เอกชนเผยเชื่อมั่นบวก5เดือนติด-จับตาเงินเฟ้อหลุดกรอบ

กนง.คงดอกเบี้ย 0.50% หนุนเศรษฐกิจฟื้น จับตาแนวโน้มเงินเฟ้อเร่งเกินกรอบ 3% ช่วงแรกของปี ด้านความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมฟื้นตัวต่อเนื่อง 5 เดือน ใกล้ระดับก่อนเกิดโควิด-19

นายปิติ ดิษยทัต เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 0.50% ต่อปี โดยประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง การระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน คาดว่าจะสร้างแรงกดดันต่อระบบสาธารณสุขในวงจำกัด ความเสี่ยงด้านต่ำต่อเศรษฐกิจ โดยรวมจึงลดลง แต่ยังต้องติดตามการระบาดในระยะต่อไป

ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มเร่งขึ้นเกินกรอบ 3% ไปบ้างเป็นเรื่องปกติในช่วงแรกของปี 2565 จากราคาพลังงานและอาหารสดบางประเภท และมีความเสี่ยงด้านสูงเพิ่มขึ้นจากการส่งผ่านต้นทุน ที่อาจมากขึ้นหากราคาพลังงานและอาหารสดอยู่ในระดับสูงนาน กว่าคาด หรือหากข้อจำกัดด้านการผลิตขยายวงกว้างขึ้นไปสู่สินค้า ประเภทอื่นๆ อย่างไรก็ดี ยังไม่เห็นสัญญาณการปรับเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าและบริการเป็นวงกว้าง

โดย กนง. ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2564 จะขยายตัวดีกว่าที่คาดไว้ และมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องในปี 2565 จากการส่งออกสินค้าที่ปรับสูงขึ้น จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเพิ่มขึ้นจากการผ่อนคลายข้อจำกัดด้านการเดินทางที่เร็วกว่าคาด แต่ภาพรวมการขยายตัวเศรษฐกิจปี 2565 ยังไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก คาดว่าจะกลับมาขยายตัวได้เท่ากับช่วงก่อนโควิดช่วงปลายปี 2565-ต้นปี 2566 นี้

“ในระยะต่อไป กนง. ให้น้ำหนักการฟื้นตัวเศรษฐกิจต้องไม่ให้สะดุด ส่วนเงินเฟ้อต้องจับตาไม่ให้ขยายวงกว้าง ไม่ฝังลึกลงไปในระบบเศรษฐกิจ ซึ่งต้องใช้ยาแรงที่อาจกระทบกับการขยายตัวเศรษฐกิจ รายได้ประชาชน และการดูแลการฟื้นตัวของภาคธุรกิจ ที่ยังมีความเปราะบางจากภาระหนี้ในช่วงโควิด”

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือนม.ค. 2565 อยู่ที่ระดับ 88.0 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ระดับ 86.8 ซึ่งเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน และกลับมาอยู่ระดับใกล้เคียงก่อนวิกฤตโควิด-19 ในช่วงต้นปี 2563 เนื่องจากอุปสงค์ในประเทศและต่างประเทศที่ยังขยายตัว สะท้อนจากคำสั่งซื้อสินค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งสินค้าคงทนและสินค้าอุปโภคบริโภค

นอกจากนี้ ภาครัฐยังทยอยผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่ยังดำเนินต่อไปได้ แม้จะมีการระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบรุนแรงต่อการผลิตภาคอุตสาหกรรม ส่งผลให้ดัชนีฯ คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 96.4 จากครั้งก่อนอยู่ที่ระดับ 95.2 แต่ยังคงต้องติดตามต้นทุนราคาพลังงานและค่าขนส่งที่สูงขึ้น ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และเซมิคอนดักเตอร์ยังไม่คลี่คลาย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน