เมื่อวันที่ 10 เม.ย. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทางการยูเครนเตรียมรับมือกับการโจมตีจากกองทัพรัสเซียระลอกใหม่ ภายหลังประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย เปลี่ยนตัวแม่ทัพเป็นนายพลคนใหม่ที่รับผิดชอบภารกิจสู้รบในประเทศซีเรีย พร้อมสับเปลี่ยนกำลังเตรียมพร้อมเปิดปฏิบัติการทางทหารขนาดใหญ่ทางภาคตะวันออกของประเทศยูเครน ท่ามกลางคลื่นผู้อพยพของพลเรือนชาวยูเครนทะลุ 11 ล้านคน ตอกย้ำด้วยการที่ยูเครนประกาศให้ประชาชนหนีออกจากภาคตะวันออกของประเทศทันที เพราะกำลังจะกลายเป็นสมรภูมิ ดุเดือดในไม่ช้า

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังกองทัพยูเครนถอนกำลังออกจากรอบกรุงเคียฟและ ภาคเหนือของยูเครน และนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษเป็นผู้นำชาติตะวันตกคนล่าสุดที่เดินทางไปพบประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน หลังการค้นพบพลเรือนที่ถูกทหารรัสเซียสังหารอย่างเลือดเย็นหลายร้อยรายที่เขตบูชานอกกรุงเคียฟ และรัสเซียถูกกล่าวหาว่าใช้ขีปนาวุธยิงถล่มสถานีรถไฟเมืองครามาตอร์สก์ทางตะวันออก มีผู้เสียชีวิต 52 ราย บาดเจ็บกว่า 300 คน

บุกถึงถิ่น – นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เดินทางลงพื้นที่กรุงเคียฟ ประเทศยูเครน พร้อมประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี เพื่อแสดงจุดยืนเป็นเอกภาพ และให้การสนับสนุนยูเครนที่เตรียมรับการโจมตีครั้งใหม่ เมื่อ 10 เม.ย. (เอเอฟพี)

ประธานาธิบดีเซเลนสกี กล่าวว่า ยูเครนกำลังอยู่ระหว่างการเตรียมรับมือการโจมตีระลอกใหม่จากกองทัพรัสเซียโดยเฉพาะในภาคตะวันออกซึ่งคาดว่าจะมีความดุเดือดอย่างมาก ขณะที่นายมิไคย์โล โปโดลยัก ที่ปรึกษาของผู้นำยูเครน ยืนยันว่า กองทัพยูเครนจำเป็นที่จะต้องขับไล่รัสเซียออกไปจากภูมิภาคดอนบาสทางตะวันออกให้ได้ก่อนที่จะเปิดการเจรจาสันติภาพกับประธานาธิบดีปูติน

“ยูเครนพร้อมที่จะรับมือกับการสู้รบครั้งใหญ่ ยูเครนจะต้องชนะ รวมถึงที่ดอนบาสด้วย เมื่อสำเร็จแล้วยูเครนจะมีไพ่เหนือกว่าในการเจรจา เมื่อนั้นประธานาธิบดียูเครนจึงจะไปเจรจา ทั้งหมดนี้อาจกินเวลาประมาณ 2 ถึง 3 สัปดาห์” นายโปโดลยัก ระบุ

บีบีซีรายงานว่า นายเซอร์ฮี ไกได นายกเทศมนตรีเมืองลูฮานสก์ เมืองเอกแคว้นลูฮานสก์ ที่ภูมิภาคดอนบาส เปิดเผยว่าพบความเคลื่อนไหวของกองทัพรัสเซียที่ระดมกำลังเสริมทัพเพื่อเตรียมเปิดฉากโจมตีรอบใหม่ ขณะที่มีกระแสข่าวด้วยว่า ประธานาธิบดีปูตินมีคำสั่งเปลี่ยนผู้รับผิดชอบยุทธการใหม่เป็นพลเอกอเล็กซานเดอร์ ดโวนิคอฟ ซึ่งมีประสบการณ์การสู้รบสูงในฐานะอดีตผู้บัญชาการสงครามของรัสเซียในประเทศซีเรีย

วันเดียวกันทางการฟินแลนด์เตรียมพิจารณาเข้าเป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต หลังมอบหมายให้คณะกรรมาธิการด้านความมั่นคงศึกษาถึงความจำเป็นในการเข้าร่วมกับนาโตเพื่อรับมือกับภัยคุกคามจากรัสเซียนำมาเสนอต่อรัฐสภา โดยหากฟินแลนด์เข้าเป็นสมาชิกนาโตก็จะส่งผลให้เพื่อนบ้านอย่างประเทศสวีเดนพิจารณาเข้าร่วมนาโตด้วยเช่นกัน ซึ่งจะถือเป็นการยุติสถานะเป็นกลางมาตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง ส่วนโพลสำรวจชาวฟินแลนด์นั้นเห็นว่าควรเข้าเป็นสมาชิกนาโตถึงร้อยละ 60

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน