ชีวภาพ‘แม่น้ำกก’ความหลากหลายลดลง – เชียงราย – นายสมเกียรติ เขื่อนเชียงสา กล่าวว่า ทางสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต กำหนดยุทธศาสตร์ในการทำงานเรื่องแม่น้ำในประเทศไทย โดยภารกิจในพื้นที่ภาคเหนือ กำหนดการทำงานในการศึกษาสำรวจสถานภาพของแม่น้ำที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำโขง มีแม่น้ำสำคัญ 2 สายก็คือแม่น้ำกก และแม่น้ำอิง
โดยในแม่น้ำกก ยังขาดข้อมูลในหลายๆ ด้าน เช่น ข้อมูลทางระบบนิเวศ ข้อมูลในเรื่องของวิถีชีวิตและวัฒนธรรม ที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำกก งานสำรวจและงานวิจัยในแม่น้ำกกก็น้อยมากหรือแทบไม่มีเลย ทั้งที่แม่น้ำกก มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของการสร้างเมืองเชียงราย เป็นแม่น้ำที่มีต้นน้ำอยู่ในเมืองกก จังหวัดเชียงตุง เขตรัฐฉาน ประเทศเมียนมา ไหลผ่านประเทศไทยที่บ้านท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ แล้วไหลลงแม่น้ำโขงที่ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย มีความยาวตลอดสายน้ำ 285 กิโลเมตร ช่วงที่ไหลผ่านประเทศไทยมีความยาวประมาณ 130 กิโลเมตร สำรวจขั้นพื้นฐานที่จะนำไปสู่การสำรวจเชิงลึกในหลายๆ ด้านในอนาคต
นายสายันห์ ข้ามหนึ่ง ผู้ประสานงานสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต กล่าวเสริมว่า ล่องเรือมาจากท่าเรือท่าตอน ลงพื้นที่สำรวจพื้นที่ 2 จุดคือ บริเวณสบฝาง และสบงาว พบร่องรอยของนากแม่น้ำ จึงเก็บตัวอย่างเพื่อจะนำไปตรวจในห้องแล็บหาสายพันธุ์ของนากว่าเป็นนากชนิดไหน คนเรือในพื้นที่บอกว่าพบนากในแม่น้ำกกหลายจุด เป็นข้อมูลเบื้องต้น เพราะข้อมูลเรื่องนากในแม่น้ำกกยังไม่มี การสำรวจครั้งนี้ แบ่งเก็บข้อมูล 3 กลุ่มคือ กลุ่มที่ 1 ก็คือการเก็บข้อมูลเรื่องนาก กลุ่มที่ 2 เก็บข้อมูลเรื่องนก และกลุ่มที่ 3 เก็บข้อมูลเรื่องพันธุ์ปลา
ด้านนายวิชัย แก้วมหาคุณ อดีตผู้ใหญ่บ้านรวมมิตร เผยว่า ในอดีตแม่น้ำกกใช้เรือใหญ่ที่บรรทุกคนได้ 20 คน แต่ปัจจุบันทำไม่ได้แล้วเพราะว่าน้ำกกแห้งขอดลง แม่น้ำก็แคบลง กิจกรรมในแม่น้ำกกมีมากขึ้น ทั้งการทำการเกษตรที่ดูดน้ำไปใช้ การดูดทราย ทำให้เกิดน้ำลึกบริเวณที่ดูดทรายทำให้น้ำไปรวมตัวอยู่บริเวณดังกล่าว การสร้างฝายกันน้ำที่บ้านป่ายางมน อ.เมือง จ.เชียงราย เหล่านี้ทำให้แม่น้ำกกเปลี่ยนแปลงไป
เมื่อก่อนแม่น้ำกกมีความอุดมสมบูรณ์ ปลาในแม่น้ำโขงเข้ามาวางไข่ ทั้งปลาบึก และปลาเล็กๆ อย่างปลาสร้อย 40 ปีก่อนจับปลาบึกน้ำหนักสูงถึง 190 กิโลกรัม และตัวเล็กๆ อีกจำนวนมาก แต่ปัจจุบันไม่พบเห็นอีกแล้ว ปลาสร้อยที่เคยยกยอได้ครั้งหนึ่งประมาณ 1 กิโลกรัม ก็ไม่มีเช่นกัน ปลาหลาย สายพันธุ์ได้หายไป