นโยบายการเงินบนความท้าทายเศรษฐกิจ

รายงานพิเศษ

นับเป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่รวมเอาอดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ถึง 6 คน มาร่วมเวทีสัมมนา “เหลียวหลัง แลหน้า กับผู้ว่าการ ธปท.” ในโอกาสครบรอบ 80 ปี แบบจัดเต็ม

ท่ามกลางความท้าทายด้านเศรษฐกิจรอบด้านในปัจจุบัน ส่งผลต่อการทำนโยบาย การเงิน ที่ต้องสอดประสาน ทั้งในเชิงรุก และ ตั้งรับ ไม่นับการเปลี่ยนแปลงบริบทด้าน การเงิน โดยเฉพาะเทคโนโลยีในด้านต่างๆ เช่น สินทรัพย์ดิจิทัล คริปโตเคอร์เรนซี่ ที่เป็นที่นิยมกันมากในปัจจุบัน

การถอดบทเรียนและชี้จุดบอดด้านเศรษฐกิจของอดีต 6 ผู้ว่าฯ จึงน่าสนใจอย่างมาก

เริ่มด้วย นายชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า ความท้าทายของ ธปท. ที่เห็นได้ชัดเจนในขณะนี้คือ ความท้าทาย ที่มาจากด้านเทคโนโลยี ในฐานะ ธปท. ต้องมองไปข้างหน้าว่าจะทำให้เกิดอะไรขึ้นบ้าง และจะมีผลกระทบมากน้อยเพียงใด ธปท.ต้องทันต่อเหตุการณ์นั้น แต่เชื่อในพื้นฐานที่วางไว้ดี

ส่วนนโยบายการคลัง มีความน่าเป็นห่วง เพราะภาระหนี้สูง และยังมีการขาดดุลงบประมาณต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน และภาระทางการคลังได้ซ่อนปัญหาในระยะยาวไว้มาก ดังนั้นเมื่อใดก็ตามที่นโยบายการคลังไม่สามารถดูแลตัวเองได้ดีกว่านี้ ภาระจะตกมาอยู่ที่นโยบายการเงิน

“ปัญหาเศรษฐกิจหลายเรื่องที่เกิดขึ้นมักมาจากภาคของ real sector ซึ่งสุดท้ายมาส่งผลให้การเงินไม่มีเสถียรภาพ ทั้งที่การเงินอยู่ปลายเหตุ ทำให้เป็นภาระของนโยบายการเงินที่จะต้องเข้ามา ดังนั้น เมื่อใดที่มีความจำเป็นชัดเจนว่าเราต้องทำนโยบายที่คนไม่ชอบ เราก็ต้องใจแข็งที่จะทำ เพราะถ้าไม่มี ธปท. เป็นด่านสุดท้าย ก็ไม่รู้ว่าเศรษฐกิจจะตกเหวไปอยู่ที่ไหน”

ด้าน ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ ผู้ว่าฯ ธปท. กล่าวชื่นชมทัศนคติของ ธปท. ในปัจจุบันเกี่ยวกับการดูแลเรื่องคริปโตเคอร์เรนซี่ ที่ห้ามไม่ให้นำคริปโตฯ ไปใช้ในการซื้อ-ขายสินค้า แต่ในขณะเดียวกัน ธปท. ได้พัฒนาเกี่ยวกับดิจิทัลเคอร์เรนซี่ขึ้นมา ซึ่งอยากให้ ธปท.พัฒนาให้เร็วกว่าแผนที่วางไว้ เพราะช่วยป้องกันไม่ให้คริปโตเคอร์เรนซี่ขยายเข้าไปในวงการค้าได้

ขณะที่มุมมองต่อนโยบายการคลังในปัจจุบันเหมือนไม่มีนโยบายการคลัง เพราะเป็นการใช้เงินงบประมาณไปเรื่อยๆ โดยไม่คำนึงว่าจะมีการขาดดุลงบประมาณเท่าไรถึงจะเพียงพอ ขณะนี้ประเทศควรจะเน้นการมีนโยบายการคลังที่จริงจัง ส่วนนโยบายการเงินก็ยังคงต้องทำหน้าที่สนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจต่อไป เพราะหากเศรษฐกิจของประเทศไม่เติบโต การเก็บภาษีเพื่อนำมาพัฒนาประเทศก็จะทำได้ยาก

“คนที่ดำเนินนโยบายการคลัง เขาไม่ดำเนินนโยบายการคลังในสิ่งที่ควรจะทำ ถ้าทำในสิ่งที่ควรทำ นโยบายการเงินก็ช่วยสนับสนุน ก็หมดปัญหาไป อยู่ที่ผู้นำรัฐบาลว่าจะคิดหรือไม่คิด”

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล

ขณะที่ นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล อดีตผู้ว่าฯ ธปท. ระบุว่า 3 เสาหลักสำคัญ 3 ของ ธปท. คือ 1. การมีกรอบนโยบายการเงินที่ยืดหยุ่น มีธรรมาภิบาล และมีเครื่องมือทางการเงินที่เพียงพอในการแก้ไขปัญหา 2. มีบุคลากรที่มีความสามารถ และระบบการทำงานที่มีประสิทธิภาพ 3. มีประวัติศาสตร์ที่ดี ค่านิยมที่ดี สามารถปรับตัวให้เข้ากับบริบทที่เปลี่ยนแปลงไปได้

อย่างไรก็ดี ปัญหาใหญ่ขณะนี้ไม่ใช่เรื่องโครงสร้างเศรษฐกิจ เป็นเรื่องการบริหารจัดการ หรือธรรมาภิบาลของประเทศ เป็นเรื่องระบบยุติธรรม ซึ่งมีคนจำนวนไม่น้อย เชื่อว่าธรรมาภิบาลไม่ดี จึงเกิดการ ขัดขวาง ไม่เห็นด้วย เป็นเรื่องที่กว้างกว่าเศรษฐกิจจริง ไม่ใช่เรื่องนโยบายการเงินการคลัง จึงจำเป็นต้องมีการปรับวิธีการคิด หรือปรับรูปแบบการบริหารราชการใหม่

ส่วน ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล อดีตผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า เคยผลักดันให้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากบุคคลภายนอกในงานสัมมนาวิชาการประจำปี ทำให้ได้แนวคิดใหม่ๆ จากทุกภาคส่วนเพื่อเปิดหูเปิดตาธปท. ซึ่งจะเป็นผลดีต่อประเทศ และมีอีกเรื่องที่พยายามผลักดัน คือ ความเป็นอิสระในการทำงาน ซึ่งจนถึงปัจจุบันประสบความสำเร็จเพียงครึ่งเดียว

หันมาดูมุมมองของผู้ว่าฯ ธปท.หญิงคนแรก นางธาริษา วัฒนเกส อดีตผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า สิ่งที่ท้าทายมากขณะนี้คือปัญหาเงินเฟ้อที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นไปมาก ซึ่งรัฐบาลมองว่ามีสาเหตุจากราคาน้ำมัน การขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะเป็นการซ้ำเติมประชาชน ซึ่ง ธปท.จำเป็นต้องชี้แจงให้ประชาชนเกิดความเข้าใจถึงการทำงานด้วยหลักการและเหตุผล

ส่วนความท้าทายทางการเมือง เคยเจอฝ่ายการเมืองอยากเอาคนของตัวเองที่มีประวัติด่างพร้อยเข้ามาเป็นกรรมการในธนาคารที่กองทุนการเงินฯ ถือหุ้นอยู่ แต่สามารถป้องกันไว้ได้ แม้จะเกิดแรงกดดันพอสมควร และถือเป็นเรื่องสำคัญที่ ธปท.ต้องยึดความถูกต้อง เรื่องผู้บริหารมีความสำคัญ หากไม่มีความสุจริต จะเกิดปัญหามากมายตามมาในภายหลัง

นางธาริษา วัฒนเกส
นายวิรไท สันติประภพ

ด้าน นายวิรไท สันติประภพ อดีตผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า ในช่วง 5 ปีที่ทำหน้าที่ผู้ว่าการ ธปท. ปัญหาที่เจอคือ ความไม่แน่นอนทางการเมืองต่างประเทศ การเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่อง ทำให้มีการแสวงหาผลประโยชน์สูงจนเกิดปัญหาประเมินความเสี่ยงไว้ต่ำ ซึ่งอาจส่งผลต่อเสถียรภาพต่อเงินทุน

นอกจากนี้ ยังมีปัญหา 1. หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงที่จะกลายเป็นระเบิดเวลา การทำธุรกิจที่ส่งเสริมให้คนเป็นหนี้เกินความจำเป็น ทำให้เกิดปัญหาสินเชื่อเงินทอน ที่ให้วงเงินสูงกว่าความเป็นจริง และ 2. ภัยไซเบอร์

มุมมองของ 6 ผู้ว่าฯ ในแต่ละยุคสมัย เป็นบทเรียนสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้า ท่ามกลางความท้าทายในยุคปัจจุบัน ที่ไม่มีโอกาสให้พลาดอีกต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน