‘ฝรั่งเศสไม่ฉีด’นับแสนประท้วง! – วันที่ 9 ม.ค. บีบีซีและเอเอฟพีรายงานว่า ชาวฝรั่งเศสกว่า 105,000 คนทั่วประเทศประท้วงต่อต้านการบังคับใช้กฎหมายสั่งห้ามคนที่ไม่ฉีดวัคซีนใช้บริการสาธารณะ ซึ่งพากันกล่าวหาว่า รัฐบาลเหยียบย่ำเสรีภาพและปฏิบัติต่อประชาชนอย่างไม่เท่าเทียมกัน หลังจากนายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ระบุว่า ตนเองจะไล่คนที่ไม่ฉีดวัคซีนออกไป นับเป็นการประท้วงใหญ่กว่าการประท้วงใหญ่เมื่อ 18 ธ.ค.2564 มากกว่า 4 เท่าจากเดิมราว 25,000 คน

คัดค้าน – ประชาชนถือป้ายประท้วงข้อความว่า ‘ไปให้พ้นมาครง’ ในการประท้วงครั้งใหญ่ที่มีผู้เข้าร่วมกว่า 100,000 คนทั่วประเทศเพื่อต่อต้านร่างกฎหมายที่ห้ามคนไม่ฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ใช้บริการสาธารณะ ที่นครนองต์ ฝรั่งเศส เมื่อ 9 ม.ค.(รอยเตอร์)

เจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยระบุว่า ประชาชนอย่างน้อย 34 คนถูกจับกุมและเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างน้อย 10 นายได้รับบาดเจ็บ หลังจากมีการใช้ความรุนแรงในบางพื้นที่ ซึ่งผู้ประท้วงจำนวนหนึ่งพุ่งเป้าความไม่พอใจไปที่นายมาครง ซึ่งให้สัมภาษณ์สื่อท้องถิ่นก่อนหน้านี้ว่า ตนเองต้องการให้คนที่ไม่ฉีดวัคซีนออกไป ซึ่งผู้ประท้วงรายหนึ่งระบุว่า คำพูดของนาย มาครงเป็นฟางเส้นสุดท้าย

ที่กรุงปารีส เมืองหลวงมีประชาชนประท้วง 18,000 คน จำนวนมากไม่ใส่หน้ากากอนามัยถือป้ายข้อความว่า ไม่เอาบัตรวัคซีน ด้านตำรวจจับกุม 10 คนและมีเจ้าหน้าที่ 3 คนได้รับ บาดเจ็บเล็กน้อย

สำหรับร่างกฎหมายดังกล่าว ซึ่งผ่านในขั้นตอนของสภาล่างเมื่อวันที่ 6 ม.ค.2565 จะกำจัดตัวเลือกที่ต้องมีผลตรวจโควิด-19 เป็นลบเพื่อเข้าใช้บริการในพื้นที่สาธารณะออกไป แต่ให้ประชาชนที่ได้รับวัคซีนครบโดสแล้วมีสิทธิเข้าใช้บริการในหลากหลายสถานที่รวมถึงบาร์ ร้านอาหาร รัฐบาลคาดว่ากฎหมายดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 15 ม.ค. แต่คาดว่าสภาสูงที่ฝ่ายค้านครองเก้าอี้อยู่อาจทำให้กระบวนการผ่านกฎหมายล่าช้า

ขณะที่โพลสำรวจความคิดเห็นระบุว่า ประชาชนส่วนใหญ่สนับสนุนร่างกฎหมาย ทั้งนี้ ฝรั่งเศสมีผู้ติดเชื้อรายใหม่กว่า 300,000 คนเป็นวันที่ 2 ในสัปดาห์นี้ เมื่อ 7 ม.ค. ยอดรักษาในไอซียูสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ระบบสาธารณสุขตึงเครียด โรงพยาบาลรายงานว่าผู้ป่วยไอซียูร้อยละ 85 ไม่ฉีดวัคซีน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน