ตรัง – นายยาเหตุ หะหวา และ นายวิโรจน์ เบ็ญหมูด ชาวบ้านบ้านเจ้าไหม-หาดยาว ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง ร่วมกันปลูกหญ้าทะเลด้วยสองมือเปล่าด้วยวิธีกางมุ้ง บริเวณทะเลหน้าหมู่บ้าน ซึ่งเริ่มจากการออกไปเก็บลูกหญ้าทะเลมาแช่น้ำ 1 คืน เมื่อเปลือกกะเทาะออกนำเมล็ดที่ได้มาใส่ในตะแกรงพลาสติกที่เย็บด้วยมือติดกัน 2 อัน ทำเป็นฝาปิดมิดชิด แล้วเพาะลอยน้ำไว้ในกระชังปลา ประมาณ 15 วัน หญ้าทะเลจะออกรากแตกยอดอ่อนเป็นต้นกล้านำไปปลูกได้
ส่วนอุปกรณ์ที่ใช้ปลูกหญ้าทะเลโดยวิธีกางมุ้ง ประกอบด้วย ไม้ยาวพร้อมธงที่หัวเสาปักเป็นสัญลักษณ์บอกเรือที่วิ่งผ่านไปมาว่าเป็นจุดปลูกหญ้าทะเล และมุ้งครอบที่ทำขึ้นเองจากภูมิปัญญา โดยใช้เหล็กดัดเป็นสี่เหลี่ยมและเป็นเสาแหลมปักลงดินใช้มุ้งครอบทั้งด้านบนและด้านข้าง จากนั้นนำต้นกล้าหญ้าทะเลไปวางไว้ในหลุมที่ขุดไม่ลึกมาก แล้วนำมุ้งมาครอบเอาไว้ เพื่อไม่ให้ถูกคลื่นซัดลอยไปที่อื่น
นายยาเหตุเผยว่า ทุ่มเทชีวิตให้กับการปลูกหญ้าทะเลหน้าหมู่บ้าน ตั้งแต่ประมาณปี 2553-2554 หรือตลอดมากว่า 10 ปี ในสมัยที่เคยมีเรืออวนรุน อวนลาก และเรืออื่นๆ เข้ามาทำประมงชายฝั่ง แล้วลากเอาหญ้าทะเล และสัตว์ทะเลขนาดเล็ก กุ้ง หอย ปู ปลา ติดไปด้วย ถือเป็นการทำประมงแบบผิดกฎหมายและทำลายล้าง ทำให้หญ้าทะเลตายหมดเหลือเพียงประมาณครึ่งไร่เท่านั้น ต่อมามีการรณรงค์ให้ยกเลิกการทำประมงอวนรุน อวนลาก ตลอดแนวชายฝั่ง จากนั้นตนริเริ่มปลูกหญ้าทะเลเพียงหวังว่าหากมีหญ้าทะเลขึ้นจะได้มีสัตว์น้ำที่อุดมสมบูรณ์ตามมาไม่ต้องออกทะเลไปไกล
“ผมนำเมล็ดหญ้าทะเลไปวางฝังไว้ทั่วๆ ไป รอดบ้าง ตายบ้าง แต่ทำให้ปริมาณหญ้าทะเลเพิ่มขึ้นมาเป็นนับ 10 ไร่ และมีนักเรียน นักศึกษา มาศึกษาเรียนรู้วิธีการปลูกหญ้าทะเลจำนวนมาก แต่การปลูกหญ้าทะเลบางครั้งพอฝังลงไปแล้ว ต้นกล้าจะถูกน้ำทะเลซัดลอยไป ตายบ้าง รอดบ้าง จึงเกิดแนวคิดการปลูกโดยวิธีการกางมุ้งไม่ให้ถูกคลื่นซัดลอยไป ทำให้หญ้าทะเลโอกาสรอดมากกว่า แต่ที่เสียใจขณะนี้คือหญ้าทะเลที่ปลูกไว้และที่ขึ้นเองตามธรรมชาติตายลงเป็นบริเวณกว้างหลังมรสุมที่ผ่านมา จนถึงตอนนี้ยังหาสาเหตุไม่ได้ว่าเกิดจากอะไร รวมทั้งไม่มีเงินทุนซื้อเหล็กมาทำมุ้งให้ได้หลายๆ อัน เพื่อปลูกหญ้าทะเลให้เป็นแนวได้จำนวนมากขึ้น” นายยาเหตุกล่าว