ดัชเชสเคต40กะรัต แสงสว่างแห่งราชวงศ์อังกฤษ – แคตเธอรีน หรือ เคต ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ทรงมีชันษาครบ 40 ปี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 ม.ค. 2565

นอกจากสื่อมวลชนอังกฤษจะเผยแพร่พระรูป 3 ภาพใหม่ที่วังเคนซิงตันมอบให้เนื่องในโอกาสฉลองเบิร์ธเดย์ของดัชเชส ฝีมือช่างภาพ เปาโล โรแวร์ซี ในฉลองพระองค์ชุดของห้องเสื้อ อเล็กซานเดอร์ แม็กควีน ถ่ายทำเมื่อ พ.ย.2564 ที่คิวการ์เดน ยังมีรายงานชื่นชมสมาชิก พระราชวงศ์ที่มาจากสามัญชน พระองค์นี้อย่างถ้วนทั่ว

ราชวงศ์อังกฤษเผชิญเรื่องราวยุ่งยากไม่สบายใจนักจากกรณีเจ้าชายแฮร์รีและดัชเชสเมแกนทรงย้ายไปพำนักที่อเมริกาและยังสู้คดีกับสื่ออังกฤษอยู่เป็นระยะ ตามด้วยข่าวอื้อฉาวของเจ้าชาย แอนดรูว์ที่ต้องต่อสู้กรณีถูกกล่าวหาล่วงละเมิดทางเพศผู้เยาว์ในอดีต

นอกจากนี้ยังมีข่าวเศร้าที่เจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินบะระ พระราชสวามีในสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่สองแห่งอังกฤษสิ้นพระชนม์เมื่อปีก่อน

จึงเหลือเพียงข่าวจากดัชเชสเคตที่ออกมาเป็นด้านบวกจนดูเหมือนเป็นแสงสว่างนำทาง

ประชาชนมองว่าดัชเชสเคตเป็นแม่ที่มีรอยยิ้มให้กับลูก 3 คน ทรงปลอบโยนพ่อแม่ที่เศร้าโศกที่บ้านพักเด็กป่วยระยะสุดท้าย และทรงเปียโนให้ผู้คนชื่นมื่นในคอนเสิร์ตที่ถ่ายทอดทางโทรทัศน์เมื่อช่วงคริสต์มาสที่ผ่านมา

แคที นิโคล ผู้เขียนหนังสือ “เคต : ราชินีในอนาคต” กล่าวว่าพระองค์ทรงเป็นหญิงสามัญที่แต่งงานกับสมาชิกราชวงศ์และไม่เคยถูกจับผิดหรือสร้างความลำบากใจ

ทรงได้รับเกียรติจากการอุทิศตนเพื่อการศึกษาเด็กปฐมวัย ศิลปะและดนตรี อีกทั้งองค์กรการกุศลต่างๆ ที่พระองค์ทรงอุปถัมภ์ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพระองค์

ด้าน โอลิเวีย มาร์กส์-โวลด์แมน ประธานบริหารทรัสต์เพื่อวันรำลึกถึงเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ประทับใจความใส่ใจของดัชเชสเคตในการถ่ายภาพ สตีเฟน แฟรงก์ และ อีวอนน์ เบิร์น สไตน์ ผู้รอดชีวิตจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

ก่อนลั่นชัตเตอร์ ดัชเชสทรงเรียนรู้เรื่องราวการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และใช้ความรู้มาจัดองค์ประกอบภาพซึ่งเป็นการมีส่วนร่วมจริงๆ แม้ปิดงานภาพถ่ายไปแล้ว แต่ดัชเชสยังทรงสนับสนุนโครงการและสนับสนุนบุคคลทั้งสอง รวมทั้งทรงส่งบัตรอวยพรวันคริสต์มาสและเชิญทั้งสองมาร่วมร้องเพลงวันคริสต์มาสในมหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ด้วย

เทรซี เรนนี รองประธานบริหารที่พักเด็กป่วยระยะสุดท้ายอีสต์ แองเกลีย มีประสบการณ์ดีๆ กับดัชเชสเคตเช่นกันในวันที่พระองค์เสด็จเมื่อปี 2562 คราวนั้นดัชเชสทรงพูดคุยกับพ่อแม่และญาติๆ ของเด็กซึ่งจะลาโลกในอีกไม่กี่วันเพราะพวกเขาอยากเข้าเฝ้าพระองค์แม้ต้องทนทุกข์กับความเจ็บปวดใจ

“การสนทนาเป็นไปในทางบวก ทั้งหัวเราะและมีมุขตลกด้วยกัน แทบจะจินตนาการไม่ได้เลยว่าเกิดเรื่องราวดีๆ แบบนี้ในสถานการณ์ที่เลวร้าย พ่อแม่รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่พระองค์ทรงสละเวลามาพูดคุยด้วยแบบคนธรรมดาๆ คนหนึ่ง ทำให้พวกเขารับรู้ว่าพระองค์ทรงห่วงใยจริงๆ” เรนนีกล่าว

ดัชเชสเคตทรงเป็นราชวงศ์เพราะได้รับการเลือก ไม่ใช่ชาติกำเนิด

ลูกสาวพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินและพนักงานอำนวยการบิน แคเธอรีน เอลิซาเบธ มิดเดิลตัน เกิดในเมืองรีดดิง อังกฤษ เมื่อวันที่ 9 ม.ค. 2525 เติบโตมากับน้องสาว พิปพา และ เจมส์ น้องชาย

ครอบครัวมิดเดิลตันอาศัยในเบิร์กเชอร์ ย่านคนรวย ทางตะวันตกของกรุงลอนดอน ก่อนย้ายไปจอร์แดนเมื่อเคตอายุได้ 2 ขวบ เพราะพ่อต้องไปทำงานที่นั่น ก่อนย้ายกลับมาอังกฤษในปี 2529 และเรียนที่วิทยาลัย มาร์ลโบโรห์ซึ่งเคตมีความสามารถโดดเด่นด้านฮอกกี้ เทนนิสและเน็ตบอล

เคตพบเจ้าชายวิลเลียมครั้งแรกเมื่อเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยเซนต์แอนดรูวส์ในสกอตแลนด์ เป็นเพื่อนกันก่อนจะเป็นเพื่อนร่วมบ้านซึ่งอยู่กับเพื่อนๆ อีก 2 คน และเริ่มสานสัมพันธ์ โรแมนติกกันประมาณปี 2547 เมื่อทรงถ่ายรูปด้วยกันระหว่างเล่นสกีในสวิตเซอร์แลนด์

เคตจบการศึกษาปี 2548 ด้านประวัติศาสตร์ศิลป์ และเป็นคู่รักของเจ้าชายวิลเลียม โดยเคยเลิกคบกันสั้นๆ ในปี 2550

เจ้าชายวิลเลียมทรงเปิดเผยว่าความรัก สั่นคลอนมาหลายเดือนเพราะทั้งคู่ยังเด็กและพยายามหาเส้นทางของแต่ละคน

สื่อหัวสีตั้งฉายาเคตว่า เวตตี้ เคที่ “Waity Katie” เพราะอดทนรอวันแต่งงานมานานมาก ในที่สุดเจ้าชายวิลเลียมและเคตเข้าพิธีเสกสมรสเมื่อปี 2554 ที่มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ มีพระโอรสและพระธิดา 3 พระองค์

ระหว่างตกเป็นเป้าสายตาในฐานะสมาชิกราชวงศ์ ดัชเชสเคตทรงหลีกเลี่ยงคำวิจารณ์โดยทรงยึดมั่นว่า “ไม่ตำหนิ ไม่อธิบาย”

ทอม วอล์กเกอร์ นักร้องชาวสกอตซึ่งร้องเพลง “For Those Who Can’t Be Here” บทเพลงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากผู้สูญเสียและผู้ที่ต้องอยู่ห่างจากครอบครัวท่ามกลางการระบาดของโควิด-19 เล่าว่าแม้ว่าเรื่องทรงดนตรีของดัชเชสไม่ใช่ความลับ แต่ตกตะลึงมากเมื่อสำนักพระราชวังแจ้งว่าดัชเชสอาจจะร่วมแสดงในบทเพลงใหม่ด้วย

“สำหรับดัชเชสแล้ว เหมือนกับเกมพนันใหญ่ เหมือนการกระโดดน้ำลึกและหวังว่าจะว่ายน้ำได้ จึงต้องประคองตัวเองให้ไปถึงฝั่งเพื่อร้องเพลงที่คนอื่นแต่งและทำให้ดีที่สุดซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายและเป็นความท้าทาย” วอล์กเกอร์กล่าว

เคที นิโคล ซึ่งติดตามดัชเชสเคตมานานหลายปี กล่าวว่าการแสดงดนตรีสะท้อนให้เห็นตัวตนข้างในของดัชเชสเคตซึ่งเด็ดเดี่ยว เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจซึ่งเป็นจุดแข็งของพระองค์

งานใหญ่ปลายปีนี้คืองานเฉลิมฉลองควีนครองราชย์ 70 ปี ที่มุ่งนำเสนอการคงอยู่ที่ยาวนานของราชวงศ์ เชื่อว่าบทบาทของ ดัชเชสเคตในฐานะพระมเหสีของพระราชาในอนาคตจะยิ่งชัดเจนมากขึ้น

“ดิฉันคิดว่าราชวงศ์อยู่ในมือของผู้ที่ไว้ใจได้ค่ะ”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน