ผังเมืองอีอีซี (1)
เลาะรั้ว
หลังจากตั้งข้อสังเกตไว้ว่า เรามีผังเมืองไว้ทำไม ด้วยเหตุที่พบว่าการอ่านรายละเอียดที่กำหนดไว้ในผังเมืองรวมมี ความสับสนในการใช้สัญลักษณ์หรือเครื่องหมายเพื่อแสดงขอบเขตการควบคุมการใช้ประโยชน์ในที่ดิน
ตัวอย่างหนึ่งมาจาก วันที่ 22 มีนาคม 2565 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบโครงการศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะวงเงินลงทุนเฟสแรก 19,000 ล้านบาท ตามข้อเสนอของคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน (และมีรัฐมนตรีร่วมคณะอีกกว่า 20 ท่าน เป็นกรรมการ)

โครงการเมืองใหม่และศูนย์ธุรกิจ อีอีซี จะใช้เนื้อที่ ส.ป.ก. ในเขตบางละมุง จ.ชลบุรี 14,619 ไร่ โดยจะใช้พื้นที่เป็นศูนย์สำนักงานใหญ่ของบริษัทภูมิภาคและสถานที่ราชการ, ศูนย์การเงิน EEC, ศูนย์การแพทย์แม่นยำเฉพาะด้าน ศูนย์การศึกษาวิจัยและธุรกิจพลังงานสะอาดและดิจิทัล
ที่อยู่อาศัยของคนทุกกลุ่มทุกรายได้ 3,000 ไร่ เพื่อรองรับตำแหน่งงาน 200,000 ตำแหน่ง มีพื้นที่สีเขียว 30% และพื้นที่อยู่อาศัย 70%
ทั้งหมดเป็นการลงทุนในวงเงินงบประมาณถึง 1.34 ล้านล้านบาท โดยภาครัฐจะลงทุน 3% ที่เหลือเป็นการลงทุนที่
เรียกว่า PPP คือ เอกชนมีสิทธิลงทุนในที่ดินและแบ่งสรรประโยชน์คืนรัฐ
มูลค่าการลงทุนรวมน่าจะเป็นดังนี้ ภาครัฐ 37,674 ล้านบาท สำนักงาน EEC 28,541 ล้านบาท (ที่รวมค่าเวนคืนที่ดิน และโครงสร้างพื้นฐานของเมือง), ภาครัฐอื่นๆ ลงทุน 9,133 ล้านบาท
ที่สำคัญคือ การลงทุน PPP ดังกล่าวได้แก่ สาธารณูปโภคในเมือง ระบบขนส่งสาธารณะและโครงสร้างพื้นฐาน 131,119 ล้านบาท, ลงทุนในการพัฒนาพื้นที่ของเอกชนในเชิงพาณิชย์ 118,806 ล้านบาท โดยคาดการณ์จะมีการคืนเงินลงทุนให้รัฐบาลพร้อมดอกเบี้ย คือ 10 ปี
ทั้งหมดนี้ไม่ปรากฏแผนผังทางกายภาพ (ที่น่าจะเรียกว่า การพัฒนาเมือง)
นอกจากนี้การกล่าวอ้างถึงอำนาจตาม พ.ร.บ.อีอีซี เพื่อจะเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ในที่ดินโดย มิต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดกฎกระทรวงผังเมืองรวมอีอีซี ยิ่งทำให้เข้าใจว่าเป็นการไม่เห็นความสำคัญของกฎกระทรวงผังเมืองรวม
หรือก็คือ การไม่เห็นความสำคัญของการผังเมือง
นายช่าง