วัคซีนคุณหนูสู้‘โควิด-19’ – ถึงคิวน้องๆ หนูๆ ตัวเล็ก ฉีดวัคซีนเด็กสู้โรคโควิด-19 กันแล้ว !!

เริ่มคิกออฟวันแรก เมื่อ 31 ม.ค. 2565 สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (ร.พ.เด็ก) จัดฉีดวัคซีนโควิดให้คุณหนูๆ อายุ 5-11 ขวบ ที่มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรค ที่ชั้น 12 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา โดยมีผู้ลงทะเบียนไว้ 154 คน เป็นวัคซีน ไฟเซอร์สำหรับเด็กอายุ 5-11 ขวบ ขวดฝา สีส้ม ซึ่งนำเข้ามาล็อตแรก 3 แสนโดส หลังผ่านการตรวจรับรองรุ่นการผลิตจึงกระจายไปยังจุดฉีดโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศ โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ตรวจเยี่ยม

บรรยากาศการฉีดวัคซีน คุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครองที่สมัครใจพาเด็กๆ มารับวัคซีนตั้งแต่เช้า เจ้าหน้าที่สถาบันแต่งชุดมาสคอตตัวการ์ตูนต่างๆ พร้อมเปิดการ์ตูนให้เด็กๆ ชมระหว่างรอ เพื่อสร้างความผ่อนคลายให้เด็กๆ

เมื่อเด็กๆ มาถึงจุดบริการต้องเข้ารับการตรวจคัดกรองเพื่อประเมินสภาพอาการผู้ป่วย ข้อควรระวังที่ควรชะลอหรือเลื่อนฉีดไปก่อน คือ 1.ขณะป่วยมีไข้ ร่างกายอ่อนเพลีย ควรรักษาให้หายดีก่อนจนกว่าจะเป็นปกติ หรือ 2.เด็กที่มีโรคประจำตัวอาการรุนแรง อาการไม่คงที่ ให้รักษาโรคประจำตัวก่อน

หากเด็กๆ เข้ารับการฉีดได้จะเข้าสู่ขั้นตอนการลงทะเบียน เซ็นใบยินยอม ก่อนรอเข้าห้องฉีดวัคซีน และสังเกตอาการ 30 นาทีเช่นเดียวกับผู้ใหญ่ก่อนกลับบ้าน หลังจากนั้นหากเด็กๆ มีอาการหลังฉีดวัคซีนก็ควรรีบพามาโรงพยาบาลใกล้บ้านทันทีเพื่อประเมินอาการ คือ 1.กลุ่มโรคหัวใจในช่วง 2-7 วัน ได้แก่ เจ็บหน้าอก หายใจเร็ว เหนื่อยง่าย ใจสั่น ตามสถิติมักพบในช่วงวันที่สองของการฉีด แต่หากเกิดในวันแรกก็พามาได้เช่นกัน และ 2.กลุ่มอาการอื่น คือไข้สูงมากกว่า 39 องศาเซลเซียส ปวดหัวรุนแรง อาเจียน รับประทานอะไรไม่ได้ เด็กซึมหรือไม่รู้สึกตัว

ทั้งนี้ การฉีดวัคซีนโควิด-19 ในเด็กอายุ 5-11 ขวบ จะเริ่มจากเด็กกลุ่มที่มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มก่อน ได้แก่ 1.โรคอ้วน ที่มีภาวะทางเดินหายใจอุดกั้น 2.โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง รวมทั้งหอบหืดที่มีอาการปานกลางหรือรุนแรง 3.โรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง 4.โรคไตวายเรื้อรัง 5.โรคมะเร็งและภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ 6.โรคเบาหวาน และ 7.กลุ่มโรคพันธุกรรม รวมทั้งกลุ่มอาการดาวน์ เด็กที่มีภาวะบกพร่องทางระบบประสาทอย่างรุนแรง และเด็กที่มีพัฒนาการล่าช้า ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงมีโอกาสติดเชื้อและเสียชีวิตสูง โดยจัดฉีดที่โรงพยาบาล ฉีด 2 เข็ม ห่าง 3-12 สัปดาห์ ตามดุลพินิจของกุมารแพทย์

สำหรับเด็กอายุ 5-11 ขวบ ที่ไม่มีโรคประจำตัวจะจัดฉีดโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานต่อไป

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่าวันนี้เป็นการฉีดครั้งแรกหลังได้รับวัคซีนไฟเซอร์สูตร เด็ก 5-11 ขวบ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งประเทศไทยสั่งวัคซีนเด็กไป 10 ล้านโดส

“สธ. ขอให้ความมั่นใจต่อพ่อแม่ผู้ปกครองว่าวัคซีนที่เราจัดมาให้ลูกหลานปลอดภัยได้มาตรฐาน กรรมวิธีฉีดผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการวิชาการซึ่งหลายท่านเป็นอาจารย์แพทย์ มีความรู้เรื่องการฉีดวัคซีน ส่วนอาการข้างเคียงอาจเกิดขึ้นได้บ้างแต่ไม่ใช่อันตราย ช่วงที่ฉีดใหม่ๆ นี้ ขอให้กรมการแพทย์เตรียมทำความเข้าใจกับ ผู้ปกครอง ถ้ามีอาการข้างเคียงจะดูแลลูกหลานอย่างไร” รมว.สาธารณสุขกล่าว

นางนพวรรณ กิจพล อายุ 34 ปี ผู้ปกครองเด็กชายอายุ 8 ขวบ กล่าวว่าที่บ้านตนไม่ได้มีกลุ่มเสี่ยง แต่เนื่องจากพ่อแม่ต้องออกมาทำงานนอกบ้านทุกวัน ประกอบกับลูกชายมีโรคประจำตัวคือโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง จึงได้รับคำแนะนำจากคุณหมอให้เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ยอมรับว่าในช่วงแรกกังวลเกี่ยวกับผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้นกับเด็ก โดยเฉพาะภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ แต่ทางโรงพยาบาลให้ข้อมูลจนสร้างความมั่นใจว่าวัคซีนไฟเซอร์สำหรับเด็กนั้นปลอดภัย ทำให้เชื่อมั่นมากขึ้นและตัดสินใจพาลูกเข้ารับการฉีดวัคซีน

หลังจากนี้ได้รับคำแนะนำให้ดูแลและสังเกตอาการหลังฉีดวัคซีน งดออกกำลังกาย และทำแบบประเมินอาการ หากมีกรณีฉุกเฉินสามารถพาลูกกลับมาพบแพทย์ที่โรงพยาบาลเด็กได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน