หลวงพ่อคง ธัมมโชโต อดีตพระเกจิวัดบางกะพ้อม – วันอาทิตย์ที่ 6 ก.พ.2565 น้อมรำลึกครบ 79 ปี มรณกาล พระอุปัชฌาย์คง หรือ หลวงพ่อคง ธัมมโชโต อดีตเจ้าอาวาส วัดบางกะพ้อม อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม

เป็นพระเกจิคณาจารย์แห่งลุ่มแม่น้ำ แม่กลองอีกรูปหนึ่งที่มีวัตรปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาไม่แพ้ หลวงพ่อแก้ว พรหมสโร วัดพวงมาลัย

เกิดในสกุล จันทร์ประเสิรฐ เมื่อวันที่ 3 เม.ย.2407 ณ ต.บางสำโรง อ.บางคนที จ.สุมทรสงคราม บิดา-มารดา ชื่อ นายเกตุ และ นางทองอยู่ จันทร์ประเสิรฐ

เล่ากันว่าเกิดในเรือนแพ ซึ่งมีความเชื่อกันว่า ถ้าใครถือกำเนิดในห้องเล็กที่ใต้เรือนแพ จะต้องเป็นผู้ชายและครองสมณเพศเป็นพระภิกษุตลอดชีวิต โดยบิดา-มารดาของหลวงพ่อคง ได้ซื้อเรือนนี้มาอีกทอดหนึ่ง

พออายุได้ 12 ปี บรรพชาที่วัดเหมืองใหม่ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม เพื่อศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรม และสนใจในวิชาเมตตามหานิยม

กระทั่งอายุได้ 19 ปี ลาสิกขาเพื่อไปช่วยครอบครัวประกอบอาชีพ

ครั้นเมื่อมีอายุครบ 20 ปี เข้าพิธีอุปสมบท ณ วัดเหมืองใหม่ เมื่อวันศุกร์ ขึ้น 6 ค่ำ เดือนสิงหาคม 2427 มีพระอาจารย์ด้วง เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอธิการจุ้ย เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอธิการทิม วัดเหมืองใหม่ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า ธัมมโชโต แปลว่า ผู้รุ่งเรืองในธรรม

อยู่จำพรรษาที่วัดเหมืองใหม่ คอยอุปัฏฐากรับใช้พระอุปัชฌาย์ ด้วยอุปนิสัยที่รักการศึกษาเล่าเรียน ได้ศึกษาเล่าเรียนทั้งทาง คันถธุระ วิปัสสนาธุระ กับพระอุปัชฌาย์เป็นพื้นฐาน ต่อมาได้ไปศึกษากับพระเถระชื่อดังในยุคนั้นอีกหลายรูป

ศึกษาคัมภีร์มูลกัจจายน์ ซึ่งเป็นตำราเรียนบาลีไวยากรณ์ในสมัยโบราณ กับอาจารย์นก ซึ่งเป็นอุบาสกในละแวกนั้นเป็นเวลา 13 ปี จนมีความคล่องแคล่วสามารถแปลธรรมบทได้

นอกจากนี้ ยังสนใจการศึกษาวิทยาคม โดยศึกษาคัมภีร์นี้กับพระอาจารย์ด้วง ซึ่งท่านเชี่ยวชาญการลบผงวิเศษ เป็นที่นับถือในสมัยนั้น เล่าเรียนกับหลวงพ่อตาด วัดบางวันทอง พระเถระผู้ที่มีวิทยาคมอันแก่กล้า โดยเฉพาะวิชานะปัดตลอด อีกทั้งได้ไปศึกษากับหลวงพ่อหรุ่น วัดช้างเผือก ผู้เชี่ยวชาญด้านวิปัสสนากัมมัฏฐาน

ในพรรษา 19 อาพาธ จึงหยุดพักผ่อน หันมาสอนสมถะกัมมัฏฐานและวิปัสสนากัมมัฏฐาน มีลูกศิษย์ลูกหาเป็นจำนวนมาก

เอาใจใส่การดูแลก่อสร้างเสนาสนะ เนื่องจากมีฝีมือในเชิงช่าง ซ่อมแซมหอไตรที่มีสภาพชำรุดทรุดโทรมให้มีสภาพที่ดีขึ้น พร้อมกันนั้น ได้สร้างปั้นพระป่าเลไลย์ด้วย

จนกระทั่งพรรษาที่ 21 ในปี พ.ศ.2448 ชาวบ้านใน ต.บางกะพ้อม อาราธนามาเป็นเจ้าอาวาสวัดบางกะพ้อม ฟื้นฟูบูรณปฏิสังขรณ์ถาวรวัตถุภายในวัดพร้อมสรรพสำเร็จลุล่วงในเวลาอันสั้น

พ.ศ.2464 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะตำบลบางกะพ้อม และแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์

แม้จะมีภาระงานปกครองวัด แต่ในเดือน 4 ของทุกปี จะไปปักกลดในป่าช้าข้างวัดเป็นเวลาราว 1 เดือน เรียกกันว่า รุกขมูลข้างวัด

ช่วงบั้นปลายชีวิต อาพาธด้วยโรคชรา เนื่องจากกรำงานหนักจนไม่มีเวลาพักผ่อน

เมื่อวันที่ 6 ก.พ.2486 ขณะขึ้นนั่งร้านเพื่อตกแต่งพระขนงพระพุทธรูปประธานองค์ใหม่ เมื่อสวมพระเกตุพระประธานแล้วเสร็จ ก็เกิดอาการหน้ามืด คล้ายจะเป็นลม แต่มีสติดี เอามือประสานในท่านั่งสมาธิจนหมดลมถึงแก่มรณภาพในอาการอันสงบ

คณะศิษย์เห็นท่านนั่งอยู่นาน จึงประคองร่างลงมาจากนั่งร้าน จึงรู้ว่าท่านมรณภาพแล้ว

สิริอายุ 78 ปี พรรษา 58

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน