นายสิทธา มูลหงษ์ ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักพุทธฯ เปิดเผยว่า สำนักพุทธฯ ได้เสนอที่ประชุมมหาเถรสมาคม เพื่อหามาตรการป้องกันไม่ให้เกิดกรณีเช่นเดียวกับที่ อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา ที่ น.ส.วรรณฒนา อยู่ทน นุ่งเหลืองห่มเหลือง แต่งกายคล้ายพระสงฆ์และเรียกตัวเองว่าหลวงตา บางครั้งก็สวมชฎาด้วย อวดอ้างว่ามีวิชา สามารถมองเห็นผีสื่อกับวิญญาณได้ และชอบทักคนอื่นว่ามีกรรม มีผีคอยตาม ต้องทำบุญสะเดาะเคราะห์ต่อดวงชะตาด้วยการนำเงินสดมาใส่บาตรพระของตัวเองและบอกว่าตัวเองเป็นพระปฏิบัติสายหลวงตามหาบัว จนชาวบ้านหลงเชื่อแล้วสูญเงินกันไปหลายราย

โดยในขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหากับน.ส.วรรณฒนา ว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 208 ผู้ใดแต่งกายหรือใช้เครื่องหมายที่แสดงว่าเป็นภิกษุ-สามเณร นักพรตหรือนักบวชในศาสนาใดโดยมิชอบ เพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าตนเป็นบุคคลเช่นว่านั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นายสิทธากล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ ที่ประชุมมหาเถรฯ ได้มีมติเห็นชอบมาตรการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดกรณีดังกล่าวขึ้นมาอีก โดยให้แจ้งเจ้าคณะจังหวัด ทั้งฝ่ายมหานิกายและ ธรรมยุต ทั่วประเทศ คอยกวดขัน สอดส่อง ดูแล ตามกฎระเบียบของคณะสงฆ์อย่างเคร่งครัด และหากพบเห็นเช่นกรณี น.ส.วรรณฒนา อีก ให้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าดำเนินการตามกฎหมายได้ทันที

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน