มินามิโนะ ยิงคนเดียว 2 ลูก, ดิว็อก โอริกี
รอบสี่ บุกชนะเปรสตัน นอร์ทเอนด์ จากลีกแชมเปียนชิพ 2-0 ลิเวอร์พูลได้ประตูจากทาคุมิ มินามิโนะ, ดิว็อก โอริกี
รอบก่อนรองชนะเลิศ เปิดบ้านเสมอเลสเตอร์ ซิตี้ จากพรีเมียร์ลีก 3-3 ลิเวอร์พูลได้ประตูจากอเล็กซ์ ออกซ์เลด-แชมเบอร์เลน, ดิโอโก โชตา, ทาคุมิ มินามิโนะ ส่วนเลสเตอร์ได้จากเจมี วาร์ดี 2 ลูก, เจมส์ แมดดิสัน ก่อนที่ลิเวอร์พูลจะเป็นฝ่ายชนะการดวลจุดโทษ 5-4
สถานการณ์ในพรีเมียร์ลีกล่าสุด ทั้งคู่ลงแข่ง 20 นัดเท่ากัน อาร์เซนอลชนะ 11 เสมอ 2 แพ้ 7 เก็บไป 35 คะแนน ยึดอันดับ 4 ส่วนลิเวอร์พูลชนะ 12 เสมอ 6 แพ้ 2 มีอยู่ 42 คะแนน รั้งอันดับ 3
สำรวจฟอร์ม 5 นัดหลังรวมทุกรายการ อาร์เซนอลชนะเวสต์แฮม ยูไนเต็ด 2-0 (พรีเมียร์ลีก-เหย้า), ชนะลีดส์ ยูไนเต็ด 4-1 (พรีเมียร์ลีก-เยือน), ชนะซันเดอร์แลนด์ 5-1 (คาราบาว คัพ-เหย้า), ชนะนอริช ซิตี้ 5-0 (พรีเมียร์ลีก-เยือน), แพ้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-2 (พรีเมียร์ลีก-เหย้า)
ส่วนลิเวอร์พูลชนะนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 3-1 (พรีเมียร์ลีก-เหย้า), เสมอท็อตแนม ฮอตสเปอร์ 2-2 (พรีเมียร์ลีก-เยือน), เสมอเลสเตอร์ ซิตี้ 3-3 (คาราบาว คัพ-เหย้า), แพ้เลสเตอร์ ซิตี้ 0-1 (พรีเมียร์ลีก-เยือน), เสมอเชลซี 2-2 (พรีเมียร์ลีก-เยือน)
คู่นี้เคยเจอกันมาทั้งหมด 234 ครั้งรวมทุกรายการ อาร์เซนอลชนะ 81 นัด เสมอกัน 61 นัด ลิเวอร์พูลชนะ 92 นัด หนล่าสุดเป็นเกมพรีเมียร์ลีกที่เจอกันหนแรกในฤดูกาลนี้ ลิเวอร์พูลเปิดบ้านถล่ม 4-0
ผลงานในถ้วยนี้ที่ผ่านมา อาร์เซนอลได้แชมป์มา 2 สมัย ฤดูกาลก่อนตกรอบก่อนรองชนะเลิศ ส่วนลิเวอร์พูลได้แชมป์มาแล้ว 8 สมัย ฤดูกาลก่อนตกรอบสี่
ความพร้อมนัดนี้ อาร์เซนอลไม่มี เซอัด โคลาซินัช (บาดเจ็บ), กาเบรียล มาร์กัลเญส (ติดโทษแบน), โมฮาเหม็ด เอลเนนี, ปิแอร์-เอเมอริก โอบาเมยอง, โธมัส ปาร์ตีย์, นิโกลาส์ เปเป (ภารกิจทีมชาติ) และยังต้องเช็กความฟิต คาลัม แชมเบอร์ส
ขณะที่ลิเวอร์พูลขาด ดิว็อก โอริกี, ทาคุมิ มินามิโนะ, ติอาโก อัลคันตารา, นาธาเนียล ฟิลลิปส์, ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ (บาดเจ็บ), โรแบร์โต ฟีร์มิโน, อลิสสัน เบ็กเกอร์, โฌเอล มาติป (ติดโควิด-19), โมฮาเหม็ด ซาลาห์, นาบี เกอิตา, ซาดิโอ มาเน (ภารกิจทีมชาติ)
คาดว่าเจ้าบ้านจะใช้แผน 4-2-3-1 แบร์นด์ เลโน : ทาเคฮิโระ โทมิยาสึ, คาลัม แชมเบอร์ส, เบน ไวต์, คีแรน เทียร์นีย์ : อัลแบร์ ซองบี โลกงกา, กรานิต ชากา : บูคาโย ซากา, มาร์ติน โอเดการ์ด, เอมิล สมิธ-โรว์ : เอ็ดดี เอ็นเคเทียห์
ส่วนทีมเยือนคงวางแผน 4-3-3 ควิวิน เคลเลเฮอร์ : เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เฟอร์จิล ฟาน ไดก์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน : เคอร์ติส โจนส์, ฟาบินโญ, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน : เนโก วิลเลียมส์, ดิโอโก โชตา, อเล็กซ์ ออกซ์เลด-แชมเบอร์เลน
ทั้งคู่น่าจะใช้ตัวหลักพอสมควรเพราะมาถึงรอบลึกแล้ว อาร์เซนอลสภาพทีมค่อนข้างสมบูรณ์กว่า แต่ลิเวอร์พูลก็ยังถือว่าแข็งแกร่งพอตัว วัดกันแล้วเกมนี้อาจจบเจ๊า

นักเตะที่น่าจับตาประจำเกมนี้
อาร์เซนอล : เอ็ดดี เอ็นเคเทียห์ กองหน้าชาวอังกฤษ ฤดูกาลนี้ได้ลงเล่นเพียง 6 นัดรวมทุกรายการ ยิงไป 5 ประตู นับเฉพาะคาราบาว คัพ ลงเล่นไป 3 นัด ประตูทั้งหมดของเจ้าตัวเกิดขึ้นในรายการนี้ เรียกได้ว่าถ้วยนี้เอ็นเคเทียห์เฉิดฉายสุดๆ และคงยึดตัวจริงต่อเกมนี้
เอ็นเคเทียห์วัย 22 ปี เป็นผลผลิตจากระบบเยาวชนอาร์เซนอล แม้จะยังไม่สามารถแย่งตัวจริงในรายการสำคัญได้ แต่ก็จะเป็นตัวหมุนเวียนที่ดีในรายการระดับรองลงมา และเคยมีส่วนนำทีมซิวแชมป์เอฟเอ คัพ เมื่อฤดูกาล 2019-20 อีกด้วย
ลิเวอร์พูล : ดิโอโก โชตา กองหน้าทีมชาติโปรตุเกส ฤดูกาลนี้เล่นให้ต้นสังกัดรวมทุกรายการ 23 นัด ยิงได้ 12 ประตู เฉพาะคาราบาว คัพ ลงเล่นไป 1 นัด ยิงได้ 1 ประตู แม้จะไม่ใช่ผู้เล่นสำหรับถ้วยนี้ แต่เมื่อต้นสังกัดเผชิญสถานการณ์ขาดแคลนนักเตะอยู่แข้งรายนี้ก็คงได้ลงตัวจริง
โชตาวัย 25 ปี เป็นที่รู้จักหลังย้ายมาเล่นให้วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส เมื่อปี 2018 ก่อนโยกสู่ลิเวอร์พูลปี 2020 ตอนนี้ถือว่าเป็นตัวหลักในแนวรุกของ “หงส์แดง” ไปแล้ว นอกจากนี้ยังติดทีมชาติไปแล้ว 22 นัด ยิงได้ 8 ประตู
ผู้จัดการทีม
อาร์เซนอล : มิเกล อาร์เตตา (สเปน) อดีตนักเตะของสโมสร ก่อนจะกลับมาอีกครั้งเพื่อรับงานคุมทีมเต็มตัว ก่อนหน้านี้ผลงานอาจจะไม่ดีจนส่อแววถูกปลด แต่ตอนนี้ทีมกลับมามีผลงานยอดเยี่ยม
อาร์เตตาวัย 39 ปี เริ่มต้นเส้นทางผู้ฝึกสอนจากการเป็นผู้ช่วยกุนซือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แล้วมารับงานผู้จัดการทีมอาร์เซนอลเมื่อปี 2019 ซึ่งเจ้าตัวนำทีมคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ และคอมมูนิตี้ ชีลด์ ได้อย่างละ 1 หน
ลิเวอร์พูล : เป๊ป ไลน์เดอร์ส (เนเธอร์แลนด์) ผู้จัดการทีมตัวจริงอย่างเจอร์เกน คล็อปป์ ติดโควิด-19 ยังไม่สามารถคุมทีมข้างสนามได้ งานจึงต้องตกเป็นของผู้ช่วยอย่างไลน์เดอร์สคุมแทนเป็นเกมที่ 2 ติดต่อกัน
ก่อนหน้านี้ไลน์เดอร์สวัย 38 ปี คุมลิเวอร์พูลบุกเสมอเชลซี 2-2 ในพรีเมียร์ลีก ส่วนเส้นทางอาชีพที่ผ่านมา เจ้าตัวเคยเป็นผู้ช่วยกุนซือของปอร์โต และกุนซือใหญ่เอ็นอีซี ไนเมเกน โค้ชรายนี้ถือว่ามีส่วนสำคัญนำลิเวอร์พูลคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก และยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก