เป็นอันแน่นอนแล้วสำหรับการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.และนายกเมืองพัทยา หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. มีมติเห็นชอบร่างแผนงานจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา
โดยกำหนดเปิดรับสมัครผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งระหว่างวันที่ 31 มีนาคมถึงวันที่ 4 เมษายน 2565 และให้มีการเลือกตั้งพร้อมกันทั้งกรุงเทพฯ และพัทยา ในวันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม 2565
ซึ่งนอกจากตรงกับวันครบรอบ 8 ปี การรัฐประหารของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แล้ว
ยังถือเป็นการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ครั้งแรกในรอบ 9 ปีอีกด้วย
เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.มีขึ้นครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 3 มี.ค.2556 โดย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร จากพรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายชนะ ได้เป็นผู้ว่าฯ กทม.สมัยที่สองติดต่อกัน
ต่อมาในปี 2559 ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ถูกกล่าวหาทุจริตโครงการติดตั้งอุโมงค์ไฟ
ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.ในขณะนั้น ใช้อำนาจตามมาตรา 44 รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 สั่ง พักงาน ก่อนมีคำสั่งอีกฉบับให้พ้นจากตำแหน่ง
พร้อมกับแต่งตั้ง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่าฯ กทม. ขึ้นเป็นผู้ว่าฯ กทม.จนกว่าจะมีการเลือกตั้ง หรือมีคำสั่ง คสช.เปลี่ยนแปลง
นั่นทำให้ชาวเมืองหลวงต้องอยู่กับ ผู้ว่าฯ ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง จนถึงปัจจุบันนานกว่า 5 ปี
การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ที่กำลังจะมีขึ้น มี ผู้เปิดตัวเตรียมลงสมัครแล้วหลายคน มีทั้งอดีตรัฐมนตรี อดีตอธิการบดี อดีตส.ส.ดาวสภา อดีตส.ว. ล้วนแต่คุณภาพคับแก้ว
ยังมีอดีตรองผู้ว่าฯ กทม.แกนนำกปปส.ที่เคยชัตดาวน์กรุงเทพฯ ล่าสุดผู้ว่าฯ กทม.คนปัจจุบันก็เตรียมลาออกมาลงสมัคร รวมถึง 2 พรรคใหม่ที่มีฐานเสียงคนกรุงเป็นทุนเดิม ก็เตรียมส่งลงสู้ศึก
ในบรรดาว่าที่ผู้สมัครมีทั้งลงในนามพรรค ในนามกลุ่ม ในนามอิสระของจริง และในนามอิสระแบบมีพรรคหนุนหลังทั้งเปิดเผยและไม่เปิดเผย แล้วแต่กลยุทธ์ของใครของมัน ซึ่งทำได้โดยไม่ผิดกติกา
ความพิเศษของการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ครั้งนี้ นอกจากเป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปี
ส่วนหนึ่งยังสะท้อนถึงภาพสนามเลือกตั้งส.ส.กทม.ที่จะมีขึ้นในอนาคต ได้อีกด้วย