ประจวบฯ – นางบุญเยี่ยม วินิจ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลคลองวาฬ อ.เมือง เผยว่า มีงบประมาณเพียงพอ เพื่อรับมอบการถ่ายโอนภารกิจโครงการท่าเรือร่องน้ำคลองวาฬ มูลค่า 429 ล้านของกรมเจ้าท่า หลังจากสร้างเสร็จในปี 2549 ปัจจุบันไม่มีองค์กรใดรับเป็นเจ้าภาพในการบริหารจัดการ ล่าสุดสภาเทศบาลจะมีมติรับมอบโครงการเพื่อนำมาบริหารจัดการให้ชาวประมงในพื้นที่ใช้ประโยชน์ ชาวบ้านจะยื่นเรื่องเรียนไปจังหวัดเพื่อเร่งรัดหาแนวทางใช้ประโยชน์จากท่าเรือ หลังจากที่ผ่านมากรมธนารักษ์รับมอบโครงการจากกรมเจ้าท่า ก่อนการรับมอบต้องตรวจว่าสภาเทศบาลในอดีตเคยให้ความเห็นกับโครงการนี้อย่างไร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคจะต้องดำเนินการปรับปรุงท่าเรือฯ ให้มีความพร้อมทุกด้าน ด้านนายทิวา ศุภจรรยา ผู้อำนวยการสถาบันถิ่นฐานไทย อดีตนักวิชาการด้านธรณีวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า จากการสำรวจทางธรณีวิทยาพบว่าท่าเรือคลองวาฬช่วงน้ำทะเลลดลง เดิมชายหาดเป็นแนวค่อนข้างตรง เมื่อสร้างท่าเรือและเขื่อนกันคลื่นในทะเล ทำให้แนวชายหาดมีความเปลี่ยนแปลง มีการงอกชายฝั่งและชายหาดบางส่วนถูกน้ำทะเลกัดเซาะจากการไหลเวียนของน้ำทะเล ทำให้กรมโยธาธิการต้องออกแบบวางแผนใช้งบสร้างเขื่อนกันคลื่น เพื่อป้องกันความเสียหายในระยะยาวในพื้นที่ชายฝั่ง
“การก่อสร้างท่าเรือคลองวาฬเป็นตัวอย่างการศึกษาทางวิชาการที่น่าสนใจ หากหน่วยงานที่รับผิดชอบไม่ได้ประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมให้รอบคอบ ก็ไม่ควรสร้างให้สิ้นเปลืองงบประมาณทั้งโครงสร้างคอนกรีต กองหินขนาดใหญ่ในทะเล และการใช้งบรายปีเพื่อขุดลอกทรายที่ตื้นเขิน กระทรวงคมนาคม กรมเจ้าท่า กรมธนารักษ์ ผู้บริหารระดับจังหวัดควรให้ความสนใจเพื่อแก้ไขปัญหาทั้งระบบ แม้ว่าจะต้องใช้งบประมาณอีกจำนวนมากเพื่อปรับปรุงท่าเรือ อาคารสำนักงาน และต้องวางแผนเพื่อป้องกันผลกระทบกับชายฝั่งในระยะยาว”
ก่อนหน้านี้คณะทำงานจากพรรคการเมือง ลงพื้นที่ตรวจสอบท่าเรือ เก็บข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำแผนงานพัฒนาให้ชัดเจน ศึกษาข้อกฎหมายผลักดันให้ ท่าเรือคลองวาฬเป็นจุดเชื่อมโยงการเดินเรือของนักท่องเที่ยวด้านทะเลอ่าวไทย ตั้งแต่หัวหิน พัทยา ระยอง และอีกหลายจังหวัดทางภาคใต้ของไทย นอกจากใช้เพื่อขนถ่ายสัตว์น้ำในธุรกิจประมง