สถาบันสมุทรศาสตร์วูดส์โฮล รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา เปิดเผยผลวิจัยแสงอาทิตย์กับการรั่วไหลของน้ำมันดิบจากแท่นขุดเจาะดีพ วอเทอร์ ฮอไรซัน ในอ่าวเม็กซิโก เมื่อปี 2553 ว่า แสงอาทิตย์ ช่วยขจัดคราบน้ำมันบนพื้นผิวมหาสมุทรได้สูงสุดถึงร้อยละ 17

การวิจัยดังกล่าวเป็นการประเมิน ข้อมูลที่มีเล็กน้อยว่าน้ำมันจะกลายเป็นสารละลายในน้ำมากน้อยเพียงใด ตามปกติเมื่อแสงอาทิตย์ส่องลงมาที่น้ำมันรั่วในทะเลจะเกิด “การละลายด้วยแสง” ซึ่งเป็นปฏิกิริยาเคมีลูกโซ่ที่เปลี่ยนน้ำมันเป็นสารประกอบตัวใหม่ ทำให้น้ำมันละลายในน้ำง่ายขึ้น

นักเคมีสิ่งแวดล้อมจึงทดสอบด้วยการหยดตัวอย่างของน้ำมันที่รั่วจากแท่นขุดเจาะในเวลานั้นลงบนจานทดลอง จากนั้นฉายรังสีด้วยอุปกรณ์แอลอีดีปล่อยความยาวคลื่นที่พบในแสงอาทิตย์ และ นำน้ำมันที่ฉายรังสีไปวิเคราะห์ทางเคมีเพื่อดูว่ามีการแปรสภาพเป็นอินทรีย์คาร์บอนชนิดละลายมากน้อยเพียงใด ผลการทดสอบพบว่าปัจจัยสำคัญที่สุดในการละลายน้ำมันด้วยแสงคือความหนาของผิวเรียบและความยาวคลื่นของแสง

โดยความยาวคลื่นที่ยาวกว่า (ไปทางปลายสีแดงของสเปกตรัม) จะละลายน้ำมันน้อยกว่า เนื่องจากกระจายตัวในน้ำง่ายกว่าความยาวคลื่นที่สั้นกว่า ส่วนน้ำมันจะถูกแสงนานแค่ไหนไม่สำคัญ อย่างไรก็ตาม สารประกอบตัวใหม่อาจส่งผลต่อระบบนิเวศทางทะเลอย่างไรยังไม่ทราบแน่ชัด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน