กกต.ตีกรอบช่วยผู้สมัครอิสระ
วันที่ 25 มี.ค. ภายหลังกกต. ประกาศให้มีการเลือกตั้ง ส.ก. ผู้ว่าฯ กทม. สมาชิกและนายกเมืองพัทยาในวันเดียวกันนี้ ส่งผลให้ระเบียบ กกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2563 มีผลใช้บังคับวันที่ 25 มี.ค.นี้ด้วย ซึ่งผู้สมัครและพรรคต้องปฏิบัติตาม โดยเป็นหลักการเดียวกับเลือกตั้ง อบจ. เทศบาล อบต.ที่ผ่านมา
ระเบียบ กกต.ดังกล่าวที่น่าสนใจ พรรคการเมืองสามารถช่วยผู้สมัครหาเสียงได้และให้นับรวมค่าใช้จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งของผู้สมัครนั้นด้วย ส่วนการหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ผู้สมัคร พรรคหรือผู้ใดหาเสียงเลือกตั้งทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ด้วยตนเอง มอบหมายหรือว่าจ้างได้ด้วยทั้งทางเว็บไซต์, โซเชี่ยลมีเดีย, ยูทูบ, แอพ พลิเคชั่น, อีเมล์, เอสเอ็มเอส, สื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่นทุกประเภท โดยต้องระบุชื่อ ที่อยู่ผู้ว่าจ้าง ผู้ผลิต จำนวนและวันปีที่ผลิตไว้บริเวณที่เห็นชัดเจน กรณีนำข้อมูลเกี่ยวกับพรรคหรือภาพบุคคลเพื่อใช้หาเสียงต้องได้รับการยินยอมจากบุคคลหรือพรรค เช่น กรณีผู้สมัครอิสระจะให้พรรคใดช่วยหาเสียง หรือพรรคใดจะอาสาช่วยหาเสียงต้องทำหนังสือขออนุญาตอย่างเป็นทางการจากผอ.กต.ท้องถิ่น และต้องได้รับการยินยอมจากทั้งผู้สมัครและพรรคด้วย
ส่วนลักษณะต้องห้ามหาเสียง 1.ห้ามนำสถาบันมาเกี่ยวข้องในการหาเสียง 2.ห้ามแจกเอกสารหาเสียงด้วยวิธีการวาง หรือโปรยในที่สาธารณะ 3.ใช้พาหนะหาเสียง หรือจัดสถานที่หาเสียงที่ไม่ได้แจ้งต่อผอ.กต.จว. 4.ใช้ถ้อยคำรุนแรง หรือปลุกระดมให้เกิดความไม่สงบในพื้นที่ 5.ช่วยเหลือเงิน ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดตามงานประเพณีต่างๆ 6.นำชื่อพรรค สัญลักษณ์พรรค คำขวัญ หรือภาพบุคคล โดยไม่ได้รับการยินยอม และยังยึดตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นฯ พ.ศ. 2562 ตามหมวด 6 ด้วย ซึ่งมีข้อห้ามหาเสียงด้วยการจัดให้มีมหรสพหรือการรื่นเริงต่างๆ