รับบทท้าฝีมือใน “คุณหมีปาฏิหาริย์” ละครวายเรื่องแรกช่อง 3 สำหรับนักแสดงหนุ่ม ‘อิน’ สาริน รณเกียรติ ประชันบทบาทกับ ‘จ๊อบ’ ธัชพล กู้วงศ์บัณฑิต

เป็นไงบ้างละครวาย “คุณหมีปาฏิหาริย์”?
อิน – “ดีครับ เรื่องนี้ผมรับบท เต้าหู้ และ พี่หนึ่ง เป็นเรื่องที่ท้าทายที่ต้องข้ามผ่านไปให้ได้ โดยตัวเต้าหู้สิ่งที่ยากคือเรื่องที่ต้องทำให้มันใส เต้าหู้เป็นปาฏิหาริย์จากความหวังดี เกิดขึ้นมาเป็นคนได้ ก็เหมือนคนที่เพิ่งเกิด ต้องเรียนรู้อะไรใหม่ๆ เรียนรู้ที่จะเข้าใจมนุษย์มากขึ้น ซึ่งเราที่เป็นมนุษย์จริงๆ มันก็ยังไม่มีความใส ก็พยายามหาจุดที่พอดี คือเล่นยังไงไม่ให้ใสแบ๊ว แต่ก็ไม่ใช่ดูเจนโลกมาก ก็จะเป็นความยากตรงจุดตรงนั้น”

“นอกจากบท เต้าหู้ ก็ยังรับบท พี่หนึ่ง ซึ่งเป็นพี่ของสอง (ตี๋ ธนพล) เป็นรักแรกเป็นคนแรกที่พี่ณัฐ (จ๊อบ ธัชพล) แอบชอบ พี่หนึ่งจะเป็นผู้ชายในอุดมคติเลย คือเล่นบาสฯ เก่ง หล่อ ฮอต ป๊อป คาแร็กเตอร์นี้จริงๆ ต้องเล่นไม่ยาก แต่พอผมไปเล่นเป็นเต้าหู้นานๆ กลายเป็นว่า คาแร็กเตอร์พี่หนึ่งเล่นยาก เพราะเราไปเล่นแต่ใสๆ มาทำให้ติดคาแร็กเตอร์นั้น”

มีเลิฟซีนด้วย?
อิน – “ครับ จูบเยอะมาก จูบครั้งแรกมี ดอลลี่หมุนเป็นสิบๆ รอบ (หัวเราะ) แล้วจูบกันเป็นชั่วโมง”

เรื่องนี้ดูเปลืองตัว?
อิน – “รู้สึกเปลืองตัวจริงๆ ครับ (ยิ้ม) ก็เขินเหมือนกัน เพราะมีฉากที่ไม่ได้ใส่เสื้อผ้า ปกติถอดเสื้อก็ยังมีกางเกง แต่เรื่องนี้จะเหลือ แค่บ็อกเซอร์ก็รู้สึกหวิวๆ การเตรียมตัวก็ออก กำลังกายเยอะและคุมน้ำหนักพอสมควร เพราะรู้สึกว่าตัวหมีที่กลายมาเป็นคนอยากให้มันสะอาดที่สุด เข้ารูปและเพอร์เฟ็กต์มากที่สุด พอเห็นหุ่น รูปร่างในละครที่ตั้งใจฟิตมาก็ชอบนะ ดูลงตัว”

ผู้หญิงหลายคนบอกอิจฉาผิวเรา?
อิน – “ดื่มน้ำเยอะๆ ครับ ตอนไปทะเลก็ทาครีมกันแดด อินแค่รู้สึกว่าการเป็นนักแสดงนอกจากข้างในต้องดีแล้ว เรื่องเสื้อผ้าหน้าผมหน้าตาก็เป็นสิ่งสำคัญเพราะเป็นอาชีพเรา ก็พยายามจะดูแลให้มันดีที่สุด”

เห็นว่าตอนนี้กำลังลุยเรื่องธุรกิจ?
อิน – “ครับ กำลังสร้างโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ชื่อ Ours อยู่ที่ซ.เจริญนคร 10 ลงทุนไปเกือบหมดหน้าตัก เมื่อก่อนอยากทำเป็นบูทีกโฮเทล พอมีโควิดมาหลายปี นักท่องเที่ยวยัง ไม่มา เราก็เลยไม่รอ เปลี่ยนธีมเป็นคอมมูนิตี้มอลล์ ก็จะมีร้านดังๆ รวมกันมาเป็นสิบร้าน มีหมูกระทะ ชาบู ร้านขนม เยอะแยะเลยครับ”

วางแผนมานานแค่ไหน?
อิน – “จริงๆ คุณพ่อปูมาตลอด เพราะยังไงเขาก็อยากให้กลับไปทำธุรกิจอสังหาฯ แต่ก่อนหน้านี้อินไม่มีโอกาสเพราะยังไม่มีเวลา พอโควิดมา เรื่องนี้ก็เข้ามาเลย ป๊าโยนมาแล้วว่าต้องทำ เดี๋ยวเสร็จโปรเจ็กต์นี้ปีหน้าก็จะมีต่อ”

เหนื่อยเครียดแค่ไหน?
อิน – “เพิ่งมาเครียดหนักๆ เดือนนี้ คือมันเป็นธุรกิจเต็มตัวก็เริ่มเครียด ต้องไปหาจิตแพทย์ นัดแล้วแต่ยังไม่ได้ไป คืออินมีอาการนอนแล้วสะดุ้งตื่น เพราะสมองไม่ยอมชัตดาวน์ เลยคิดว่าไปหาคุณหมอดีกว่า”

มีเอฟเฟ็กต์อะไรเกิดขึ้นกับร่างกายจนรู้สึกว่าต้อง ไปหาหมอ?
อิน – “มันไม่หยุดครับ อินเคยอยู่บ้านแล้วรู้สึกเป็นอาการขาหาย ที่เดินๆ แล้วขาหายไปเลย เหมือน มาจากความ เครียด ก็คิดว่าต้องไปหาหมอ อาการขาหายคือขามัน อ่อนแรง ที่บ้านก็แนะนำให้พัก เราก็บอกเดี๋ยวขอให้ผ่านช่วงนี้ไปก่อน คือพื้นฐานอินเป็นคนชอบทำงานตั้งแต่เด็ก”

ดูเราทำอะไรหลายอย่าง ตั้งเป้าประสบความสำเร็จในสิ่งที่ทำอยู่ไว้ยังไง?
อิน – “ไม่เชิงว่าตั้งเป้าครับ อินใช้คำว่า โชคดี พออินเริ่มทำสิ่งที่อินรัก เช่น นักแสดง ร้านขนม Holiday Pastry อินจะได้เพื่อนที่ดีได้หุ้นส่วนที่ดีเข้ามาชวนตลอด อย่างพอเริ่มทำร้านขนมปุ๊บ สเต็ปต่อไปเริ่มทำร้านหมูกระทะ เพราะมีหุ้นส่วนมาชวนทำต่อ เดี๋ยวเสร็จจากนี้ก็มีหุ้นส่วนใหญ่เข้ามาซื้อกิจการ ปีหน้าก็เป็นเรื่องของการขยายสาขา”

ตอนนี้ต้องเปลี่ยนชื่อเป็นเสี่ยอิน?
อิน – “หูย ไม่เลยครับ ก็เป็นความตั้งใจมากกว่า คืออินมีความเชื่อว่าคนเราสามารถพิสูจน์คุณค่าในตัวเองผ่านผลงานได้ด้วย”

รู้สึกไหมว่าตัวเองประสบความสำเร็จในการทำงานทุกด้าน ไม่มีอะไรผิดพลาดจากเป้าเลย?
อิน – “ใช่ครับ แต่ก็น่ากลัวนะครับ เคยมีคนบอกเหมือนกันว่า ถ้าอินพลาดแล้วเดี๋ยวจะน่ากลัว แต่ว่าอินยังไม่เคยพลาด”

แล้วมีภูมิคุ้มกันตรงนั้นหรือยัง?
อิน – “พยายามทำใจครับ พยายามคิดเผื่อไว้ แต่ก็พยายามทำให้ดีที่สุด อินอาจจะไม่ได้ตั้งเป้ามากมายเป็นเรื่องของตัวเงิน แต่ถ้าจะทำอะไรแล้วอยากให้มันดีที่สุด แค่นั้นเอง”

มีดวงด้านการลงทุน?
อิน – “อันนี้ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่อินมีดวงเรื่องเพื่อนดีพี่ดีครับ”

ครอบครัวทำธุรกิจ แล้วเราต้องมาทำเอง กดดันไหมที่ต้องพิสูจน์ตัวเองให้ครอบครัวเห็น?
อิน – “ไม่กดดันครับ เพราะที่บ้านไม่กดดัน พอเข้ามาทำเต็มตัว มันก็ยากกว่าที่คิดไว้ เรายังใหม่ เพิ่งอายุ 27 เวลาลงมือทำเรื่องต่างๆ ก่อสร้าง มาร์เก็ตติ้ง เพราะเราทำทุกด้าน ก็ต้องทำให้เต็มที่ พอกลับไปเป็นธุรกิจที่บ้านก็ต้องดูตั้งแต่เดินระบบน้ำประปา เดินระบบไฟฟ้า เลยรู้สึกว่าต้องแยกระบบประสาทดีๆ ส่วนใหญ่จะทำงานกับปะป๊า”

ด้วยความแตกต่างของวัย เคยมีความคิดขัดแย้งกันไหม?
อิน – “มีครับ เหมือนทำงานกับผู้ใหญ่ในวงการเลยครับ คือผู้ใหญ่มากประสบการณ์เขาเก่งกว่าเราอยู่แล้ว บางทีเราก็อยากมีมุมมองใหม่ๆ ไปนำเสนอเขา ก็ต้องใช้ความเข้าใจกัน การทำงานกับผู้ใหญ่อินว่าดีนะ คือพอเป็นเด็กวัยรุ่นส่วนใหญ่จะชอบเรียกร้องให้ผู้ใหญ่เข้าใจเด็ก แต่ถ้าได้ทำงานกับผู้ใหญ่จริงๆ แล้วเราก็ต้องเข้าใจผู้ใหญ่เหมือนกัน แค่ต่างวัยถ้าเข้าใจกันได้จะช่วยกันได้เยอะมาก เอาความคิดใหม่ๆ ของเราไปใส่กับประสบการณ์ของเขา มันไปได้ไกลกว่าเด็กทำเองหรือผู้ใหญ่ทำเอง”

พอมีปัญหาความขัดแย้งกับพ่อ แยกแยะได้ไหมสถานะพ่อกับลูกหรือสถานะการทำงาน?
อิน – “แยกแยะครับ พาร์ตทำงานคือทำงานเลย พอเลิกงานกลับบ้านก็จบ ไม่เกี่ยวเรื่องงาน ยิ่งทำงานด้วยกันยิ่งรู้สึกโชคดีมาก มีโอกาสได้ทำงานด้วยกันทุกวันก็สนิทกันมากขึ้นครับ”

พ่อได้ดูละคร “คุณหมีปาฏิหาริย์” หรือยัง มีคอมเมนต์ยังไงบ้าง?
อิน – “ดูแล้ว ปะป๊าเนี่ยจริงๆ แล้วเป็นตัวแทนรุ่นผู้ใหญ่เลยนะ ตอนแรกไม่เข้าใจเลย ก็ต้องชวนดูชวนคุย อธิบาย ก็เข้าใจและยอมรับมากขึ้น ตอนแรกจะไม่อยากดู ขนาดเราเป็นลูกเล่นเอง จะเห็นแววตาหรือท่าทางไม่เข้าใจเหมือนละครทั่วไปที่เราเคยเล่นมาก่อน ตอนแรกพ่อไม่เข้าใจเลยคำว่าซีรีส์วาย”

เขามีต่อต้านคัดค้านไหม?
อิน – “ไม่ถึงขนาดคัดค้าน แต่อาจไม่ได้สนับสนุนเต็มที่เหมือนเรื่อง อื่นๆ ในตอนแรกนะที่เขายังไม่เข้าใจ เขาก็ยังลังเลว่าทำไมถึงมีละครประเภทนี้ คิดว่าเป็นเรื่องของเจเนอเรชั่น คนเราโตในวัยที่แตกต่างกัน อินก็เข้าใจเขา สุดท้ายคุยกันแล้วเขาก็เข้าใจ ตอนนี้เขารู้ทุกอย่างเลย”

วีรนุช จันทำ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน