นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า วัดเป็นศูนย์กลางทางด้านจิตใจของชาวพุทธ และภายในบริเวณวัดอาจมีแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย โดยโปรแกรมทันระบาดของกรมควบคุมโรค ณ วันที่ 27 มกราคม 2565 พบว่า วัดเป็นสถานที่ที่มีการพบลูกน้ำยุงลายเป็นอันดับ 2 รองจากสถานศึกษา คือ พบร้อยละ 29.0 อยู่ในระดับสูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน ประกอบกับหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา ให้ผู้ถือศีลละเว้นการฆ่าสัตว์ จึงไม่ใช่กิจของสงฆ์ที่จะกำจัดลูกน้ำยุงลาย จำเป็นต้องมีการรณรงค์สร้างความตระหนักให้แก่ผู้ที่เข้ามาทำบุญ ให้มีส่วนร่วมในการจัดการสิ่งแวดล้อม ไม่สร้างขยะซึ่งจะก่อให้เกิดเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย และอีกส่วนหนึ่ง คือ การให้ประชาชนเป็นอาสาที่จะช่วยดูแลกำจัดลูกน้ำและแหล่งที่วางไข่ของยุงลายในวัด จึงขอเชิญชวนให้พี่น้องชาวพุทธ ร่วมลดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายช่วงวันวันมาฆบูชา โดยการทำบุญวิถีพุทธ หยุดยุงลายในวัด เพื่อเป็นการสร้างบุญด้วยกิจกรรมที่ประชาชนช่วยกันทำให้วัด และสร้างภาพลักษณ์ที่ดี เป็นแบบอย่างให้กับประชาชนโดยทั่วไป รวมไปถึงชุมชนอื่นๆ ด้วย
นพ.สุวิช ธรรมปาโล นายแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิด้านเวชกรรม กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ช่วงมกราคม-เมษายน เป็นช่วงสำคัญของการป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออก หากกำจัดลูกน้ำยุงลายในช่วงที่ยังมีการระบาดไม่มากและจัดการเรื่องสิ่งแวดล้อมให้ดีไม่เป็นที่วางไข่ของยุงลายได้ จะช่วยลดจำนวนผู้ป่วยที่อาจเกิดมากขึ้นในช่วงฤดูฝน (พฤษภาคม-สิงหาคม) สำหรับการป้องกันโรคไข้เลือดออก ขอให้ยึดหลัก เก็บบ้าน เก็บขยะ เก็บน้ำ ตามมาตรการ “3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค” คือ เก็บบ้านให้สะอาด ไม่ให้มีมุมอับทึบเป็นที่เกาะพักของยุง เก็บขยะบริเวณรอบบ้าน และเก็บน้ำ ปิดฝาภาชนะที่ใส่น้ำให้มิดชิด เปลี่ยนน้ำในแจกันทุกสัปดาห์