จี้รัฐเข้มเก็บซากน้ำมัน-หวั่นผิดกม. – วันที่ 30 ม.ค. นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน กล่าวกรณี ผลกระทบจากน้ำมันดิบรั่วไหลกลางทะเลมาบตาพุดกว่า 400,000 ลิตรว่า การลงพื้นที่ ตรวจสอบพบว่าบริษัทเอกชนผู้ก่อเหตุและหน่วยงานภาครัฐหลายภาคส่วนบูรณาการการเก็บก้อนน้ำมันนอย่างเต็มที่ มีการนำแท็งก์พลาสติกขนาดใหญ่จำนวนมากมาตั้งรองรับ ซากน้ำมันเหล่านั้นถือเป็นของเสียอันตราย ที่ต้องมีมาตรการการจัดเก็บและนำไปทำลายอย่างถูกต้อง ตามหลักวิชาการ แต่ทราบว่าบริษัทผู้ก่อเหตุประสงค์จะนำของเสียเหล่านี้ไปกักเก็บทำลาย ยังโรงงานของตน ซึ่งตามข้อกฎหมายเป็นไปไม่ได้
เพราะของเสียอันตรายต้องขนย้ายนำไปเก็บสะสมและกำจัด ปฏิบัติตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การกําจัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว พ.ศ.2548 เท่านั้น โดยผู้ขนส่ง นำไปกำจัดต้องมีใบอนุญาตตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง ระบบเอกสารกํากับ การขนส่งของเสียอันตราย พ.ศ.2547 และผู้ประกอบกิจการโรงงานที่มีสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุ ที่ไม่ใช้แล้วไว้ในครอบครองต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง ระบบเอกสารกํากับการขนส่งของเสียอันตราย พ.ศ.2547 และต้องมีใบอนุญาตคัดแยกหรือฝังกลบ ต้องถามว่าบริษัทหรือโรงงานผู้ก่อเหตุมีใบอนุญาตเหล่านี้แล้วหรือไม่
การที่บริษัทผู้ก่อเหตุจะนำซากน้ำมันไปเก็บไว้ที่โรงงานย่อมเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย และเจ้าหน้าที่รัฐที่บูรณาการการเก็บกวาดซากน้ำมันอยู่ในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นกรมโรงงาน อุตสาหกรรมจังหวัด และกรมควบคุมมลพิษ หากเพิกเฉยโดยไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย ย่อมเข้าข่ายการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.157 ได้