วันที่ 8 มี.ค. บีบีซีรายงานความคืบหน้าสงครามรัสเซียบุกยูเครนว่า นายมาร์ติน กริฟฟิธส์ รองเลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ด้านความช่วยเหลือมนุษยธรรม เรียกร้องให้ยูเครนและรัสเซียรับประกันเส้นทางปลอดภัยสำหรับอพยพพลเรือน รวมถึงเปิดทางส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมไปยังพื้นที่สมรภูมิ หลังจากยูเอ็นและพันธมิตรเร่งจัดสรรอาหารแก่ชาวยูเครนหลายแสนคน แต่ด้วยสถานการณ์ความมั่นคงทำให้เกิดความยากลำบากในการเข้าถึงบางพื้นที่

ไฟสงคราม – ผู้หญิงและเด็กชาวยูเครนยืนรอขึ้นรถบัสไปพรมแดนในเมืองเมดีกา ของโปแลนด์ ขณะที่การรุกรานของรัสเซียทำให้เกิดการอพยพหมู่ครั้งใหญ่ที่สุดในยุโรปในรอบหลายสิบปี คาดว่ามีผู้อพยพเกือบ 2 ล้านคนแล้ว (เอพี)

แถลงการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่สองฝ่ายกล่าวหากันไปมาว่าเป็นฝ่ายขัดขวางการอพยพของพลเรือน นายเซอร์เก คิสลิตสยา ทูตยูเครนประจำยูเอ็น กล่าวหารัสเซียว่าระดมยิงใน เส้นทางที่เปิดให้ประชาชนอพยพตามจุดประสงค์ด้านมนุษยธรรม ทั้งยังขัดขวางพลเรือนจากการข้ามชายแดนไปยุโรปและกันไม่ให้มีการส่งความช่วยเหลือในการรักษาชีวิต
อย่างไรก็ตาม นายวาซิลี เนเบนยา ทูตรัสเซียประจำยูเอ็น ระบุว่าเป็นการกล่าวอ้างโดยไม่มีข้อพิสูจน์ และว่าฝ่ายยูเครนต่างหากที่กำลังปฏิเสธไม่ให้มีเส้นทางอพยพที่ปลอดภัย

ระอุ – หน่วยกู้ภัยเร่งช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีของรัสเซียในเมืองมิโคลาเยฟ ทางตอนใต้ ขณะที่ประชาชนในเมืองซึ่งเปิดเส้นทางอพยพเร่งเดินทางข้ามชายแดน และส่งผลให้จำนวนผู้ลี้ภัยชาวยูเครนเพิ่มเป็นกว่า 2 ล้านคน (รอยเตอร์)

ด้านกระทรวงกลาโหมยูเครนระบุผ่านเฟซบุ๊กว่า กองกำลังรัสเซียละเมิดข้อตกลงระเบียงทางมนุษยธรรมในเมืองมาริอูโปล ภายหลังโจมตีเส้นทางที่ทำการตกลงให้ประชาชนใช้ในการอพยพ “กองทัพรัสเซียไม่ปล่อยให้เด็กๆ ผู้หญิง และผู้สูงอายุออกจากเมือง”

วันเดียวกัน รัฐบาลรัสเซียเตือนว่าอาจปิดท่อก๊าซหลักที่ส่งไปเยอรมนี หากชาติตะวันตกเดินหน้าคว่ำบาตรน้ำมันของรัสเซีย และว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นหายนะสำหรับห่วงโซ่อุปทานโลกและอาจส่งผลให้ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าที่ราคาสูงถึง 9,900 บาทต่อบาร์เรล ขณะที่สหรัฐอเมริกากำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซียร่วมกับชาติพันธมิตร แต่เยอรมนีและเนเธอร์แลนด์ปฏิเสธแผนดังกล่าว เนื่องจากสหภาพยุโรป (อียู) นำเข้าก๊าซธรรมชาติและน้ำมันปริมาณมากจากจากรัสเซีย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน