สหรัฐลั่นคว่ำบาตรไม่เว้น‘ปูติน’ – เมื่อวันที่ 26 ม.ค. บีบีซีรายงานความคืบหน้าสถานการณ์ตึงเครียดในยูเครนซึ่ง สั่นคลอนความสัมพันธ์ระหว่างชาติตะวันตกกับรัสเซียว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐอเมริกา กล่าวข่มขู่ว่าหากทางการรัสเซียตัดสินใจใช้กองทัพรุกรานเข้ามาในยูเครนแล้วทางการสหรัฐอาจใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจโดยตรงต่อประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย
ประธานาธิบดีไบเดนกล่าวว่า รัสเซียจะต้องพบกับผลลัพธ์เลวร้ายอย่างใหญ่หลวง ที่จะตามมา “การบุกยูเครนของรัสเซียหากเกิดขึ้นจะถือเป็นการเคลื่อนทัพในสงครามครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง เราจำเป็นต้องแสดงให้ชัดเจนว่านาโตจะเข้าช่วยเหลือยูเครนแน่นอน” นายไบเดนระบุ

พร้อมลุย – ครูฝึกกองทัพยูเครน ที่กรุงเคียฟ สาธิตวิธีการใช้ขีปนาวุธต่อต้านรถถัง รุ่นใหม่ (Next generation Light Anti-tank Weapon – NLAW) ซึ่งจะถูกใช้เป็นอาวุธหลักต่อต้านยานเกราะและรถถังหากรัสเซียรุกราน เมื่อ 26 ม.ค. (รอยเตอร์)
ขณะที่ทางการรัสเซียกล่าวหาทางการสหรัฐว่าพยายามทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง ทั้งยังตอบโต้อย่างเดือดดาลถึงกรณีกองเรือยุทธการของสหรัฐที่แล่นเข้ามาใกล้ชายฝั่งของรัสเซีย รวมถึงการส่งยุทธโธปกรณ์และที่ปรึกษาด้านสงครามเข้าไปยังประเทศยูเครนจำนวนมากว่า ไร้คำอธิบายถึงเหตุผลใดๆ พร้อมยืนกรานปฏิเสธแผนรุกรานยูเครน แม้ทางการรัสเซีย จะปฏิเสธอย่างต่อเนื่องแต่ในทางปฏิบัติกลับระดมกำลังทหารกว่า 1 แสนนายเข้าประชิดชายแดนทางตะวันออกของยูเครน ทั้งยังมีกำลังทหารรัสเซียอยู่ในเบลารุส ทางเหนือของ กรุงเคียฟ และแคว้นไครเมีย ทางใต้ของยูเครน หากเกิดการบุกโจมตียูเครนจะเสียเปรียบทางยุทธศาสตร์อย่างสิ้นเชิงและนั่นสร้างความหวาดผวาให้ชาติตะวันตกอย่างมาก
ทั้งนี้ แหล่งข่าวจากแวดวงการทูตระบุว่าโอกาสที่จะเกิดสงครามใหญ่ระหว่างชาติพันธมิตรในองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) กับรัสเซียนั้นมีไม่มาก แต่กังวลว่าอาจเกิดการปะทะและกลายเป็นการสู้รบในพื้นที่จำกัดอย่างประปราย