เปิดโลกเรียนรู้คุณหนูออนไลน์ – การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบวงกว้างในหลายมิติทั่วโลก รวมทั้งผลกระทบต่อแวดวงการศึกษาไทยในหลายแง่มุม ตั้งแต่การปิดเรียน เด็กไทยส่วนใหญ่ต้องปรับตัวในด้านการเรียนการสอนซึ่งเปลี่ยนมาเป็นรูปแบบออนไลน์ แต่ในอีกด้าน โควิด-19 กลายเป็นแรงผลักดันบังคับให้เกิดการปรับตัวและนำมาซึ่งเทคโนโลยีและนวัตกรรมรูปแบบการศึกษาใหม่ๆ ที่ช่วยให้เด็กเรียนรู้ด้วยตนเอง

ผศ.ดร.สุรภา เทียมจรัส อายุ 41 ปี อาชีพนักวิจัย ผู้ได้รับพระราชทานทุน อานันทมหิดล ปี 2544 ในฐานะคุณแม่ของ ด.ญ.สารินา เจนจัตน์ หรือ น้องดีญ่า อายุ 6 ขวบ กล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงทำให้เด็กๆ ไม่สามารถไปโรงเรียนตามปกติได้ ทางครอบครัวจึงพยายามหาแหล่งเรียนรู้เพิ่มเติมให้ลูกนอกเหนือจากการเรียนออนไลน์กับทางโรงเรียน และได้พบกับ www.thailandlearning.org ซึ่งมีประโยชน์มาก เนื่องจากเป็นเว็บพอร์ทัลที่รวบรวมแหล่งเรียนรู้ในโลกออนไลน์ จัดทำโดยมูลนิธิเอเชียประจำประเทศไทย ร่วมกับสถานทูตออสเตรเลีย จากการแนะนำของเพื่อนๆ ซึ่งถือว่าเป็นเว็บไซต์ที่ดีและได้ประโยชน์เยอะมาก เพราะรวบรวมเนื้อหาทุกสาขาวิชาเอาไว้ด้วยกันในรูปแบบลิงก์ เมื่อต้องการให้ลูกเรียนรู้ในเรื่องไหนเราก็เข้าไปค้นหาดู จากนั้นก็เข้าไปอ่านดูในแต่ละอัน ลองใช้ว่าดีหรือไม่ดีอย่างไร แล้วจึงเลือกจากตรงนั้นนำมาใช้ ดังนั้นเวลาส่วนใหญ่จะไม่ได้อยู่ตรงหน้าเว็บไซต์ แต่จะไปอยู่ตรงการคัดเลือกว่าอะไรที่เหมาะสมกับลูกเรา แอพพลิเคชั่นที่เคยเข้าไปใช้ ได้แก่ Khan Academy Kids, Reading Eggs ที่สอนภาษาอังกฤษและคณิตศาสตร์, Starfall Education, Brainpop ซึ่งไม่รู้จักมาก่อนเลย

“ส่วนตัวแล้วคิดว่า Thailand Learning มีประโยชน์สำหรับคุณแม่มาก เพราะเมื่อเป็นแม่แล้วเราต้องหาสิ่งดีที่สุดให้ลูก นอกจากเนื้อหาวิชาต่างๆ แล้วยังมีพวก National Geographic for Kids และอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย เว็บไซต์ของต่างประเทศมักจะมีเนื้อหาครอบคลุมกว่า มีลูกเล่นมากกว่าเว็บไซต์ของไทย โดยรวมแล้วถือว่ามีประโยชน์ ผู้ปกครองควรจะต้องคัดเลือกให้ลูกก่อน แล้วจึงค่อยทำให้เขาสนุกกับมัน ส่วนใหญ่ที่บ้านจะเปิดให้ใช้โปรแกรมที่เป็นลักษณะเกมฝึกภาษา ในช่วงแรกๆ จะแนะนำการใช้งานไปพร้อมกับลูกก่อน ระยะต่อมาเขาสามารถเปิดใช้บริการเองได้ ที่บ้านจะควบคุมเวลาไม่ให้ลูกเล่นเกิน 30 นาที เพราะถ้าเล่นนานเกินกว่านั้นเกรงจะทำให้มีปัญหาได้” ผศ.ดร.สุรภากล่าว

ผศ.ดร.สุรภากล่าวต่อว่าจากการใช้บริการตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาพบว่าพัฒนาการด้านการศึกษาของลูกดีมากขึ้น อยู่ในระดับที่น่าพอใจ เมื่อลูกโตขึ้นคิดว่าจะยังคงใช้ Thailand Learning เหมือนเดิม เพียงแต่ต้องหาเว็บไซต์ที่เหมาะสมตามช่วงวัยของลูก

สำหรับสิ่งที่ควรปรับปรุงเพิ่มเติมใน Thailand Learning ผศ.ดร.สุรภาแนะนำว่าควรมีช่องทางการแนะนำว่าในแต่ละเว็บไซต์ดีอย่างไร อาจจะทำช่องทางให้ผู้ปกครองหรือผู้ใช้บริการมากดไลก์หรือรีวิวแสดงความคิดเห็น เพื่อให้ผู้ใช้คนอื่นๆ ไม่เสียเวลาค้นหาหรือทดลองใช้ พ่อแม่หรือผู้ปกครองที่สนใจเข้าไปใช้บริการได้ที่ www.thailandlearning.org เพื่อลูกที่กำลังเติบโตจะได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ นอกห้องเรียน ที่สำคัญคือใช้งานง่ายผ่านโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ไม่มีข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่ สามารถจัดสรรเวลา เสริมสร้างหาความรู้ให้ตัวเองแม้ไม่ได้อยู่ในสถานศึกษา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน