เร่งโครงการบำบัดน้ำมีนบุรีเฟส2 – กทม. – เมื่อวันที่ 7 ก.พ. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมคณะอนุกรรมการบริหาร พัฒนา อนุรักษ์และฟื้นฟูคลองแสนแสบ ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ จากมูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเห็นชอบหลักการ โครงการบำบัดน้ำเสียมีนบุรี ระยะที่ 2 (กทม.) ที่บำบัดน้ำเสียได้ 42,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน โดยขอให้นำเสนอคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติพิจารณาก่อน และให้วางแผนการก่อสร้างให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ เพื่อไม่ให้กระทบการก่อสร้างและระบายน้ำ
นอกจากนั้น ที่ประชุมรับทราบความคืบหน้า การดำเนินการร่วมกันของ 8 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรุงเทพมหานคร องค์การจัดการน้ำเสีย กรมเจ้าท่า กรมควบคุมมลพิษ กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กรมชลประทาน และ จ.ฉะเชิงเทรา โดยมีงานที่สำคัญตามแผนหลัก 5 เป้าประสงค์คือ การแก้ไขปัญหามลพิษและคุณภาพน้ำ การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การป้องกันและปราบปรามการบุกรุกทำลายทรัพยากรน้ำ การปรับปรุงภูมิทัศน์ และการเสริมสร้างความปลอดภัยในการสัญจรทางน้ำของประชาชน ซึ่งมีระยะเวลาดำเนินการ 11 ปี (2564-67) รวม 84 โครงการ โดยภาพรวมคลองแสนแสบ ยาวรวม 72 ก.ม.เชื่อมโยงลุ่มน้ำเจ้าพระยาและบางปะกงในพื้นที่ กทม.และฉะเชิงเทรา
พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ขอให้กระทรวงมหาดไทย กทม. รวมทั้งกรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมควบคุมมลพิษ เร่งสำรวจแหล่งกำเนิดมลพิษที่อยู่ริมคลองให้แล้วเสร็จภายในเดือนก.พ. และบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังควบคู่กันอย่างเร่งด่วน เพื่อหยุดต้นทางน้ำเสียที่ไหลลงคลองให้ได้ โดยเฉพาะหลายชุมชนที่ยังไม่มีการบำบัดน้ำเสีย ซึ่งต้องทำความเข้าใจและสร้างการมีส่วนร่วม โดยขอให้เยาวชนในสถานศึกษานำร่อง 8 แห่งเข้าร่วมกิจกรรม สร้างจิตสำนึกและการตระหนักรู้ไปพร้อมกัน
นอกจากนั้นให้ กทม.เร่งจัดหาเรือขุดตะกอน เพื่อจัดการกับตะกอนท้องคลอง และซ่อมสะพาน ข้ามคลองที่ชำรุดทรุดโทรม ให้ประชาชนสัญจรได้สะดวกและปลอดภัยเป็นการเร่งด่วน และกำชับให้กรมเจ้าท่า เร่งปรับปรุงท่าเรือต้นแบบ ขยายผลไปยังท่าเรืออื่นๆ โดยคำนึงถึงความสะดวกและปลอดภัย พร้อมเร่งนำ เรือไฟฟ้ามาใช้แทนเรือเครื่องยนต์ดีเซลที่เป็นปัญหามลพิษ