หวนทำเพลงอีกครั้งกับเพลงสากลเพลงแรก “We Don’t Stop” สำหรับนักร้องหนุ่ม ‘กอล์ฟ’ พิชญะ นิธิไพศาลกุล ที่ร่วมกับทาง Purple Fly Record ซึ่งมีทีมทำเพลงให้กับ Camilla Cabello, Justin Biber, Shaquille O’Neal, DJ.Soda และอีกหลากหลายศิลปินทั่วโลก
วันนี้หนุ่มกอล์ฟได้เปิดใจถึงการกลับมาทำงานเพลงอีกครั้ง และความสัมพันธ์กับ ‘แอนนี่’ แฟนสาว ที่เป็นกำลังใจพร้อมร่วมแสดงในมิวสิควิดีโอเพลงนี้ด้วย

กลับมาทำงานเพลงอีกครั้ง?
กอล์ฟ – “คราวนี้เป็นการกลับมาทำเพลงและเป็นเพลงสากลเพลงแรกของผม ทำงานกับทีม Purple Fly Record ซึ่งเป็นค่ายเพลงต่างชาติ พอดีผู้จัดการ ส่วนตัวรู้จักพี่ที่รู้จักค่ายเพลงนี้ที่ต่างประเทศ ผมเลยไปคุยกับเขา แล้วเขาสนใจและแนะนำว่ามีโปรดิวเซอร์ส่งเพลงมาให้เลือก 30-40 เพลง ผมก็เลือกมาหนึ่งเพลงที่ดนตรีค่อนข้างมีความเป็นเรา ฟังครั้งแรกก็รู้สึกว่าไม่ต้องแก้อะไรแล้ว แค่เอาร้องไกด์ออกแล้วใส่เสียงเราเข้าไปก็ได้เลย เพราะคุณภาพเพลงมันอินเตอร์มาก”

เพลง We Don’t Stop เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับอะไร?
กอล์ฟ – “ผมเลือกเพลงนี้เพราะเนื้อเพลงเขียนบอกว่า We Don’t Stop we keep going… ซึ่งตรงกับความรู้สึกเราตอนนี้ในฐานะของคนที่ห่างหายจากการทำเพลงไปนาน แต่ก็ยังไม่หยุดหวัง ยังอยากทำต่อ แต่อีกทางก็สามารถตีโจทย์เพลงนี้เกี่ยวกับปาร์ตี้ ฟีลแบบจะไปต่อคืนนี้ไม่มีใครรั้งฉันไว้ได้ หรือถ้าตีความแบบศิลปินคือเราอยู่จุดที่สูง แต่เหมือนเราอยากบินไปไกลขึ้นไปอีกในฐานะศิลปินอินเตอร์ให้ชาวโลกเห็น”

“ซึ่งเพลงนี้ที่กอล์ฟเลือกมา เป็นแนวป๊อปมากๆ เพราะรู้สึกว่าถ้าจะทำเพลงสากลครั้งแรกก็อยากให้มีความแมสเข้าถึงคนง่าย แต่ก็ไม่ทิ้งความชอบหรือความเป็นตัวตนของเราในเพลงนี้ เพียงแค่อยากให้คนได้ฟังง่ายขึ้น แล้วเพลงที่เขาส่งมาให้กอล์ฟเลือก เพิ่งจะรู้ทีหลังว่ามีโปรดิวเซอร์เพลงหรือคนเขียนเพลงทำเพลงให้กับศิลปินระดับโลกด้วย ในนั้นแอบเห็นชื่อศิลปินที่ทำเพลงแต่เขาขอไม่ออกชื่อตัวเอง แต่เขาเป็นศิลปินที่ดังมาก ถ้าพูดชื่อปุ๊บทุกคนรู้จักแน่ ตอนแรกเข้าใจว่าชื่อศิลปินคนนี้เป็นเรฟเฟอเรนซ์เพลงเหรอ สุดท้ายเขาบอกไม่ใช่ อันนี้คือศิลปินคนนั้นเป็นส่วนหนึ่งที่ทำเพลงนี้”

ทราบว่าเรามีส่วนร่วมในการผลิตด้วย?
กอล์ฟ – “จริงๆ การทำเพลงกับค่ายนี้มีเงื่อนไขว่าเขาจะปล่อยเพลงก่อน เมื่อไหร่ที่เพลงมาเขาถึงจะมาคุยเรื่องเอ็มวีกัน แต่กอล์ฟมองว่าถ้าเราจะปล่อยเพลงสากลครั้งแรกแล้วปล่อยแค่เพลงเฉยๆ มันเหมือนปล่อยๆ ไป เลยรู้สึกอยากทำเอ็มวี ก็ไปคุยกับเขาว่างั้นเดี๋ยวกอล์ฟยอมจ่ายตังค์ลงทุนเอง เพื่อให้เอ็มวีนี้เกิดขึ้น แต่ขอให้ลงช่องของเรา”

“ซึ่งในส่วนของเอ็มวี กอล์ฟออกไอเดียร่วมกับผู้กำกับฯ ดูแลโปรดักชั่น เสื้อผ้า ท่าเต้น ตัดต่อ ทำเรฟเฟอเรนซ์ วาดสตอรี่บอร์ด ฯลฯ ส่วนงบในการทำ จริงๆ ทั้งโปรเจ็กต์ทีแรกตั้งไว้ที่ 3 แสนบาท แต่มันเลยไป 6 แสนกว่า ถือว่าสูงสำหรับกอล์ฟ เป็นเอ็มวีตัวที่แพงที่สุดเท่าที่เคยทำมา ดีที่ทางค่ายจ่ายค่าเพลงให้ซื้อเพลงให้”

ความว้าวความแปลกใหม่ของเอ็มวีนี้มีอะไรบ้าง?
กอล์ฟ – “ความว้าวคือกอล์ฟตั้งโจทย์อยากให้เอ็มวีของเราไม่เหมือนใคร คุณภาพอยากให้รู้สึกเหมือนดูเอ็มวีต่างประเทศ ก็เลยจะเก็บรายละเอียดทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตัวแฟชั่น หรือแต่งหน้าสเปเชี่ยลเอฟเฟ็กต์ที่เป็นซอมบี้ ซึ่งอันนี้กอล์ฟดีไซน์เองด้วย”

“ความที่เราโตมากับซอมบี้ ชอบซอมบี้มาก แล้วกอล์ฟชอบ ไมเคิล แจ๊กสัน มาก เขาเป็น ไอดอลและเป็นแรงบันดาลใจในการเต้น เลยอยากทำอะไรที่ยกย่องและให้เกียรติเขา มีอยู่ครั้งหนึ่งตอนคอนเสิร์ต This is it ที่จัดที่เมืองไทย เราไปเต้นตอนเป็นกอล์ฟไมค์ บอกพี่ผู้ใหญ่ว่าอยากเต้นเพลง Thriller แต่เขาบอกมีคนอื่นเอาไปแล้ว ทุกวันนี้ก็เหมือนยังค้างคาใจอยู่ว่าวันนั้นเราไม่ได้ทำสิ่งนั้น แต่วันนี้เราอยากทำอะไรที่ยกย่องเขา แล้วเราชอบหนังซอมบี้ด้วย เลยคิดว่าจะทำยังไงให้ออกมาเป็นซอมบี้ที่ไม่เหมือนใครและก็ไม่เหมือนไอดอลเราด้วย งั้นทำซอมบี้ที่ล้ำไปเลยมีความคิวต์ เล่นด้วยสีสัน สีฟ้า สีชมพู สีที่มันเป็นสีสนุก แล้วเสื้อผ้าต้องมีอะไรที่รีเลตกัน เลยออกมาเป็นซอมบี้ที่เห็นอยู่ในเอ็มวี”

อุปสรรคในการถ่ายทำ?
กอล์ฟ – “โควิดนี่แหละครับ ครั้งแรกพอจะถ่ายปุ๊บมีคนหนึ่งไปงานปาร์ตี้วันเกิดแล้วมีคนในงานติดโควิด ผมก็ต้องเลื่อน พอวันจะถ่ายจริงๆ ไปถึงหน้ากองทีมโปรดักชั่นติดโควิดเสียเอง ก็ต้องยกกองรอบ 2 จากนั้นก็เลื่อนไปอีกรอบที่ 3 ถึงได้เริ่มถ่ายทำกัน”

“งานออกมายอมรับว่ากดดัน ลุ้นอยากให้คนเห็นเยอะๆ แต่อีกใจหนึ่งถ้ามันไม่ถึงความคาดหมายของเราก็ไม่เป็นไร เพราะอันนี้มันคืองานที่เราชอบ อยากทำ กอล์ฟเชื่อว่าถ้าเราแค่ชอบ รักที่จะทำมัน และใส่ใจกับมันจริงๆ คนจะรู้สึกได้จากชิ้นงานนั้นๆ เองครับ”

ทุ่มเทขนาดนี้ คนข้างกายอย่าง แอนนี่ ให้กำลังใจยังไงบ้าง?
กอล์ฟ – “แอนนี่มาเล่นเอ็มวีนี้ด้วย ตั้งใจชวนมาเลย จริงๆ เขาเป็นจุดเล็กๆ ที่จุดสปาร์กเราด้วย เพราะก่อนหน้านี้เรานิ่งๆ กับเรื่องเพลงไปแล้ว ความที่เขาชอบดนตรีเหมือนกัน พอเขาได้ดูงานแต่ก่อนของเราก็ชมว่างานดีมาก ทำไมถึงหยุดทำ ทำต่อไปสิ คำพูดเขาทำให้ผมรู้สึกเหมือนถูกจุดไฟ ก็เลยเริ่มทำเพลงอีกครั้ง”

การที่แอนนี่ซัพพอร์ตและผลักดันเราแบบนี้ ยิ่งทำให้รักหรือซาบซึ้งในตัวเขามากขึ้นไหม?
กอล์ฟ – “จริงๆ เวลากอล์ฟมองเขา รู้สึกเหมือนมองตัวเองสมัยอายุ 22-23 ความชอบเขาค่อนข้างคล้ายเรา ชอบอะไรล้ำๆ เหมือนคุยกันรู้เรื่อง เข้ากับเราได้และมีความเป็นเราสูง เหมือนเป็นกอล์ฟในเวอร์ชั่นผู้หญิง แล้วการที่กอล์ฟเป็นคนอยู่ในสื่อ เรื่องความรักไม่เคยปิด หลายคนจะเห็นความรักของกอล์ฟที่ผ่านๆ มา พอเขาเห็นบ่อยๆ เขาอาจจะรู้สึกว่าเดี๋ยวคบไปแป๊บๆ ก็ไม่ไหวล่ะมั้ง แต่พอผ่านมา 2 ปีแล้วก็เหมือนสร้างความมั่นใจให้เขา เวลาเหมือนเป็นเครื่องยืนยันว่าเราไม่ได้คบเล่นๆ แต่เราจริงจัง พยายามปรับจูน ซัพพอร์ตซึ่งกันและกัน”

สร้างอนาคตร่วมกันบ้างหรือยัง?
กอล์ฟ – “ตอนนี้กอล์ฟทำบ้านอยู่ อีก 18 เดือนถึงจะเสร็จ ได้คุยกับเขาว่าตรงนี้เราทำบ้านเรามองถึงอนาคต ช่วยกันทำงานช่วยกันทำมาหากินนะ (หัวเราะ)”

แบบนี้คือมองเห็นภาพว่าผู้หญิงคนนี้จะมาเป็นคู่ชีวิตหรือแม่ของลูกเราใช่ไหม?
กอล์ฟ – “กอล์ฟไม่ได้มองขนาดนั้น แต่มองว่าทำวันนี้ให้โอเคเรื่อยๆ ซัพพอร์ตซึ่งกันและกันแบบนี้ เวลามันจะบอกเองถ้าวันหนึ่งมันเกิดขึ้นมันก็เกิดขึ้น ณ ตอนนี้กอล์ฟก็มีความสุขแบบนี้ที่มีเขามาเติมเต็ม ความที่เขาอาจจะเด็กกว่าก็เหมือนเป็นพลังให้เรา แต่บางทีการมีแฟนเด็กกว่าก็ต้องใจเย็นในบางอย่าง ดีที่เขาไม่ได้เป็นคนเข้าใจอะไรยาก อย่างเรามีประสบการณ์ที่เยอะกว่า เวลามีอะไรก็จะบอกเขา เขาไม่ใช่คนหัวรั้นไม่ฟังอะไร ถ้าทำผิดอะไรเขาก็จะมาขอโทษเลย หรือถ้าเราทำผิดอะไรเราก็จะขอโทษเขาเช่นกัน ไม่มีอีโก้ต่อกัน”

ตอนนี้ถือว่าความรักลงตัวไหม?
กอล์ฟ – “โอเคนะครับ ผ่านมา 2 ปี อย่างที่บอกมันมีความคล้ายกันเลยคุยกันง่าย แล้วเขาเป็นคนเปิดรับสิ่งใหม่ๆ เขาเชื่อเรา ด้วยความที่เห็นเราเป็นต้นแบบในเชิงความสำเร็จ”

จิรณัฏฐ์ จงประสพมงคล

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน