แฉจีนรู้แผนรัสเซียโจมตียูเครน – วันที่ 3 มี.ค. นิวยอร์กไทมส์รายงานจากเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาและหน่วยข่าวกรองชาติตะวันตกว่า ทางการจีนล่วงรู้แผนการรุกรานยูเครนของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ไม่มากก็น้อย ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลจีนประสานไปยัง เจ้าหน้าที่รัสเซียเพื่อร้องขอว่าอย่าเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารในช่วงที่จีนเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว ประจำปี 2022 เมื่อเดือนก.พ.ที่ผ่านมา

แหล่งข่าววงในยืนยันกับรอยเตอร์ด้วยว่า ทางการจีนยื่นคำขอแต่ปฏิเสธที่จะให้รายละเอียด นายหลิว เผิงหยู โฆษกสถานทูตในกรุงวอชิงตัน สหรัฐ แถลงตอบโต้ว่า “คำกล่าวอ้างจากรายงานซึ่งไม่มีข้อมูลพื้นฐานใดๆ มีเพียงจุดมุ่งหมายเพื่อกล่าวโทษและทำให้จีนเสียชื่อเสียง”

ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ สำนักข่าวกรองกลางสหรัฐ (ซีไอเอ) และสภา ความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐ ยังไม่แสดงความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายเชื่อว่ามีความเป็นไปได้ที่รัฐบาลจีนจะรู้ความคืบหน้าในแผนการบุกยูเครน เนื่องจากจีนและรัสเซียเป็นพันธมิตรเหนียวแน่น หนำซ้ำวันประกาศศึกของนายปูติน เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ยังเกิดขึ้นหลังจากพิธีปิดโอลิมปิกฤดูหนาวซึ่งสิ้นสุดลงในวันที่ 20 ก.พ.

รายงานการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างเจ้าหน้าที่จีนและรัสเซียถูกรวบรวมโดยหน่วยข่าวกรองที่น่าเชื่อถือ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐและประเทศพันธมิตรได้แบ่งปันข้อมูลดังกล่าว รวมทั้งหารือถึงความเป็นไปได้ว่าประธานาธิบดีปูตินอาจโจมตียูเครนเมื่อไหร่ อย่างไรก็ตาม ไม่มีข้อมูลชี้ชัดว่ามีการแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับการรุกรานยูเครนในระดับสูงระหว่างประธานาธิบดีปูตินกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน

วันเดียวกัน บลูมเบิร์กระบุถึงจุดยืนของทางการอินเดียที่เลือกจะหลีกเลี่ยงการประณาม นายปูตินต่อกรณีโจมตียูเครนมาตั้งแต่ต้น รวมถึงล่าสุดที่อินเดียเป็นหนึ่งใน 35 ประเทศ ซึ่งงดลงมติรับข้อมติประชุมวาระพิเศษเร่งด่วนครั้งที่ 11 ของสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นจีเอ) เพื่อประณามรัสเซียเมื่อวันที่ 2 มี.ค. เป็นเพราะต้องการอาวุธจากรัสเซียในการเผชิญหน้ากับจีน โดยรัสเซียเป็นประเทศส่งออกอาวุธรายใหญ่ที่สุดของอินเดียนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามเย็น ซึ่งเครื่องบินขับไล่และรถถังมากกว่าครึ่งหนึ่งของอินเดียมาจากรัสเซีย

นอกจากนี้นายโมทีเพิ่งตกลงซื้ออาวุธมูลค่ากว่า 163,000 ล้านบาทจากรัสเซีย หลังนาย ปูตินเดินทางเยือนอินเดียเมื่อเดือนธ.ค.2564 และรัสเซียยังสนับสนุนนโยบายแข็งกร้าวของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมที ผู้นำอินเดีย ในดินแดนสหภาพจัมมูและแคชเมียร์ พื้นที่พิพาทในเทือกเขาหิมาลัย ส่งผลให้นายโมทีถูกสหรัฐ ชาติยุโรป และนานาประเทศวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ถึงอย่างนั้น รัฐบาลนายโมทีเชื่อว่สหรัฐจะไม่กดดันอินเดียต่อประเด็นยูเครน เนื่องจากอินเดียเป็นภาคีกลุ่มความมั่นคงสี่ฝ่ายหรือกลุ่มควอด เพื่อต่อต้านการขยายอิทธิพลของจีนในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ร่วมกับสหรัฐ ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย

ก่อนหน้านี้นายหรรษ วรรธน ศฤงคลา รัฐมนตรีต่างประเทศอินเดีย กล่าวว่า จุดยืนของอินเดียต่อรัสเซียอยู่บนพื้นฐานของการพิจารณาอย่างรอบคอบ เมื่อพูดถึงมติของสหประชาชาติอินเดียพิจารณาทุกปัจจัยอย่างครบถ้วนและตัดสินใจเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของประเทศ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน