เมืองต้นแบบการบินจะเกิดขึ้นได้อย่างไร – วันนี้ขอยกเรื่องของเมืองการบินอู่ตะเภา ในโครงการหลักจาก 4 โครงการของ EEC คือ โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง โครงการท่าเรือมาบตาพุด โครงการท่าเรือและนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง และสุดท้ายก็คือ เมืองการบินอู่ตะเภา ที่กำหนดพื้นที่เมืองไว้ 6,500 ไร่ ลงทุนในมูลค่า 2.9 แสนล้านบาท

มาถึงวันนี้ บริษัทร่วมค้าที่รวบรวมนักลงทุนระดับมหึมาของประเทศ ที่ได้รับสัมปทานในโครงการฉบับนี้ก็ส่งหนังสือขอความช่วยเหลือจากนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก EEC ว่า

โครงการเมืองการบินอู่ตะเภาจะมีปัญหาในการลงทุนที่รัฐได้สร้างคู่แข่งขันทางการลงทุนด้วยการขยายพื้นที่ส่วนบริการของสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง กรุงเทพฯ และเขตที่ดินพัฒนาเมืองที่เรียกว่า FREE ZONE เพื่อใช้เป็นโครงการการค้าระดับปลอดภาษีคือ DUTY FREE เข้ามาแย่งลูกค้ากันอย่างรุนแรงและผูกขาด

โดยเป็นที่ทราบกันอยู่ว่า สนามบินสุวรรณภูมิจะรองรับ ผู้โดยสารได้เต็มที่ 90 ล้านคน สนามบินดอนเมืองกรุงเทพฯ 30 ล้านคน และสนามบินอู่ตะเภาอีก 30 ล้านคน รวม 150 ล้านคน) แต่ขณะนี้ปรากฏว่าสนามบินสุวรรณภูมิกำลังจะขยายสนามบินเพื่อรองรับผู้โดยสารได้ 120 ล้านคน และอาจเพิ่มถึง 150 ล้านคน เมื่อเพิ่มพื้นที่ทางวิ่งขึ้นลงของเครื่องบินและอาคารผู้รับโดยสาร

ถ้าเป็นเช่นนี้ สนามบินอู่ตะเภาจะไม่มีผู้โดยสารถึง 30 ล้านคนที่จะมาใช้จ่ายในเมืองสนามบิน ซึ่งรวมไปทุกระดับ

ทั้งที่เรากำลังจะมีเมืองการบินที่ทันสมัยในภาคพื้นเอเชียใต้ และเป็นศูนย์กลางทางการบินของภูมิภาคและเอเชีย แต่ก็เกิดปัญหาอุปสรรคขึ้นมาจนได้ ปัญหานั้นน่าจะเกิดขึ้นเพราะเราไม่มีการประสานงานกันอย่างจริงจังระหว่างหน่วยงานผู้มีหน้าที่ในระดับต่างๆ ของรัฐ

อย่างที่เคยปรารภไว้ว่า โครงการในประเทศเราเล็กใหญ่เท่าใดก็ตาม ก็เป็นอิสระแก่ตนเป็นสำคัญ เพราะฉะนั้นเมื่อมีใครผู้ใดจะสร้างสรรค์อะไรที่จะเป็นประโยชน์ก็จะไม่มีการประสานงานกับหน่วยงานอื่นที่มีอำนาจหน้าที่ที่จะต้องสัมพันธ์กัน

ที่น่าสงสัยก็คือ การจะทำสัญญาอะไรต่อกันระหว่างรัฐกับ ผู้ลงทุน สัญญาทุกสัญญาต้องผ่านสำนักอัยการสูงสุด แล้วทำไมโครงการใหญ่ๆ จึงมีปัญหาอย่างหนักทุกครั้ง แล้วก็ดูเหมือนว่า รัฐมักจะขาดทุนทุกครั้งเสมอ

คำถาม แล้วเมืองการบินเมืองต้นแบบจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ อย่างไร

เมืองการบินเป็นเมืองที่เพิ่งจะมีการมอบที่ดินไปเมื่อต้นปี 2565 นี้เอง และเมืองการบินนี้จะเป็นเมืองแรกของประเทศที่จะมีแบบแปลนแผนผังเมืองที่เรียกว่า ผังพัฒนาเมือง

และแผนผังพัฒนาเมืองนี้เป็นเมืองที่จะออกแบบโดยผู้ได้รับสัมปทาน ซึ่งอาจจะไม่ต้องผ่านความเห็นชอบจากหน่วยงานทางผังเมืองตามกฎหมายผังเมือง แต่จะได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกแทน ซึ่งจะเป็นความซับซ้อนของการใช้กฎหมายที่ก่อปัญหาเช่นเดียวกับอุปสรรคและปัญหาเดียวกันกับเรื่องอื่นๆ

นายช่าง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน