สิงห์บุรี – ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำรายภาคในพื้นที่ภาคกลาง ครั้งที่ 1/2565 ว่าตามที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้เป็นประธานการประชุมฯ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำ การเพาะปลูกในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำระยะฝนทิ้งช่วง พร้อมเสนอแนะแนวทางการบริหารจัดการน้ำและการเพาะปลูกในพื้นที่ภาคกลาง ช่วงฤดูแล้งปี 2564/65 เตรียมความพร้อมแผนงานโครงการ เพื่อเสนอของบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ตาม 9 มาตรการ ที่ สทนช.เสนอเข้าครม.เรียบร้อยแล้ว ทาง พล.อ.ประวิตรห่วงใยต่อสถานการณ์น้ำภาคกลางในช่วงแล้ง พบว่า 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อน สิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยฯ และเขื่อนป่าสักฯ มีปริมาณน้ำรวม 13,651 ล้านลบ.ม. หรือ 55% ของความจุอ่างฯ รวมกัน ปริมาณน้ำใช้การ 6,992 ล้านลบ.ม. หรือ 39% อยู่ในเกณฑ์น้ำน้อย ใช้น้ำไปแล้วประมาณ 2,072 ล้านลบ.ม. ต้องมีบริหารจัดการน้ำให้เป็นไปตามแผนเพื่อให้ไม่กระทบกับกิจกรรมการใช้น้ำ โดยเฉพาะเรื่องน้ำอุปโภค-บริโภค

“ทั้งนี้ในวันที่ 24 นี้ พล.อ.ประวิตรมีแผนการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในภาพรวมในพื้นที่ภาคกลางเพื่อรับฟังความก้าวหน้าการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตาม 9 มาตรการรองรับสถานการณ์แล้ง การบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งและมาตรการรองรับสถานการณ์ขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง แผนบริหารจัดการการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งในเขตพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา รวมถึงแผนการปลูกข้าวนาปรังในเขตพื้นที่ลุ่มต่ำที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ จ.ชัยนาท และสิงห์บุรี”

ที่ประชุมยังได้ติดตาม เร่งรัด การดำเนินโครงการที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ โครงการสำคัญให้เป็นไปตามแผนทั้งในส่วนที่มีแผนหลักและกรอบวงเงินงบประมาณแล้ว อาทิ การพัฒนาและฟื้นฟูบึงบอระเพ็ด การพัฒนาคลองเปรมประชากร การพัฒนาฟื้นฟูสภาพแวดล้อมคลอง แสนแสบ แผนบรรเทาอุทกภัยเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์แผนป้องกันน้ำหลากเจ้าพระยา 9 แผน รวมถึงแผนงานที่อยู่ระหว่างจัดทำแผนและกรอบวงเงิน ได้แก่ แผนป้องกันน้ำท่วมบริเวณนิคมอุตสาหกรรมบางปู การแก้ปัญหาน้ำเสียพื้นที่จังหวัดราชบุรี แผนการกำจัดผักตบชวา เป็นต้น

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน