หลังถูกแฟนหนุ่ม ‘ว่านไฉ’ อคิร วงษ์เซ็ง คุกเข่าขอแต่งงานกลางป่า เมื่อกลางปีที่ผ่านมา ล่าสุดนางเอกสาว ‘อาย’ กมลเนตร เรืองศรี ที่มาโปรโมตละคร “ยมทูตกับภูตสาว” ช่อง 3 ก็ได้อัพเดตการจัด งานแต่งงานที่จะเกิดขึ้นกลางปีนี้ รวมถึง การเปิดโลกใหม่ในงานออนไลน์กับรายการ “กอมอนอ” ทางช่องยูทูบของตนเอง
ชีวิตตอนนี้เป็นอย่างไร?
อาย – “ก็ยังง่วนอยู่กับการทำมีเดียออนไลน์ของตัวเอง รายการ กอมอนอ เริ่มมาตั้งแต่เดือน 10-11 ปีที่แล้ว การทำงานของเราเป็นการเคลื่อนตัวแบบสเกลเล็กๆ ก็เลย ค่อนข้างคล่องตัว พอเป็นโปรดักชั่นของ เราเอง เราสามารถเลือกได้ว่าเราจะทำตรงนั้นหรือตรงนี้ แต่ไม่ว่าจะไปที่ไหนเราก็จะมีการเซฟตัวเองของทีมเรา ด้วยความที่มันเล็ก เลยไม่ได้มีผลกระทบเยอะมาก”
เป็นยังไงบ้างกับบทบาทการเป็น Content Creator หลังมาลงมือทำจริง?
อาย – “สนุกมาก ถ้าเปรียบเทียบการทำงานออฟไลน์เป็น 10 ปีมา อายเหมือนอยู่ชั้นมหา’ลัย แต่โลกออนไลน์อายเหมือนอยู่อนุบาล โลกมันเปลี่ยน แพลตฟอร์มเปลี่ยน พฤติกรรมคนดูเปลี่ยน เราต้องศึกษาสิ่ง เหล่านั้น ต้องถอดชุดความคิดเดิมๆ ศึกษาเรียนรู้ว่าเขาคิดยังไง พฤติกรรมผู้บริโภคแพลตฟอร์มออนไลน์เป็นยังไง เลยรู้สึกสนุกที่เข้ามาอยู่ในอนุบาลนี้”
“ปกติเราทำงานตัวคนเดียว ทำงาน เบื้องหน้าทุกอย่างที่บรีฟมาอยู่ที่เราแล้วเราก็เพอร์ฟอร์แมนซ์ไปคือจบ แต่อันนี้เราต้องรู้ ทุกอย่าง เราจะเอาหรือไม่เอาอะไร การผลิตคุมงบยังไง เราก็เหมือนทำทุกกระบวนการ จะแตกต่างกับการเป็นนักแสดง”
การเป็น Content Creator ต้องขายกระแส ขายความเป็นส่วนตัว เราเป็นแนวไหน?
อาย – “ของเราพยายามปั้นขึ้นมาเป็นรายการ ตอนแรกไม่อยากทำรายการออนไลน์เลย เพราะมีความคิดว่า พอดารามาทำออนไลน์ต้องขายชีวิตส่วนตัว ซึ่งมันไม่ใช่สไตล์เรา เราต้องชัดเจน เลยมานั่งคุยกับทีมว่าเราจะเป็นยังไง อยากเล่าอะไร”
“แล้วรายการ กอมอนอ จะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่มีทีม เพราะทำคนเดียวไม่ได้แน่ๆ ถ้าไม่มีครีเอทีฟ ไม่มีโปรดิวเซอร์ รวมถึงน้องที่ตัดต่อให้ ต้องคุยกันเยอะ ประชุมกันเยอะ ต้องทำมันขึ้นมาเป็นรายการของเรา สะท้อนในมุมของเรา เล่าในลีลาของเรา เรื่องนี้ในสถานที่นี้มันอาจจะมีคนเล่าไปแล้ว แต่ กอมอนอ จะเอามาเล่าแบบไหนที่เป็น กอมอนอ นั่นแหละที่เป็นการบ้าน”
แต่เราก็ถือว่าได้ที่ปรึกษาค่อนข้างเก่ง คือ ว่านไฉ?
อาย – “จะว่าแบบนั้นก็ได้ อย่างตอนแรกเราบอกว่าเราทำงานตรงนี้มา เราเข้าใจ มองเห็นกระบวนการมาประมาณนึง พอมาเป็นออนไลน์ปุ๊บ เราไม่เข้าใจเลย แต่โชคดีที่พี่ว่านเป็นเอ็กซ์คลูซีฟโปรดิวเซอร์ให้เรา พี่ว่านจะแชร์สิ่งที่เขาผ่านมาตั้งแต่เขาล้มลุกคลุกคลาน เริ่มทำ อาสา พาไปหลง ใหม่ๆ ปัญหาเกิดขึ้นคืออะไร รวมถึงวันนี้เขาประสบ ความสำเร็จในแบบของเขาแล้ว”
“ช่วงแรกที่ กอมอนอ กำลังจะเกิดขึ้น ยอมรับกดดัน เพราะเขาเป็นคนที่ประสบความสำเร็จแล้ว เราก็จะบอกว่าอย่าเอาความสำเร็จของคุณมาจัดมาวางแบบแผนให้เราได้ไหม เพราะเราคือคนละคนกัน เรียกว่าต้องคุยกับทีมแล้วก็คุยกับพี่ว่านเยอะมาก คือมันกดดัน เพราะการจะสร้างอะไรขึ้นมาใหม่อย่างนึงสำหรับเรา รู้สึกว่ามันใช้พลังงานหนักมาก แต่ก็ผ่านมาได้ดี”
แล้วสำหรับเราต้องขายความเป็นส่วนตัวไหม?
อาย – “10 อีพีที่ผ่านมาของ กอมอนอ ไม่ขายความเป็นส่วนตัวเลย ขายโลเกชั่นที่จะเล่า เพียงแต่สิ่งที่คนดูออนไลน์จะได้เห็นเราคือ เขาจะเซอร์ไพรส์ว่า นี่ อาย กมลเนตร ที่เล่นละครเรื่องนั้นเหรอ เขาไม่เคยเห็นเราในมุมนี้ที่มันคือตัวตนของเราจริงๆ บอกเล่าเรื่องนี้ในแบบที่เป็นตัวตน ของเรา แบบที่เราไม่ใช่ตัวละคร”
“และที่ชอบมากคือแทบไม่ต้องแต่งเลย มันเรียล แล้วคนที่ดูคอนเทนต์เรา เขาไม่ได้สนใจว่าเราจะแต่งหน้าหรือเปล่า หรือไม่สวย ก็เป็นอีกแบบนึงที่ดีสำหรับเรา คือแฮปปี้และสนุกที่ได้เรียนรู้กับการทำงานอีกแบบนึงตรงนี้ค่ะ”
แพลนงานแต่งกับว่านไฉ จัดเตรียมไปถึงไหนแล้ว?
อาย – “ยังไม่ได้สรุปจริงจัง แต่อย่างที่บอกอยากได้แบบเล็กๆ ง่ายๆ ภายในปีนี้ จริงๆ ก็มีวันแหละ แต่อยู่ในขั้นตอนของการเตรียมงาน”
การที่มีโควิดเป็นคีย์หลัก มีสำรองแผนสองแผนสามไว้ไหม?
อาย – “สำหรับเราไม่ได้ไปใช้สถานที่ คนอื่น ไม่ได้ใช้โรงแรม เลยไม่กังวล สมมติถ้าวันนั้นมีมาตรการว่าห้ามจัดงาน เราก็แค่หยุดไว้ก่อน แต่ถึงแม้จัดไม่ได้มันก็จะเป็นสเกลเล็กอยู่ดี เชิญคนน้อย ตั้งไว้ไม่เกิน 100 คน ลดพิธีอะไรหลายๆ อย่างมากๆ สำหรับ ชุดแต่งงานก็กำลังคุยๆ อยู่ อยากให้ง่ายที่สุด ซึ่งคงเหลือพิธีสำคัญที่อยู่ในครอบครัว”
แล้วความรู้สึกที่จะเป็นเจ้าสาวล่ะ?
อาย – “ตอนแรกเฉยๆ มาก แต่พอมานั่งคุยเรื่องชุดมันก็มีเรื่องตื่นเต้นเข้ามาเป็นวูบๆ แต่ด้วยตอนนี้พอละครออน มีโปรเจ็กต์ ต้องมาโปรโมต มี กอมอนอ ที่ต้องทำ เลยเหมือนมีหลายอย่างที่ต้องโฟกัส แล้วพอวันนี้ต้องมาคุยเรื่องงานแต่ง มันก็ตื่นเต้นเป็นระลอกๆ”
ได้ลองใช้ชีวิตด้วยกันก่อนแต่งไหม?
อาย – “อันนี้แล้วแต่ความคิดแต่ ละคนว่าจะเป็นยังไง แล้วแต่ครอบครัวด้วย อย่างที่เคย พูดไปแล้วที่บ้านเป็นคนที่ ไม่เคยได้ลองใช้ชีวิตกับแฟน เพราะเราอยู่บ้านอย่างเดียว แต่พอคบพี่ว่าน ด้วยตอนนั้นพี่ว่านป่วย เป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท เราจะต้องช่วยเหลือ คอยดูแลในช่วงระหว่างหาหมอ ทั้งจะผ่าตัดทั้งรักษาทางเลือกทุกอย่าง มันเป็น ช่วงเวลาที่ได้ดูแลกัน ไม่ใช่แค่เรา สองคน แต่มันเป็นครอบครัวเรา ครอบครัวเขาด้วย ได้จอยกันก็เลยได้รู้ว่ามันเป็นยังไง”
“คือมันผ่านช่วงเวลายากลำบากด้วยกัน ซึ่งเราได้เห็นความไม่แน่นอนของร่างกายและหลายๆ อย่าง แล้วสถานการณ์โควิดด้วย เราก็ตกตะกอนจนได้มาเป็นวันนี้ ซึ่งก็เหมือนเราได้เรียนรู้กันในจุดนั้น”
กังวลถึงการเปลี่ยนแปลงสถานะจากแฟนเป็นสามีภรรยาไหม?
อาย – “ตรงนี้เราพูดคุยกันแล้ว อย่างบ้านที่เราสร้างไว้เป็นออฟฟิศ เรามีสเปซให้ครอบครัวทั้งเขาและเราที่จะมาจอยกัน อีกอย่างตรงบ้านที่เป็นออฟฟิศเป็นตรงกลางระหว่างบ้านของเรากับคุณแม่พี่ว่าน แล้วมันเดินทางง่าย สะดวก ตอนแรกจะทำเป็นสตูฯ แต่ทำไปทำมาเริ่มเสียดาย ไม่อยากให้เช่า แต่มันก็มีสเปซพ่อแม่สามารถมาอยู่มาจอยกันได้ ก็ไม่ได้ห่วงเรื่องนี้ เพราะ ณ วันนี้ที่อยู่คือ เราทั้งคู่ต่างทำงานดูแลครอบครัวอยู่แล้ว ถ้าวันหนึ่งเราแต่งงานอยู่ด้วยกัน ก็ยังต้องเป็นแบบนี้ ยังทำงานของเรา ดูแลครอบครัวของเรา พี่เขาก็ยังทำงานดูแลครอบครัวของเขาเพียงแต่เราช่วยกันดูแลไปได้แล้ว”
เรื่องสุขภาพ ว่าที่บ่าวสาวมีการไปเช็กเตรียมความพร้อมไหม?
อาย – “เรียบร้อยค่ะ ไม่มีอะไรน่ากังวล ส่วนพี่ว่านต้องรักษาเรื่องหลัง ดูเรื่องการ ใช้ชีวิต จะบู๊ จะลุยเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว นั่งเครื่องบินนานๆ แบกของหนักก็ไม่ได้”
หลังแต่งงานวางสเต็ปถึงการมีน้องเลยไหม?
อาย – “ยังนะคะ คือน่าจะยังคงใช้ชีวิตด้วยกันก่อน อยากเดินทางต่างประเทศด้วยกันก่อน”
ได้มองเรื่องการฝากไข่ไว้ไหม?
อาย – “จริงๆ สนใจนะคะ เป็นสิ่งที่ถ้ามีโอกาสได้ทำก็อยากทำ มันคือการป้องกันความเสี่ยง เพราะวันนึงเราก็ไม่รู้ว่าเราอยากมีน้องตอนอายุเท่าไหร่ แล้วอายุเราก็เริ่มมากขึ้น ซึ่งเรื่องการยังไม่มีลูกก็คุยกันไว้แล้วกับพี่ว่าน”
ทางผู้ใหญ่ว่าไง หลายบ้านพอลูกแต่งงานก็อยากให้มีหลาน?
อาย – “ไม่เลยค่ะ คือที่บ้านเลี้ยงหมาอยู่สองตัว เลี้ยงเหมือนลูกมาก และรู้สึกว่าเรามีลูก พ่อเราต้องสปอยล์มากแน่ๆ เพราะตอนนี้ สปอยล์หมาสองตัวหนักมาก”
สมัยนี้หลายคู่ไม่ค่อยอยากมีลูก เราคือหนึ่งในคนที่คิดแบบนี้ไหม?
อาย – “ตอนนี้ก็ไม่อยากจะมี ตอนนี้ยังรู้สึกอยากรับผิดชอบพ่อแม่ของเรา เรายังมีโปรเจ็กต์ที่อยากทำ ซึ่งการมีลูก เราต้องเสียสละชีวิตของเรามากๆ ตอนนี้ทั้งอายและพี่ว่านมีความเห็นตรงกัน”
อชริญา บุญชู