เปิดแฟ้มตร.-คดีแตงโมเปิดพยานหลักฐานยันชี้ชัด-ไม่ใช่ฆาตกรรม‘เบิร์ต’รับขับกระชาก
แฟ้มคดี
คืบหน้ามาเป็นลำดับ สำหรับคดีการเสียชีวิตของดาราสาว แตงโม นิดา พัชรวีระพงษ์ ที่ตกจากสปีดโบ๊ตเสียชีวิตขณะล่องเรือจิบไวน์ชมแม่น้ำเจ้าพระยากับกลุ่มเพื่อน
ที่ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของสังคม และตามมาด้วยการสืบค้นข้อมูลของนักสืบโซเชี่ยล
ซึ่งแน่นอนว่าตำรวจที่มีหน้าที่คลี่คลายโดยตรง ก็ต้องนำข้อมูลทั้งหมดไปตรวจสอบ วิเคราะห์ แยกแยะ พิสูจน์ได้ตามหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
เพื่อสรุปคดี และชี้แจงต่อสาธารณะให้สิ้นสงสัยได้
และล่าสุดความคืบหน้าของคดีก็จ่อว่าเป็นเรื่องอุบัติเหตุ ส่วนผู้ต้องหาที่ประมาททำให้เสียชีวิต ที่มีอยู่แล้ว 2 คน จะมีใครโดนข้อหาอีกหรือไม่ อีกไม่นานคงรู้กัน
เพียงแต่ทั้งหมดต้องเป็นไปตามพยานหลักฐาน จะจินตนาการไม่ได้อย่างเด็ดขาด
แจงคดีแตงโมส่ออุบัติเหตุ
ถูกตั้งข้อสังเกตกันไปต่างๆ นานา สำหรับคดีแตงโม ที่เสียชีวิตจากการตกสปีดโบ๊ต จนเกิดหลากหลายทฤษฎีการเสียชีวิต และข้อสงสัยว่ามีใครอยู่เบื้องหลัง รวมทั้งการให้การของเพื่อนทั้ง 5 คนว่าสอดคล้องกับความเป็นจริงหรือไม่ อย่างไร
จนเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ลงมาคลี่คลายคดีต้องตอบข้อสงสัยของสังคม โดยเมื่อวันที่ 7 มี.ค. พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ต.อุดร ยอมเจริญ รองผบช.ภาค 1 และโฆษกบช.ภาค 1 แถลงถึงความคืบหน้าของคดี
โดยตั้งประเด็นการสอบสวนถึงเรื่องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ใช้ดื่มกินบนเรือ ซึ่งทราบว่าถูกนำไปเก็บไว้ที่บ้านของ จ๊อบ-นิทัศน์ กีรติสุทธิสาร 1 ใน 5 คนบนเรือ จึงไปค้นที่บ้านเพื่อตรวจสอบว่าเป็นสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดไหน เป็นเหตุให้เกิดความเมา จนเกิดการทำอะไรต่างๆ ที่เป็นพฤติกรรม หรือบริบทใดๆ ที่ทำให้คนบนเรือเสียอาการ และนำไปสู่การตกเรือเสียชีวิตของดาราสาว
ทั้งนี้ได้สอบพยานไปแล้ว 65 ปาก ทั้งประจักษ์พยาน พยานแวดล้อม พยานบุคคล ตรวจสอบข้อมูล ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ หลังเกิดเหตุในทันทีทันใด หรือช่วงเวลาที่คาดว่าจะมีการสื่อสารกับใคร จะเก็บข้อมูลไว้ทั้งหมด และจะเชิญบุคคลเหล่านั้นมาสอบปากคำในฐานะที่มีการติดต่อสื่อสารกับคน บนเรือ เชื่อว่าอาจมีเป็น 100 คนก็ได้
พร้อมยืนยันว่ายังไม่ตัดประเด็นใด แต่จากหลักฐานพยานบุคคลที่เราสอบขณะนี้ ไม่มีชี้นำไปว่าเป็นการธุระจัดหา ล่อลวงพามอมยา ค้าประเวณี และคดีตอนนี้มีผู้ต้องหาแล้ว 2 คน คือ นายไพบูลย์ หรือ โรเบิร์ต ศรีกาญจนานันท์ และ นายตนุภัทร หรือ ปอ เลิศทวีวิทย์ ซึ่งอาจจะมีคนที่ 3 ด้วย เพียงแต่พยานหลักฐานยังไปไม่ถึง
และยังเตือนว่าเวลานี้เกิดกระแสการสร้างเรื่อง จริงบ้างเท็จจริงบ้าง หรือไม่จริงเสียเลย ทำให้สังคมเกิดความสับสน บางคนฉกฉวยโอกาสกุเรื่องสร้างเรื่องเพื่อให้ตนอยู่ในกระแสข่าวตัวเองได้ชื่อเสียง แต่สังคมเกิดความสับสน ที่สำคัญผิดกฎหมาย
ซึ่งกำลังติดตามคนกลุ่มนี้อยู่ แล้วถ้าเป็นไปได้ต้องจับกุมมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด เน้นย้ำว่า ตำรวจดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา เพราะมีหน่วยงานอื่นตรวจสอบ ค้านกัน ย้ำอีกครั้งว่า ข้อมูลที่ให้ หรือกระแสที่สร้างขอให้เป็นเรื่องจริง เมื่อไหร่ที่ทำเรื่องไม่จริงเป็นสิ่งเสียหายต้องดำเนินคดีโดยเด็ดขาด
“เวลานี้มีคนเอาข้อมูลเท็จมาเผยแพร่ อ้างอิงถึงบุคคลนั้นบุคคลนี้มามีส่วนเกี่ยวข้อง อ้างอิงว่ามีคนนั้นคนนี้เป็นใหญ่เป็นโตว่าอยู่เบื้องหลัง ผมคิดว่าเรื่องอย่างนี้คนจะเผยแพร่
ถ้ากล้าเผยแพร่ คิดดูให้ดี ถ้าเป็นเรื่องเท็จ แน่นอนว่ากฎหมายจะต้องดำเนินการโดยเด็ดขาด” โฆษกตร.
‘เบิร์ต’รับขับเรือกระชาก
ต่อมาในวันที่ 8 มี.ค. พล.ต.ต.ยิ่งยศแถลงความคืบหน้า อีกครั้ง พร้อมระบุยืนยันว่า แนวโน้มทางคดีเป็นการประมาททำให้มีคนตาย ยังไม่มีการบ่งชี้ว่าเป็นการฆาตกรรม พยานหลักฐานไม่ปรากฏว่ามีการใช้ยาเสพติด แต่เพื่อให้สังคมสิ้นข้อสงสัยพนักงานสอบสวนยังรอผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างเป็นทางการ
ทั้งนี้จากคำให้การของบุคคลที่อยู่ในเรือหลายครั้ง ทำให้พอจะเห็นภาพขณะเกิดเหตุ ตั้งแต่คำให้การของนายไพบูลย์ หรือ โรเบิร์ต ที่ยอมรับว่าขับเรือไม่เป็น แต่อยากลองขับเรือ ทำให้มีจังหวะที่เรือกระชาก ขณะใช้ความเร็วเรือ 8 นอต ทำให้แตงโมพลัดตกเรือ บริเวณกราบซ้ายด้านใต้หลังทำธุระส่วนตัวและพยายามลุกขึ้นมา เป็นช่วงเวลาเสี้ยววินาที
จึงส่งหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ไปสอบทานกับภาควิชานิติเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และภาควิชาพยาธิวิทยา คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อยืนยันเพิ่มเติมว่าบาดแผลของแตงโมเกิดก่อนหรือหลัง เสียชีวิต เพราะมีผลต่อการแจ้งข้อหาเพิ่มเติม
“ความเร็วเรือ 8 นอต เรือจะวิ่งไม่เรียบ แค่ยืนก็จะเอนไปด้านหลัง จากคำให้การ 3 คนที่เห็นที่กล้อง ตอนที่แตงโมยืน มีนายตนุภัทร หรือ ปอ อยู่ข้างหลัง และน.ส.อิจศรินทร์ หรือกระติก จุฑาสุขสวัสดิ์ ผู้จัดการส่วนตัวของแตงโมอยู่ข้างๆ นายตนุภัทรจะดันน้องแตงโมอยู่เสมอเหมือนจะล้มออกมาในลักษณะถอยหลัง หากบอกว่าปวดปัสสาวะ เรือที่แคบและสั้นจะไปด้วยความเร็ว เมื่อจะไปปัสสาวะแล้วนั้น มีนายวิศาพัช หรือ แซน มโนมัยรัตน์ เข้ามาเกี่ยวข้องโดยนั่งอยู่กราบเรือ
ด้านซ้าย หากลุกขึ้นยืนแล้วเรือจะมีการกระชากหรือไม่
มีพยานบางคนพูดว่าในตอนนั้นมีความรู้สึกว่าเรือกระชาก ทำให้แตงโมเด้งออกไป ซึ่งจุดที่เด้งออกไปกับ ท้ายเรือมีความสูงไล่เลี่ยกันและแตงโมตัวสูง การจะเด้งลงหลังหรือ เด้งลงข้าง มีโอกาสที่ใกล้เคียงกันมาก เป็นประเด็นว่าเด้งหลังแล้วจะเข้าไปในใบพัดได้หรือไม่ การเด้งลงข้างจะถูกใบพัดได้หรือไม่” พล.ต.ต.อุดรระบุ
ส่วนประเด็นคลิปวงจรปิดบริเวณท่าเรือเทเวศร์ที่อ้างว่าเห็นการโยนอะไรบางอย่างออกจากเรือนั้น ตร.ระบุว่า คลิปบริเวณท่าเรือเทเวศร์ในช่วงเวลา 21.40 น. แต่ช่วงเวลาที่ตั้งโดยใช้ จีพีเอสของเรือค่อนข้างชัดเจนว่า ถ้าผ่านสะพานพระราม 5 สะพานพระราม 7 สะพานพระราม 8 ซึ่งก่อนสะพานพระราม 8 จะเป็นท่าเรือเทเวศร์ เป็นช่วงเวลา 21.40 น. แต่ช่วงเวลาที่เชื่อว่าจะเสียชีวิตคือช่วงเวลา 22.32-22.34 น.
ฉะนั้นการที่จะจับโยนหรือทิ้งอย่างที่มีใครบางคนพูดเป็นไปไม่ได้โดยสิ้นเชิง
ชี้ตกเรือหมดสติจมดับ
อย่างไรก็ตามแม้การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจจะส่อว่าเป็นเรื่องของอุบัติเหตุ แต่ก็ยังมีหลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยเพิ่มเติม อย่างกรณี ไทด์ เอกพัน บรรลือฤทธิ์ ที่เป็นกู้ภัยพบร่างแตงโม ก็ออกมาระบุว่า มีบางสิ่งบางอย่างบนใบหน้าของน้อง ทางทีมได้ถ่ายรูปไว้สังเกตว่า ตาข้างซ้ายของน้องถลนออกมา ส่วนขวาปิดบวมช้ำ ช้ำเลือดช้ำหนอง ซึ่งปกติแล้วร่างกายหากไม่โดนอะไร หรือมีของแข็งกระแทกตา 2 ข้างจะเท่ากัน
ที่ตอนนั้นไม่พูดเพราะต้องการให้เกียรติแตงโม และให้แพทย์นิติเวชทำงาน แต่เมื่อผลออกมาไม่พบว่ามีเรื่องของบาดแผลเหล่านี้จึงต้องออกมาทวงถาม
อย่างไรก็ตาม แพทย์สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ที่รับผิดชอบผ่าชันสูตรได้ตรวจสอบในช่องปาก ลำคอของแตงโม และถ่ายภาพไว้ พบว่าไม่มีร่องรอยฟันหักตามที่มีการตั้งข้อสังเกต และมีการเปิดผมตรวจสอบกะโหลกศีรษะ ก็ไม่พบร่องรอยกระแทกด้วยของแข็งแต่อย่างใด
ทั้งนี้รายงานระบุว่าตั้งแต่ครั้งแรก ตำรวจตรวจสอบคราบเลือดบนเรือทุกจุดแล้ว ไม่พบคราบเลือดบนเรือลำเกิดเหตุ ทำให้ตัดประเด็นเรื่องทำร้ายร่างกายก่อนตกเรือ
ส่วนบาดแผลที่ศีรษะ ร่องรอยตรงกับกราบเรือ คาดว่าแตงโม เสียหลักล้มกระแทกกราบเรือก่อนพลัดตกน้ำ ซึ่งก็ตรงกับเส้นผมของแตงโมที่พบในจุดดังกล่าว เมื่อตกลงน้ำแล้วหมดสติ จมลงสู่ก้นแม่น้ำลึกกว่า 10 เมตร ทำให้มีเศษดิน-ทรายเข้าไปในปอดและท้อง
นอกจากนี้ยังมีวงจรปิดตามเส้นทางเรือสปีดโบ๊ตในช่วงเกิดเหตุพบว่ามีกล้องวงจรปิดบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วงการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) บันทึกภาพเหตุการณ์ วันที่ 24 ก.พ. ช่วงเวลาประมาณ 22.34 น. เป็นช่วงที่สอดคล้องกับคำให้การของพยานเรื่องเวลาแตงโมตกเรือ
ซึ่งพบภาพสปีดโบ๊ตแล่นผ่านเรือบรรทุก แล้ววกกลับมาอีกครั้ง ซึ่งสอดคล้องกับคำให้การพยานที่ระบุว่าพบคนพลัดตกสปีดโบ๊ตระหว่างแล่นสวนกับเรือบรรทุกสินค้า นอกจากนี้ยังได้ฮาร์ดดิสก์จากวงจรปิดภายในเรือบรรทุกสินค้า ซึ่งจะเห็นสปีดโบ๊ต 2 ลำ โดยลำแรกมีผู้ชายและผู้หญิง 2 คน
อีกลำที่ตามมาเป็นเรือที่แตงโมนั่ง
ขณะที่ พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภาค 1 ระบุว่า พยานหลักฐานยังไม่มีบ่งชี้ว่าเป็นการฆาตกรรม แต่ยังต้องรอผล ชันสูตรจากสถาบันนิติเวชอย่างเป็นทางการ ตอนนี้ภาควิชานิติเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กำลังชันสูตรศพอยู่ และรอผลเพื่อนำมาเปรียบเทียบกับนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจว่าตรงกันหรือไม่ คาดผลจะออกมาภายใน 4 สัปดาห์ ซึ่งการตอบข้อสงสัยทุกอย่างต้องรอรวบรวมหลักฐานทั้งจากผลการชันสูตร และการสอบปากคำทั้งพยานบุคคลและพยานแวดล้อม จึงจะตอบได้ชัดเจน
ยืนยันปิดคดีด้วยหลักฐานวิทยาศาสตร์ชี้แจงต่อสังคม ได้แน่นอน

งานอาลัยแตงโม

ตร.แถลงคดี

ตรวจเรือเกิดเหตุ

แม่ให้การตร.