วันที่ 1 มี.ค. รอยเตอร์รายงานว่า ทางการเกาหลีเหนือออกแถลงการณ์โทษนโยบายครองความเป็นมหาอำนาจโลกแต่เพียงหนึ่งเดียวของสหรัฐอเมริกาและชาติตะวันตก นับเป็นการแสดงท่าทีครั้งแรกของเกาหลีเหนือต่อกรณีที่ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย สั่งกองทัพบุกโจมตียูเครนตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. และเกิดขึ้นหลังจากเกาหลีเหนือหวนทดสอบยิงวัตถุโพรเจกไทล์ซึ่งเกาหลีเหนืออ้างว่าเป็นโครงการพัฒนาดาวเทียม เมื่อวันที่ 28 ก.พ.
สำนักข่าวเคซีเอ็นเอของรัฐบาลเกาหลีเหนือระบุในแถลงการณ์ว่า สาเหตุที่แท้จริงของวิกฤตยูเครนทั้งหมดล้วนมาจากนโยบายครองความเป็นมหาอำนาจซึ่งทำให้สหรัฐและชาติตะวันตกไม่เคารพสิทธิ์ รวมถึงใช้อำนาจในทางที่ผิดรังแกของประเทศอื่นๆ สหรัฐและพันธมิตรเพิกเฉยต่อความต้องการที่ชอบธรรมตามกฎหมายและมีเหตุมีผลของรัสเซียซึ่งเรียกร้องมาโดยตลอดว่าการเข้าร่วมองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ของยูเครนจะกระทบต่อความมั่นคงของรัสเซีย สหรัฐและพันธมิตรตัดทอนสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยของยุโรปด้วยการขยายอิทธิพลขององค์การนาโตในยุโรปตะวัน รวมทั้งการประจำการระบบอาวุธสำหรับโจมตีอย่างโจ่งแจ้ง ความจริงที่เกิดขึ้นพิสูจน์ได้อีกครั้งว่าตราบใดที่สหรัฐยังดำเนินนโยบายฝ่ายเดียวซึ่งคุกคามความปลอดภัยและอธิปไตยในประเทศก็จะไม่มีทางเกิดสันติภาพในโลกได้
ทั้งนี้ การเจรจาปลดอาวุธนิวเคลียร์ในคาบสมุทรเกาหลีระหว่างสหรัฐและเกาหลีเหนือเผชิญภาวะชะงักงันหลังการประชุมครั้งที่ 2 ที่เวียดนาม เมื่อปี 2562 ระหว่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐในขณะนั้น กับนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ จบลงอย่างไม่มีความคืบหน้า แม้รัฐบาลสหรัฐในยุคประธานาธิบดีโจ ไบเดน จะเรียกร้องให้ฟื้นการเจรจา แต่เกาหลีเหนือปฏิเสธพร้อมตั้งเงื่อนไขว่าต้องยุตินโยบายที่เป็นปรปักษ์เสียก่อน