วันที่ 21 ก.พ. เอเอฟพีรายงานว่า ทางการสหรัฐอเมริกาเตือนสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ว่า รัสเซียมีบัญชีรายชื่อชาวยูเครนที่จะถูกสังหารหรือส่งไปค่ายกักกันในกรณีที่มีการบุกโจมตียูเครน ท่ามกลางวิกฤตยูเครนที่ยังตึงเครียด แม้รัฐบาลรัสเซียระบุว่าถอนกำลังติดชายแดนยูเครนในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่สหรัฐและชาติตะวันตกเชื่อว่าเป็นการเบี่ยงความสนใจ และเป็นการหมุนเวียนทหาร ไม่ใช่การถอนทัพ หนำซ้ำมีการเสริมกำลังเป็นกว่า 150,000 นาย
น.ส.บาธชีบา เนลล์ คร็อกเกอร์ ทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติ ส่งเอกสารถึงนางมิเชล บาเชเลต์ ข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ มีใจความระบุว่าสหรัฐมีข้อมูลที่เชื่อถือได้ว่ากองกำลังรัสเซียกำลังจัดทำบัญชีรายชื่อชาวยูเครนที่ต้องฆ่าหรือส่งไปค่ายกักกัน และว่าสหรัฐเป็นกังวลอย่างยิ่งว่าอาจเกิดหายนะทางสิทธิมนุษยชน นอกจากนี้ยังมีข้อมูลว่ากองกำลังรัสเซียมีแนวโน้มจะใช้มาตรการถึงตายเพื่อสลายการประท้วงที่สันติหรือใช้มาตรการการตอบโต้ต่อพลเรือนที่ถูกมองว่าต่อต้านรัสเซีย เอกสารเตือนระบุอีกว่าการบุกของยูเครนอาจก่อให้เกิดการละเมิดสิทธิ อาทิ การลักพาตัวหรือการทรมาน และอาจพุ่งเป้าผู้เห็นต่างทางการเมือง ต่างศาสนา รวมถึงกลุ่มชาติพันธุ์
วันเดียวกัน ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐอเมริกา ตกลงในหลักการที่จะประชุมกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย เพื่อหาทางคลี่คลายกรณีพิพาทยูเครน-รัสเซียซึ่งนับเป็นวิกฤตความมั่นคงครั้งเลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่งในยุโรป หลังจากฝรั่งเศสเสนอให้มีการหารือระหว่างสองผู้นำ โดยมีเงื่อนไขว่าการประชุมจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อรัสเซียไม่บุกรุกยูเครน
ด้านทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศสออกแถลงการณ์ว่า โอกาสในการประชุมของสองผู้นำเกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส หารือทางโทรศัพท์กับนาย ปูตินกือบ 3 ชั่วโมงเมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ตามเวลารัสเซีย จากนั้นนายมาครงต่อสายตรงหารือกับนายไบเดนราว 15 นาที สำหรับรายละเอียดการประชุมของนายไบเดนและนายปูตินที่อาจเกิดขึ้นจะมีการหารือระหว่างการประชุมของนายแอนโทนี บลิงเคน รมว.การต่างประเทศสหรัฐ กับนายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.การต่างประเทศรัสเซีย ในวันที่ 24 ก.พ.นี้