เมื่อวันที่ 9 มี.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทางการรัสเซียเตรียมใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อชาติตะวันตก พร้อมขู่ว่ามาตรการดังกล่าวจะมีความรวดเร็วและก่อให้เกิดผลลัพธ์ความเสียหายรุนแรงในทันทีต่อส่วนที่มีความอ่อนไหวที่สุดของชาติตะวันตก ภายหลังสหรัฐอเมริกาและชาติตะวันตกหลายประเทศประกาศงดนำเข้าน้ำมันดิบและพลังงานจากรัสเซีย
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ ตัดสินใจสนองหนึ่งในข้อเรียกร้องของประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ด้วยการประกาศระงับนำเข้าน้ำมันดิบและพลังงานอื่นจากรัสเซีย ชาติผู้ส่งออกพลังงานใหญ่ที่สุดของโลก โดยให้มีผลทันที ตอกย้ำราคาน้ำมันดิบตลาดโลกให้ยิ่งปรับตัวสูงขึ้น สร้างความระส่ำระสายไปทั่วโลก
ขณะที่ชาติพันธมิตรของสหรัฐอย่างอังกฤษ ระบุว่า จะทยอยลดการนำเข้าพลังงานจากรัสเซีย เช่นเดียวกันกับสหภาพยุโรป หรืออียู ที่ประกาศจะลดการนำเข้าพลังงานจากรัสเซียราว 2 ใน 3 นอกจากนี้ บรรดาบริษัทเอกชนสัญชาติอเมริกันอย่าง แมคโดนัลด์ โคคา-โคล่า และสตาร์บัคส์ ต่างประกาศระงับการให้บริการในรัสเซียอย่างไม่มีกำหนดเพื่อประท้วงการทำสงครามของรัสเซีย
ประธานาธิบดีไบเดนกล่าวว่า มาตรการระงับนำเข้าน้ำมันดิบของสหรัฐ เป็นการ ตัดเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจของรัสเซีย พร้อมย้ำว่าทางการสหรัฐจะไม่มีวันปล่อยให้ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ได้รับชัยชนะในสงครามยูเครน
ด้านการสู้รบในประเทศยูเครน ล่าสุด ทางการสหรัฐปฏิเสธข้อเสนอของทางการโปแลนด์ที่ยินดีจะยกฝูงบิน มิก-29 ทั้งหมดในกับกองทัพยูเครน โดยให้ทางการสหรัฐเป็นผู้ส่งมอบผ่านฐานทัพในสังกัดองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต้ ในประเทศเยอรมนี แต่ทางการสหรัฐซึ่งเป็นต้นเรื่องระบุว่าไม่สามารถทำได้ เนื่องจากเกรงว่าอาจทำให้สหรัฐและรัสเซียเข้าใกล้สถานะความขัดแย้งด้านกำลังรบมากขึ้น ก่อให้เกิดความเสี่ยงที่จะนำไปสู่สงครามนิวเคลียร์ ซึ่งจะสร้างความย่อยยับให้กับโลกทั้งใบ
ขณะที่ความคืบหน้าการเปิดเส้นทางอพยพให้กับพลเรือนรอบใหม่ที่กรุงเคียฟ เมืองท่ามาริอูโพล และเมืองใหญ่อย่าง คาร์คีฟ ซูมี และเชอร์นิฮีฟ ทางภาคตะวันออก ล่าสุด การอพยพประชาชนระลอกแรกสำเร็จแล้ว โดยสหประชาชาติ หรือยูเอ็น เปิดเผยว่า มีผู้ลี้ภัยออกจากยูเครนแล้วกว่า 2 ล้านคน นับเป็นสถานการณ์ผู้ลี้ภัยครั้งใหญ่ที่สุดในยุโรปตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง
ส่วนสถานการณ์รอบกรุงเคียฟ พบว่ากองทัพรัสเซียยังอยู่ระหว่างทยอยเคลื่อนกำลังเข้าปิดล้อมแต่การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปอย่างล่าช้าเนื่องจากเผชิญกับการต่อต้านอย่างดุเดือดจากทั้งกองทัพยูเครนและประชาชนที่จับอาวุธลุกขึ้นสู้ ขณะที่ประธานาธิบดีเซเลนสกี ประกาศว่าจะต่อสู้จนถึงที่สุด พร้อมหยิบยืมคำกล่าวของ วินสตัน เชอร์ชิลล์ อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าวต่อรัฐสภาอังกฤษผ่านทางออนไลน์ว่า “เราจะต่อสู้ในป่า ทุ่งหญ้า ชายฝั่ง และตามท้องถนน” แต่นาโต้ยังคงยืนกรานปฏิเสธที่จะกำหนดเขตห้ามบินเหนือน่านฟ้ากรุงเคียฟ ตามคำเรียกร้องของผู้นำยูเครน