ท่ามกลางวิกฤตการณ์รัสเซีย-ยูเครน ส่งผลสะเทือนไปทั่วโลก
ได้ปรากฏรายงานข่าวการพบปะหารือกันระหว่าง นายเยฟกินี โทมิคิน เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย กับพล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก หรือ ททบ.5 และคณะ
ภายใต้หัวข้อสนทนาการเสริมสร้างความร่วมมือแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารร่วมกันของสำนักข่าวรัสเซีย กับ ททบ.5 ซึ่งได้ข้อสรุปว่า สองฝ่ายจะลงนามความร่วมมือระหว่างกันในเร็วๆ นี้
โดยก่อนหน้านี้ ททบ.5 ได้ลงนามความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร การท่องเที่ยว และสินค้าเกษตร กับสำนักข่าวจีนและอิหร่านแล้วเช่นกัน
กรณีดังกล่าวก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องความเหมาะสม
เนื่องจากเป็นรับรู้กันทั่วโลกว่าสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน นอกจากการสู้รบด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์ทันสมัย ตอบโต้กันด้วยมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ ยังเป็นการทำสงครามข้อมูลข่าวสารไปพร้อมกันด้วย
ตามที่กลุ่มนักวิเคราะห์ระบุ หากฝ่ายใดสามารถควบคุมพื้นที่ข่าว ดึงผู้มีอิทธิพลต่อความคิดและการตัดสินใจมาเป็นพวกได้ ก็จะมีโอกาสได้รับชัยชนะเกินครึ่ง
ในสถานการณ์ปัจจุบัน แม้รัสเซียจะได้เปรียบด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ แต่ในสงครามข้อมูลข่าวสาร รัสเซียอาจจะยังต้องพยายามหาพื้นที่ข่าวที่ตนเองสามารถควบคุมได้ให้มากกว่านี้
ททบ.5 ซึ่งเป็นสถานีโทรทัศน์ของหน่วยงานรัฐ จึงต้องระมัดระวัง อย่างมาก
ก่อนที่ทุกอย่างจะบานปลาย ทางด้าน ททบ.5 ได้ยกเลิกการแถลงข่าวการร่วมมือกับสำนักข่าวรัสเซีย เชื่อว่าน่าจะเป็นเพราะเสียงวิพากษ์วิจารณ์ก่อนหน้านี้
ขณะที่พล.อ.รังษียืนยันว่า ได้ประสานกับทุกสถานทูตที่เกี่ยวข้อง รับข้อมูลข่าวสารจากทุกค่าย เพื่อนำเสนอให้ประชาชนได้รับทราบทุกด้าน นอกเหนือจากที่เสนอข่าวจากสำนักข่าวตะวันตกอยู่แล้ว
กล่าวได้ว่า การนำเสนอข่าวอย่างครบถ้วนเป็นกลาง เป็นเรื่องสำคัญสำหรับททบ.5
เพราะเรื่องนี้ไม่เพียงสะท้อนจุดยืนรัฐบาลและกองทัพบกไทย
ยังเกี่ยวกับทิศทางความสัมพันธ์ไทยกับนานาประเทศทั่วโลกอีกด้วย