วันที่ 15 ก.พ. บีบีซีรายงานความคืบหน้าสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครนว่า นายเซอร์เก ชอยกู รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมรัสเซีย แจ้งต่อประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ว่าการซ้อมรบใกล้ชายแดนยูเครนสิ้นสุดลง และทหารบางส่วนจากพื้นที่ใกล้ชายแดนเริ่มถอนกำลังกลับไปประจำการที่ฐานทัพต้นสังกัดแล้ว ส่วนการซ้อมรบอื่นๆ รวมทั้งการซ้อมรบร่วมกับกองทัพเบลารุสจะถึงกำหนดสิ้นสุดในอีกไม่กี่วันข้างหน้า อย่างไรก็ตาม ทางการยูเครนระบุจะเชื่อว่ารัสเซียถอนทัพต่อเมื่อได้เห็นว่าเกิดขึ้นจริง

ถอนกำลัง – ภาพถ่ายรถถังหุ้มเกราะของกองทัพรัสเซียเตรียมเคลื่อนย้ายกลับฐานทัพ หลังปฏิบัติภารกิจซ้อมรบใกล้ชายแดนยูเครนเสร็จสิ้น ท่ามกลางความโล่งใจของหลายฝ่ายที่หวังว่าวิกฤตความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครนจะคลี่คลายในเร็ววัน (เอพี)
ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐอเมริกา ต่อสายตรงหารือนานกว่า 40 นาทีกับนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ผู้นำสหราชอาณาจักร เมื่อวันจันทร์ที่ 14 ก.พ.ตามเวลาท้องถิ่น โดยเห็นพ้องต้องกันว่ายังมีความหวังที่จะแก้ปัญหาด้วยวิธีทางการทูต
แม้กระทรวงกลาโหมสหรัฐ (เพนตากอน) ระบุว่ารัสเซียเสริมกำลังทหารเพิ่มเติมจากเดิมกว่า 100,000 นายตรึงกำลังบริเวณติดชายแดนยูเครน จนหลายประเทศออกคำสั่งให้พลเรือนของตนเร่งเดินทางออกจากยูเครน ส่วนสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำกรุงเคียฟอพยพ เจ้าหน้าที่ทั้งหมดและย้ายบางส่วนไปประจำการในเมืองลวิว ทางตะวันตกของยูเครนแทน
ทำเนียบนายกฯ บ้านหมายเลข 10 ถนนดาวนิงในกรุงลอนดอน ออกแถลงการณ์ว่า นายจอห์นสันและนายไบเดนระบุว่ายังมีโอกาสทางการทูตเพื่อให้รัสเซียยุติการคุกคามยูเครน ทั้งสองผู้นำย้ำว่าการรุกล้ำเข้ายูเครนจะส่งผลให้เกิดวิกฤตที่ยืดเยื้อต่อรัสเซีย ซึ่งจะสร้างความเสียหายอย่างกว้างขวางทั้งต่อรัสเซียและทั่วโลก นายจอห์นสันยังกล่าวว่าอังกฤษพร้อมจะทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้เพื่อช่วยเหลือ ซึ่งนายไบเดนตอบกลับว่าสหรัฐก็จะไม่ไปไหนโดยไม่มีพันธมิตรสำคัญอย่างอังกฤษ
วันเดียวกัน ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ประกาศให้วันที่ 16 ก.พ. ซึ่งแหล่งข่าวรัฐบาลสหรัฐระบุว่ามีความเป็นไปได้ที่รัสเซียจะยกพลโจมตี เป็นวันแห่งความสามัคคี และยกย่องความแข็งแกร่งของกองทัพยูเครน
“เรามีบางอย่างที่ต้องตอบโต้ เรามีกองทัพที่ยิ่งใหญ่ นี่คือกองทัพที่แข็งแกร่งกว่าเมื่อ 8 ปีที่แล้วหลายเท่า” นายเซเลนสกีกล่าว แต่ย้ำว่ายังต้องการแก้ปัญหาต่างๆ ด้วยการเจรจาและการหารือทางการทูต ก่อนลงท้ายถ้อยแถลงว่า “ตอนนี้คุณอาจคิดว่ามันมืดมนไปหมด แต่ พรุ่งนี้ดวงอาทิตย์จะสว่างไสวเหนือท้องฟ้าที่สงบสุข”
ด้านนายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด ผู้นำแคนาดาแถลงว่าจะส่งอาวุธยุทโธปกรณ์อานุภาพร้ายแรงไปยังยูเครน รวมถึงให้กู้ยืมเงินว่า 12,700 ล้านบาท เพื่อรับมือกับความก้าวร้าวของรัสเซีย
“ด้วยความรุนแรงของสถานการณ์และหลังจากหารือกับยูเครน พันธมิตรของเรา ผมอนุมัติให้จัดหายุทโธปกรณ์และกระสุนรวมมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท นี่เป็นการตอบสนองต่อคำขอโดยเฉพาะจากทางการยูเครน นอกเหนือจากยุทโธปกรณ์ทำลายล้างที่เราได้จัดหาให้แล้ว เจตนาในการสนับสนุนของแคนาดาและพันธมิตรประเทศอื่นๆ คือการยับยั้งการเดินหน้ารุกรานของรัสเซีย” นายกฯ ทรูโดกล่าวเมื่อวันจันทร์ที่ 14 ก.พ. และว่าทางการกรุงออตตาวาจะให้เงิน กู้ยืมเพิ่มเติมแก่ทางการยูเครน รวมแล้วมียอดเงินที่ให้กู้ยืมที่กว่า 15,800 ล้านบาท