ชงเปิด‘แซนด์บ็อกซ์’ค้าชายแดน – ศบค.รับลูกเอกชนเสนอเปิดการค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน ภายใต้โครงการพื้นที่นำร่องทางการค้า (แซนด์บ็อกซ์) หวังฟื้นการค้าชายแดนพร้อมสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งผลักดัน ด้านพาณิชย์เผย 10 เดือน (ม.ค.-ต.ค.2564) มูลค่ากว่า 8.6 แสนล้านบาท
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า การประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ครั้งล่าสุดได้หารือถึงแนวทางการผ่อนปรนทางด้านการค้าระหว่างประเทศบริเวณพื้นที่ชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีข้อสังเกตว่า เห็นควรให้มีการพิจารณาการเปิดการค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน ที่เป็นคู่ค้าและมีพรมแดนติดกับประเทศไทยภายใต้โครงการพื้นที่นำร่องทางการค้า (แซนด์บ็อกซ์) ซึ่งจะช่วยทำให้การค้าบริเวณพื้นที่ชายแดนเป็นไปได้อย่างสะดวก ทั้งหมดต้องอยู่ภายใต้มาตรการทางด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดด้วย
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปพิจารณาแนวทางการผลักดันต่อไป ที่ผ่านมาการดำเนินการดังกล่าวได้มีข้อเสนอจากทางภาคเอกชนมาอย่างต่อเนื่อง โดยต้องการให้หน่วยงานภาครัฐพิจารณาเปิดพื้นที่การค้าเป็นแซนด์บ็อกซ์บริเวณชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน มีการค้าชายแดนในปริมาณที่สูงมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้มีการเสนอโมเดลที่บริเวณพื้นที่บ้านด่านนอก อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ที่ผ่านมาพื้นที่แห่งนี้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ทำให้มีการปิดช่องทางการค้าและการเดินทางของนักท่องเที่ยวบริเวณด่านชายแดนไทย-มาเลเซียไปในบางช่วง
อย่างไรก็ตามกระทรวงพาณิชย์ได้รายงานตัวเลขด้านการค้าชายแดน 10 เดือน ตั้งแต่เดือนม.ค.-ต.ค.2564 พบว่ามีมูลค่ากว่า 8.6 แสนล้านบาท ซึ่งสูงกว่าเป้าที่ตั้งไว้คือขยายตัวขึ้น ไม่น้อยกว่า 6% หรือประมาณ 7.8 แสนล้านบาท โดยปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้เศรษฐกิจการค้าชายแดนโตขึ้น ทั้งส่งเสริมการอำนวยความสะดวกทางการค้าในประเทศ และการเชื่อมโยงกับอาเซียน ซิงเกิล วินโดว์, การก่อสร้างถนนเชื่อมโยงด่านสะเดาแห่งใหม่ กับด่าน บูกิตกายูฮิตัมของมาเลเซีย และการพัฒนาสถานีขนส่งสินค้าจังหวัดชายแดนทั้ง 9 แห่ง
เช่นเดียวกับการเร่งรัดการเปิดใช้พื้นที่ควบคุมร่วมกัน (ซีซีเอ) ระหว่างไทย-ลาว, การเจรจาจัดทำร่างความตกลงว่าด้วยกรรมสิทธิ์ การใช้ การบริหาร การบำรุงรักษาสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา และร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการขนส่งผู้โดยสารทางถนนข้ามพรมแดนไทย-มาเลเซีย และพัฒนาการเชื่อมโยงการค้าผ่านแดนไปประเทศที่สาม ที่มีทั้งเชื่อมโยง เส้นทางการค้าไปจีนและอินเดีย ล่าสุด ได้แก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดและการขนส่งผลไม้ไปจีน ณ ด่านโหย่วอี้กวนจนสำเร็จ รวมทั้งการประชุมเจรจาเห็นชอบร่างความตกลงยานยนต์ระหว่างอินเดีย เมียนมา และไทยร่วมกัน