110ปี-หลวงปู่เจือ สันตจิตโต
วัดหนองแผ่นดิน กำแพงเพชร

อริยะโลกที่ 6

วันเสาร์ที่ 2 เม.ย.2565 น้อมรำลึกครบรอบ 110 ปี ชาตกาล “หลวงปู่เจือ สันตจิตโต” อดีตเจ้าอาวาสวัดหนองแผ่นดิน ต.สระแก้ว อ.เมือง จ.กำแพงเพชร พระเกจิชื่อดังที่เคารพนับถือของชาวเมืองกำแพงเพชร

มีนามเดิม เจือ พุกมาก เกิดเมื่อวันที่ 2 เม.ย.2455 ที่บ้านหนองแซง ต.หนองแซง อ.หันคา จ.ชัยนาท บิดา-มารดา ชื่อ นายหมึกและนางเล็ก พุกมาก เป็นบุตรคนโต ในจำนวนพี่น้อง 8 คน

ครอบครัวฐานะยากจน ด้วยพื้นที่ที่อาศัยอยู่ค่อนข้างแห้งแล้ง ทำการเกษตรไม่ได้สมบูรณ์ตามฤดูกาล จนไม่มีเงินไปจุนเจือครอบครัว จึงย้ายถิ่นฐานมาปักหลักและหาเลี้ยชีพที่เมืองกำแพงเพชร

ชีวิตช่วงปฐมวัย มีความขยันหมั่นเพียร ช่วยพ่อแม่ทำงาน ไม่ว่าจะทำนาหรือรับจ้าง ต้องเหน็ดเหนื่อย เพราะเป็นพี่ชายคนโต ต้องดูแลน้องๆ และไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือเหมือนคนอื่น อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ สมัยเด็กนั้น พ่อแม่จะใช้ให้เลี้ยงวัวควายในทุ่งนาเป็นประจำ

เวลาพ่อแม่เข้ามาขายของในตัวเมืองชัยนาท พ่อแม่จะต้องพาไปกราบหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ให้หลวงปู่ศุขเป่ากระหม่อมให้ แต่ไม่ทันมีโอกาสร่ำเรียนวิชากับหลวงปู่ศุข ด้วยต้องช่วยพ่อแม่และดูแลน้อง

มีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาแต่วัยเยาว์ ครั้นพอเติบโตเป็นหนุ่ม มีโอกาสไปทำงานจังหวัดใกล้เคียง จ.ชัยนาท (อ่างทอง สิงห์บุรี สุพรรณบุรี)

ครั้งหนึ่ง มีโอกาพบอาจารย์ฆราวาสขมังเวท ศิษย์หลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่ จึงตัดสินใจสักพญาหงส์คู่ทั้งไหล่ซ้ายไหล่ขวา หลังจากทำงานต่างจังหวัดไม่นาน เดินทางกลับมาบวชครั้งแรกที่วัดท่าโบสถ์ อ.หันคา จ.ชัยนาท โดยมีหลวงพ่อดัด หลวงพ่อดัด พุทธิสาโร วัดท่าโบสถ์ เป็นพระอุปัชฌาย์

หลังจากบวชได้ไม่นาน ก็ต้องลาสิกขามาช่วยงานที่บ้าน ขณะเดียวกัน ได้ไปฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อดัด วัดท่าโบสถ์ ซึ่งเป็นศิษย์หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า รับใช้อุปัฏฐากหลวงพ่อดัดอยู่นานพอสมควร หลวงพ่อดัดเมตตาถ่ายทอดวิทยาคมและเขียนเลขยันต์
ต่อมา จึงได้แต่งงานมีครอบครัว

เมื่อแต่งงานได้ไม่นาน ได้ย้ายครอบครัวกลับมาที่ จ.กำแพงเพชร เพื่อหาแหล่งทำกิน ทำไร่ทำนาเลี้ยงครอบครัว มีลูกหลายคน แม้จะมีชีวิตความเป็นอยู่อย่างลำบาก แต่ด้วยความเพียรมุ่งมั่น ก็สามารถสร้างรากฐานครอบครัวได้อย่างมั่นคง

กระทั่งอายุ 56 ปี หมดภาวระทางครอบครัว พร้อมทั้งเกิดความเบื่อหน่ายทางโลก จึงตัดสินใจเข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.2524 ที่วัดเสด็จ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร โดยมีพระครูวิธานวชิรศาสน์ (หลวงพ่อภา) เป็นพระอุปัชฌาย์

หลังอุปสมบทเพียงไม่นาน ก็มีญาติโยมมาขอนิมนต์ให้ย้ายไปจำพรรษาที่วัดหนองแผ่นดิน ซึ่งในสมัยก่อนจะเป็นวัด เป็นเพียงแค่สำนักสงฆ์เล็กๆ มีกระท่อม 2 หลังเท่านั้น

พัฒนาสำนักสงฆ์เก่าแก่เสื่อมโทรม และจนได้รับการยกฐานะเป็นวัดหนองแผ่นดิน
แต่ละวันจะมีชาวบ้านเข้ามากราบขอพรขอเมตตาให้ท่านประพรมน้ำพระพุทธมนต์ตลอดทั้งวัน

นำคำสั่งสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ปฏิบัติจนได้เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของชาวบ้าน แต่เป็นเรื่องน่าแปลกใจ อ่านหนังสือไม่ออก เขียนไม่ได้ แต่ก็สามารถท่องบทสวดมนต์ได้ทุกบทโดยไม่ต้องอ่าน แต่มีความจำเป็นเลิศ

ด้านวัตถุมงคลที่สร้าง ล้วนแล้วแต่ทรงคุณอันวิเศษ และเป็นที่เสาะแสวงหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งชานหมากที่หลวงปู่เคี้ยว จะถูกขอไปหมดไม่มีเหลือ ถ้าปลอดคน นำไปตากไว้ ปรากฏว่าหายหมด ซึ่งผู้ที่ศรัทธาเชื่อว่าชานหมากมีพุทธคุณยิ่ง

มรณภาพลงอย่างสงบ ด้วยวัย 108 ปี พรรษา 39 เวลา 14.25 น. ช่วงบ่ายวันอาทิตย์ที่ 19 ม.ค.2563

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน