ประจวบฯ – จ่าเอกเสกสรรค์ จันทร แกนนำเครือข่ายต่อต้านการทุจริต จ.ประจวบคีรีขันธ์ เผยว่า จากการติดตามรายงานการประชุม คณะกรรมการบริหารจัดการทรัพย์สิน และคณะทำงานตรวจสอบและติดตามงบประมาณพัฒนาจังหวัดในโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ กิจกรรมปรับปรุงภูมิทัศน์แหล่งท่องเที่ยวบริเวณเขาช่องกระจก หน้าศาลากลางจังหวัดในเขตเทศบาลเมืองฯ ล่าสุดพบว่าการประชุมครั้งที่ 2 ยังไม่มีความคืบหน้า หลังจากในระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา มีการใช้งบพัฒนาจังหวัดมากกว่า 300 ล้านบาททำโครงการร้างในพื้นที่ของเทศบาลเมืองประจวบฯ การประชุมพบว่ายังไม่ได้ประเมินสาเหตุที่ทำให้มีโครงการร้าง ที่อาจเข้าข่ายการทุจริตตามที่ยื่นร้องเรียนต่อสำนักงาน ป.ป.ช.จังหวัด มีโครงการร้างจำนวนมาก เนื่องจากหน่วยงานที่ทำโครงการไม่มีงบประมาณในการซ่อมแซม และบางโครงการมีการเข้าไปทำโดยพลการในที่ดินของหน่วยงานราชการอื่น

“พบว่าโครงการร้างจากงบพัฒนาจังหวัด ยังไม่มีรายใดแสดงความรับผิดชอบ หรือมีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน มีผลสอบทางวินัยร้ายแรง มีการทั้งการก่อสร้างบนยอดเขาช่องกระจก และรอบเขาช่องกระจก ด้านหน้าศาลากลางจังหวัด การก่อสร้างอาจเข้าข่ายมีความผิด เนื่องจากไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ทำให้ที่ผ่านมาเทศบาลไม่รับมอบอาคารขายอาหารลิง อาคารขายสินค้า โอท็อป ใช้งบปรับปรุงภูมิทัศน์ในค่ายลูกเสือ นอกเขต รับผิดชอบของเทศบาล สร้างไบก์เลนบนถนนเลียบอ่าวประจวบฯ ระยะทาง 2.9 กิโลเมตร จึงอยากสอบถามโครงการร้างทั้งหมดจะดำเนินการเสร็จสิ้นเมื่อใด ด้านหน้าศาลากลางจังหวัดก่อสร้างเสาไฟฟ้าไฮแมสเปิดใช้งานไม่ได้ เนื่องจากไม่มีการติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้า”

ยังมีโครงการเพิ่มประสิทธิภาพสินค้าเกษตรและอาหารปลอดภัย ตลาดร้างเชิงเขาทุ่งกระต่ายขังหรือตลาดสมพร ริมถนนเพชรเกษม ขาล่องใต้ ต.อ่าวน้อย สร้างตั้งแต่เดือนกันยายน 2558 มีการใช้งบในจุดเดิมรวมกว่า 30 ล้านบาท ปัจจุบันเป็นตลาดร้าง อาคารพิพิธภัณฑ์เมืองประจวบฯ ใจกลางเมือง สร้างตั้งแต่ปี 2558 ใช้งบรวม 37 ล้าน ทำพิธีเปิดอาคารแต่ยังไม่เปิดให้ประชาชนเข้าชมนิทรรศการภายใน เจ้าหน้าที่อ้างว่ามีปัญหาในการใช้งบบริหารจัดการ

รายงานแจ้งว่า จังหวัดมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการ 2 ชุดแรกเมื่อเดือนมีนาคม 2564 ชุดที่ 2 เมื่อเดือนธันวาคม 2564 เพื่อพิจารณาปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินการ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน