สุรินทร์ – นายวรรณรัก ไชยตะมาตย์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านไทย เผยถึงการปลูกกัญชาเพื่อการแพทย์ เริ่มต้นการขออนุญาตไม่ได้ยุ่งยากมากนัก แต่ต้องทำตามขั้นตอนที่กฎระเบียบกำหนดให้ครบในการจดเป็นวิสาหกิจชุมชน ถือว่าสำคัญมาก ยิ่งเป็นพืชกัญชาจะต้องจดแจ้งการครอบครองจากทางรัฐมนตรี จากนั้นก็ทำตามขั้นตอนที่กำหนดหลายอย่าง สุดท้ายก็มาจบที่ รพ.สต.ซึ่งจะมี ผอ.หรือเจ้าหน้าที่มาตรวจสถานที่ ส่วนของตนเป็นสถานที่เปิด เนื่องจากยังไม่มีทุนทำโรงเรือน แต่ก็เป็นการปลูกแบบ ออร์แกนิกแบบเปิด มีการจัดพื้นที่ควบคุมรอบรั้วมิดชิด ตามแบบที่กำหนด ดินเหมาะสมปลูกขึ้นดี ในการตรวจสอบการวัดค่า tsc หรือ tdb ของกัญชา ทางภาครัฐก็ต้องเข้ามาดูแลให้ จากต้องมีการมาวัดค่าที่ดอกและต้องมีการทำ MOU กับทางสำนักงานอาหารและยา (อย.) ด้วย เพื่อจะทำให้ถูกต้อง เพราะจำพวกใบ ลำต้น มีการปลดล็อกให้แล้ว แต่จำพวกดอกและเมล็ดยังอยู่ ต้องได้รับอนุญาตว่าเป็นพันธุ์ชนิดใดด้วย การทำ MOU กับ อย.สำคัญมาก เพราะเป็นเรื่องของการจำหน่าย เป็นเรื่องของ อย.ที่จะขายให้เรา

การดูแลไม่ยาก เราเน้นใส่ปุ๋ยคอก ไม่ควรใช้ปุ๋ยเคมี เนื่องจากจะทำให้ดินร้อนมีผลกับต้นกัญชา ส่วนเรื่องน้ำ ไม่ต้องรดทุกวัน เพียงแต่ให้ดินมีความชื้นเสมอโดยการนำฟางมาปกคลุมไว้ที่โคนต้น อย่ารดน้ำมากเกินไปจะทำให้รากเป็นเชื้อราตายได้ ในการปลูกแบบเปิด เรื่องของแมลงไม่ค่อยมี ใช้น้ำส้มควันไม้ฉีดอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง ทำให้ไม่มีแมลงมารบกวนเลยปลูกเพียง 2 เดือนกว่าต้นก็สวยงาม พันธุ์ที่นำมาปลูกก็จะมีพันธุ์อินเดียก้าจากอินเดีย พันธุ์ก้านแดงจากมาเลย์ และที่ปลูกมากคือพันธุ์หางกระรอกของบ้านเรา ส่วนที่มาจากต่างประเทศคือ แพลตินั่มบูสติ๊ก ถือว่าให้ผลเร็ว สำหรับการเก็บเกี่ยวยาก็จะใช้เวลาประมาณ 6 เดือน สังเกตที่น้ำที่ออกจากดอกของกัญชา โดยจะใช้วิธีการสังเกตให้ดีคือต้องให้มีน้ำติดเป็นสีขุ่น แต่จะไม่ให้ขุ่นมาก จะทำให้ค่าระดับปริมาณสูงเกินที่ข้อกำหนดไว้ นำมาตากแดดให้แห้ง แล้วนำมาแปรเป็นผลิตภัณฑ์ของวิสาหกิจชุมชน เน้นเป็นพืชสมุนไพรการแพทย์แผนไทย ตามที่เราจดทะเบียนไว้ ซึ่งชื่อวิสาหกิจชุมชนเรามีชื่อว่า วิสาหกิจชุมชนภูมิใจไทย สมุนไพรไทยไร้กังวลบ้านไทย 2021

ทั้งนี้เป็นชาชงดื่มและผสมในขนม รวมทั้งดองน้ำผึ้ง ในอนาคตจะนำเข้าสู่สมุนไพรแพทย์แผนไทยในการทำ โรงอบสมุนไพรจากกัญชาและลูกประคบ เพื่อให้ตรงตามเจตนาในการจดแจ้งวิสาหกิจชุมชนไว้

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน