สมัชชาใหญ่องค์การสหประชาชาติ ประชุมวาระพิเศษเร่งด่วนครั้งที่ 11 ล่าสุด ที่สำนักงานใหญ่ในสหรัฐอเมริกา
ลงมติท่วมท้นรับร่างประณามรัสเซีย ด้วยคะแนนเสียง เห็นด้วย 141 เสียง ไม่เห็นด้วย 5 เสียง และงดออกเสียง 35 เสียง จากสมาชิกทั้งหมด 193 ประเทศ
ยืนยันถึงอำนาจอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของแดนยูเครน และตำหนิการรุกรานโดยรัสเซียอย่างรุนแรงที่สุด พร้อมเรียกร้องให้หยุดใช้กำลัง และถอนออกจากยูเครนโดยทันที
นอกจากนี้ ยังมีมติตำหนิเบลารุส ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้กำลังในยูเครนด้วย
ในจำนวน 5 ชาติที่โหวตไม่รับรองมตินี้ ประกอบด้วย รัสเซีย เบลารุส เกาหลีเหนือ ซีเรีย และเอริเทรีย ส่วนชาติที่งดออกเสียงนั้น ส่วนใหญ่มีความใกล้ชิดกับรัสเซีย เช่น จีน อินเดีย คิวบา เวียดนาม และลาว
เป็นที่น่าสังเกตว่าผู้แทนคณะทูตประเทศ เมียนมาประจำองค์การสหประชาชาติ ซึ่งเคยชูสามนิ้วในที่ประชุมหลังผู้นำทหารยึดอำนาจในเมียนมา ก็ลงมติสนับสนุนด้วย
นายสุริยา จินดาวงษ์ เอกอัครราชทูตไทย ผู้แทนถาวร ก็โหวตเห็นชอบเช่นกัน โดยแถลงว่าไทยยึดกฎบัตรสหประชาชาติและกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการเคารพในบูรณภาพแห่งดินแดน และการไม่ใช้กำลัง ต่อรัฐ
เป็นท่าทีชัดเจนน่าชื่นชมอย่างยิ่ง
แม้ว่ามติในครั้งนี้จะไม่มีผลในทางกฎหมาย แต่ก็เป็นการแสดงออกของแต่ละชาติสมาชิก เพื่อมุ่งกดดันรัสเซียและเบลารุสโดยตรง
ส่วนท่าทีของรัฐบาลไทยที่ผ่านมา ทั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศไม่มีความชัดเจน อ้างว่าต้องระมัดระวังความสัมพันธ์ที่ยาวนานกันมา
ขณะที่คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ออกแถลงการณ์ชี้ว่าการ ใช้กำลังทหารคุกคามหรือการใช้กำลังต่อบูรณภาพแห่งอาณาเขตหรือเอกราชทางการเมืองของรัฐใดๆ ถือเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎบัตรสหประชาชาติ
การแสดงออกของไทยในเวทีโลก โดยเฉพาะผู้แทนถาวรในสหประชาชาติ ต่อกรณีนี้ จึงถือเป็นจุดยืนร่วมกับสังคมโลกที่ถูกต้องอย่างแท้จริง