‘นิชคุณ’พลิกบทดาร์กท้าทายฝีมือ-ได้พัฒนาตัว – สลัดลุกส์ใส มารับบทสุดเข้มในภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องแรก “Cracked: ภาพหวาด” กับตัวละคร ‘ทิม’ ศิลปินหนุ่มนักซ่อมภาพวาด สำหรับนักร้องดัง ‘คุณ’ นิชคุณ หรเวชกุล สมาชิกบอยแบนด์เกาหลีใต้วง “2PM”

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

โดยวันนี้นักร้องหนุ่มมาเปิดใจถึงการพลิกบทบาทที่ได้รับ รวมถึงอัพเดตการใช้ชีวิตในช่วงนี้

ในหนัง “Cracked” รับบทเป็นใคร?
นิชคุณ – “เป็น ทิม ครับ เป็นช่างซ่อมภาพวาดที่ถูกจ้างมาซ่อมภาพวาด เพื่อเขาจะเอาเงินไปรักษาตาของลูก ซ่อมไปซ่อมมากลายเป็นว่าภาพวาดนี้มีอะไรพิลึกๆ ที่น่ากลัวอยู่”

ถือเป็นภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องแรกเลยไหม?
นิชคุณ – “ครับ เป็นภาพยนตร์สยองขวัญมากเลย แล้วก็เป็นเรื่องแรกที่ผมเคยเล่น เป็นบทค่อนข้าง ดาร์ก ไม่เหมือนผม ไม่เหมือน บทบาทอื่นๆ ที่ผมเคยเล่นมา ดูจาก รูปร่างก่อนเลย มีไว้หนวดไว้เคราให้ดูเซอร์ๆ เสื้อผ้าก็จะธรรมดาๆ ซึ่งบทก่อนหน้านี้จะเล่นเป็นลูกเศรษฐี เป็นเทวดา เป็นโน่นเป็นนี่ค่อนข้างเนี้ยบ แต่เรื่องนี้ค่อนข้างปล่อยให้เป็นแค่ศิลปินคนหนึ่ง”

ยากง่ายจากบทที่เคยได้รับยังไงบ้าง?
นิชคุณ – “ยากมากๆ ครับ บรรยากาศของหนังค่อนข้างหนักแล้วก็เครียด เพราะเนื้อเรื่องของหนัง มันทำให้เราคิดอยู่ตลอดเวลาว่า เรา ไม่ชอบสถานที่นี้ อยากออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ต้องห่วงความคิดนั้นอยู่ตลอดเลยทำให้กดดัน อึดอัด เครียด โกรธ มีความกลัว แล้วมีอีกหลายๆ ความรู้สึกที่ไม่ใช่ความรู้สึกสดใส”

“มันเป็นหนังน่ากลัว เลยต้องคุมอารมณ์กับทุกๆ ซีนที่น่ากลัว ต้องกดอารมณ์ ทำให้เหนื่อย คือหนังร่าเริงทั่วไป ถ่ายจบปุ๊บมานั่งเล่นนั่งคุยกับเพื่อนนักแสดง แต่เรื่องนี้พอถ่ายคัตปุ๊บ ผมกับแพต ชญานิษฐ์ ต้องนั่งแยกกัน เพื่อคุมอารมณ์ความน่ากลัวของบรรยากาศนี้ไว้ แล้วค่อยมาเจอกันตอนถ่าย ซึ่งมันจะทำให้เราเกิดความกลัวเกิดอารมณ์นั้นขึ้นมาได้อัตโนมัติ ถ้าเรามานั่งคุยเล่นกันหลุดแน่นอน แล้วต้องมาเริ่มบิลด์อารมณ์นั้นใหม่ ผมว่าน่าจะเหนื่อยกว่านี้อีก”

ส่วนตัวมีความท้าทายแค่ไหน?
นิชคุณ – “ท้าทายมากๆ เริ่มจากรูปลักษณ์ภายนอกก่อนเลย เพราะต้องไว้หนวดไว้เครา และระหว่างซีนก็พยายามจะไม่ทัชอัพ จะได้คงความดิบของหนัง ความดิบของซีน ของบรรยากาศเอาไว้ ซึ่งค่อนข้างท้าทาย เพราะถ้ารู้จักผมแล้วดูผลงานอื่นๆ ของผมจะค่อนข้างเป๊ะตลอดเวลา จบปุ๊บก็มาซับหน้ามาดูผมให้ แต่เรื่องนี้ผมต้องการสมาธิในการแสดง ถ้าไม่มีอะไรผมจะให้สตัฟฟ์ และทีมของผมไปรอ ไม่ต้องมาหาผม ผมค่อยเรียกเวลาที่ ผมต้องการอะไร คือหนังมันดาร์กแล้วมันยากตรงที่จะทำให้ คาแร็กเตอร์ดูเป็นคนธรรมดาที่ไม่จำเป็นต้องพยายามทำให้คนอื่นมีความสุข คือบทบาทอื่นของผมมันค่อนข้างต้องทำให้คนยิ้ม ทำให้คนมีความสุข”

นอกจากไว้หนวดไว้เครา มีอะไรที่ต้องทำเพิ่มเติม?
นิชคุณ – “ผมมาเมืองไทยประมาณ 2 อาทิตย์กว่า ก่อนเริ่มถ่ายก็จะใช้เวลานั้นเพื่อเวิร์กช็อปสร้างคาแร็กเตอร์ สร้างปมในใจ เพราะคาแร็กเตอร์ในแต่ละตัวของหนังเรื่องนี้จะมีปมมีรอยร้าวจะมีคาแร็กเตอร์ในหัวใจของแต่ละคน ซึ่งตอนเวิร์กช็อปผมก็พยายามคิดเรื่องราวของตัวทิมขึ้นมาที่ไม่ได้มีอยู่ในหนัง ทำไมเขาถึงเป็นคนแบบนี้ และเขาเลือกกระทำแบบนี้เพราะอะไร เขามีปมมาจากไหน”

ครั้งแรกที่รู้ว่าจะได้เล่นหนังเรื่องนี้รู้สึกยังไง?
นิชคุณ – “ครั้งแรกที่ได้อ่านบทเรื่องย่อผมชอบมาก มันท้าทายมาก เป็นอะไรที่ฉีกแนวออกไปเลย ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยทำมาก่อน เป็นโอกาสดีที่ผมมีประสบการณ์ในด้านหนังสยองขวัญ แล้วเหมือนเป็นการพัฒนาฝีมือตัวเองในการแสดง ได้เรียนรู้ว่าการที่จะเข้าลึกถึงคาแร็กเตอร์นึงเนี่ยจะต้องใช้วิธีอะไรบ้าง ได้เรียนรู้จากการเวิร์กช็อป ได้แสดงกับน้องแพตซึ่งเป็นนักแสดงที่เก่งมาก เขาดึงผมไปได้ทุกอารมณ์ อารมณ์กลัวก็ไปทางนั้น อารมณ์โกรธก็ไปทางนั้น ผมก็ตาม คือได้รับพลังงานมาจากเขา ผมก็ได้ส่งพลังงานออกไปได้เต็มที่ ซึ่งผมคิดว่ามันน่าทำมาก คือไม่รู้ว่าผลจะออกมายังไง ไม่สนใจ แต่สนใจว่าสิ่งที่ผมแสดงออกมา ที่ผมทุ่มเทในการสร้างในการแสดงออกมา คนดูดูแล้วเชื่อตามหรือเปล่า นั่นคือสิ่งที่สำคัญครับ”

เป็นการเจอกับ ‘แพต ชญานิษฐ์’ ครั้งแรกไหม?
นิชคุณ – “ใช่ครับ เจอปุ๊บสนิทเลย คือเขาเป็นคนคูลคูล ชิลชิล เขาก็จะเฮ้ย พี่ นั่น นี่ ไหม เขาจะแบบชวนลอง ลองแบบนี้พี่ คือเขาเป็นคนเต็มที่มาก คือจะมีฉากที่เขาโดนเชือกรัด เขาบอกรัดเลยพี่ เป็นรอยไม่เป็นไร เขาบอกพี่ท็อป (สุรพงษ์ เพลินแสง) ผู้กำกับฯ พี่รัดจริงๆ ดิ ไม่ต้องเซฟให้หนู เอาเลยเอาเต็มที่”

“แล้วก็มีบางตอนที่ผมต้องดึงเขามา เขาก็บอกว่าพี่คุณ เอาเต็มที่ ดึงให้หนูกระเด็นเลย หนูโอเค คือผมกลัวเขาจะเจ็บ เขาก็บอกว่าไม่ๆ นี่คือหนู หนูโอเค มัน ก็เลยสนุก เพราะเวลาที่เรา อยู่ในคาแร็กเตอร์ เราทำอะไรก็ได้ คืออย่างผมเป็นทิม ผมก็ทำอะไรก็ได้ที่เป็นทิม แพต รับบทเป็นรุจา เขา ก็ทำอะไรก็ได้ที่เป็นตัวรุจา เราสนุกกับการเป็นคาแร็กเตอร์”

เป็นคนกลัวผีไหม?
นิชคุณ – “กลัวครับ แต่ไม่ได้กลัวถึงขนาดที่ว่า..คืออย่างผมไปทำงานต่างประเทศก็นอนโรงแรมเปลี่ยนโรงแรมตลอดเวลา ไม่ได้กลัวขนาดที่ว่านอน คนเดียวไม่ได้ แต่ก็ ไม่กล้าถึงขนาดจะไปเดินป่าช้าคนเดียวตอนกลางคืน คือใจหนึ่งผมเป็นคนกลัว แต่ใจหนึ่งก็อยากรู้ อยากลองสัมผัสว่ามีจริงหรือเปล่า แต่ก็ยังไม่เคยว่าอยู่ดีๆ แล้วประตูปิด หรือมีคนกดชักโครกมีเสียงชักโครก ไม่เคย ไม่ได้อยากเห็นกับตานะครับ แต่อยากสัมผัสได้ถึงว่ามันมีอะไรที่เราไม่สามารถพิสูจน์ได้ที่จะมองเห็นได้ในอีกมิติหนึ่ง”

ตอนถ่ายทำก็ไม่เจอ?
นิชคุณ – “ไม่เจอครับ แต่แพตมีประสบการณ์ คือมีซีนหนึ่งที่เขาโดนมัดอยู่แล้วมีเชือกผูกขึ้นไปบนคาน ก็จะมีคนที่คอยจับเชือกไว้เพื่อเซฟ ตัวน้อง ก็จะจับไว้เพื่อดึงให้มันตึงเวลาถ่าย แต่พอไม่ถ่ายเขาก็จะหย่อน คือตอนนั้นเป็นช่วงพัก คัตปุ๊บเขาก็ปล่อยให้มันหย่อน แล้วก็รอซีน กันอยู่ แล้วแพตเขามีความรู้สึกว่าเขาโดนดึง เขาก็ตะโกนขึ้นไปว่า พี่..พักอยู่มาดึงทำไม เขาก็ล้อเล่นกัน แต่หลังจากนั้นก็ถ่ายต่อ”

“พอเสร็จจากงานปุ๊บ พี่เขาก็เดินมากระซิบแพตว่า จำได้ไหมที่แพตตะโกนขึ้นมาบอกว่าโดนดึง คือพี่ดูมอนิเตอร์อยู่ข้างล่างไม่มีใครอยู่ชั้นสอง คือเขาจะสร้างชั้นสองเพื่อเชือกนี้ แล้วมันเป็นที่เล็กๆ ที่อยู่ได้คนเดียว แล้วตอนนั้นไม่มีใครอยู่ข้างบน แพตก็เลยบอกว่า หนูเป็นตัวแทนนักแสดงที่จะได้เจอประสบการณ์แบบนี้”

“คือเขาเล่ากันว่าทุกทีมจะมีคนหนึ่งที่เป็นตัวแทนเจออะไรซักอย่าง ทีมช่างไฟก็จะมีช่างไฟคนหนึ่งที่โดน ตากล้องก็จะมีตากล้องคนหนึ่งที่โดน แล้วแพตก็เป็นตัวแทนของนักแสดง ก็คือต้องขอขอบคุณแพตที่เป็นตัวแทน แทนคุณ (หัวเราะ)”

ฝากผลงานหน่อย?
นิชคุณ – “ฝากหนังเรื่อง Cracked ภาพหวาด ไว้ในใจทุกคน หวังว่าทุกคนจะเอ็นจอย ได้ปลดปล่อยความเครียด ความอึดอัดในหัวใจกับหนังเรื่องนี้ เข้าฉายแล้วทุกโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศครับ”

ตอนนี้คุณใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ที่ไหน?
นิชคุณ – “คือจริงๆ ผมอยู่ประจำที่เกาหลีครับ แต่ก็เดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศบ่อย ตั้งแต่กันยายนปีที่แล้วจนถึงปลายมกราคมที่ผ่านมา ผมอยู่ที่จีน ไปถ่ายรายการที่จีนประมาณ 5 เดือน ไปถ่ายรายการปุ๊บกลับมาเกาหลี กักตัว 10 วัน อยู่เกาหลี 10 วันก็บินมาไทยเลย มาโปรโมตหนัง แต่ธรรมดาจะอยู่ที่เกาหลี ก็ถือว่าตัวเองโชคดี ที่ยังมีงานต่างประเทศในขณะที่มีโควิด”

“แต่จริงๆ คือจีนค่อนข้างเข้มงวด แต่เขาอยากให้ผมไปร่วมรายการ ผมก็ไปร่วมมา ปีก่อนหน้านั้นก็มีหนังฮอลลีวู้ดที่ไปถ่ายที่ฮ่องกง เขาติดต่อมาว่าอยากได้ผมเป็นหนึ่งในนักแสดงหนังเรื่องนั้น ผมก็บินไปฮ่องกงไปถ่ายหนัง ก็รู้สึกว่ายังมีงานเข้ามาตลอดในต่างประเทศ ถึงแม้จะไปกักตัว 2 อาทิตย์ แล้ว กลับมาจะต้องกักตัวอีก 2 อาทิตย์ แต่ก็ยังรู้สึกโชคดีที่ยังมีงานเข้ามาเรื่อยๆ ครับ”

วางแผนปีนี้ยังไง?
นิชคุณ – “จริงๆ ปีนี้ยังไม่มีแผนอะไรเลยครับ มีอะไรเข้ามาก็ทำให้ดีที่สุด ผมก็ไม่รู้ว่าโควิดจะจบเมื่อไหร่ ก็หวังว่าจะได้กลับมาเมืองไทยบ่อยขึ้น เพราะได้เป็นลุงแล้ว ก็หวังว่าจะได้กลับมาเจอหลานแล้วก็ครอบครัวบ่อยขึ้น”

มีอะไรที่อยากจะลองทำไหม?
นิชคุณ – “ผมมีความคิดอยากจะลองกำกับฯ ลองแต่งเรื่องเอง แต่น่าจะทีหลังดีกว่า ขอเก็บประสบการณ์นักแสดงไปก่อน แต่สิ่งที่อยากทำมากๆ คืออยากจะแสดงคอนเสิร์ตมากๆ อยากมาแสดงคอนเสิร์ต ที่เมืองไทย เพราะเพื่อนผมในวง 2PM เขาคิดถึงเมืองไทย คิดถึงอาหารไทย บ่นอยากกินโรตีสายไหม แต่ผมไม่รู้จะถือกลับไปได้หรือเปล่า ต้องกักตัว 7 วันมันก็เน่าหมดกว่าจะได้กินกัน”

เป็นของโปรดของวง?
นิชคุณ – “เป็นขนมหวานโปรดของวง ทุกคนชอบกันหมด มาเมืองไทยแม่จะซื้อเป็น 10 ไปให้สต๊าฟด้วยแล้วก็ให้เมมเบอร์ด้วย ก็นั่งปั้นกัน บางคนก็ปั้นเป็นสี่เหลี่ยม บางคนก็ม้วนไม่ถูกทาง เขาก็เอ็นจอยในการสร้างการกินโรตีสายไหมครับ”

“ก็อยากแสดงคอนเสิร์ตมากครับ ไม่ได้เจอแฟนคลับสองปีกว่าแล้ว การเป็นนักร้องเป็นศิลปิน ถ้าไม่ได้เจอแฟนคลับไม่ได้ให้ความสนุกกับแฟนคลับต่อหน้ามันใช่เหรอ ไม่ใช่ผ่านจอมอนิเตอร์ผ่านจอออนไลน์”

“หวังว่าครึ่งปีหลังนี้จะได้มีอะไรแบบนี้เกิดขึ้น แฟนมีตติ้งก็ได้ อะไรก็ได้ที่ให้เรากลับมาเจอแฟนคลับที่อยู่ข้างหน้า ให้เราแบ่งความสุขกับแฟนคลับ แล้วเราก็ได้รับพลังงานแห่งความสุขกลับมาจากแฟนคลับ แล้วก็แชร์กันครับ”

อชริญา บุญชู

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน