บอกเลยว่าร้านขวัญใจไฮโซ “โพรวองซ์” ไม่ได้ขึ้นชื่อแต่เฉพาะก๋วยเตี๋ยวเรือ
ซึ่งก๋วยเตี๋ยวเรือของเขาโด่งดังมา 3 ทศวรรษ ตั้งแต่เปิดขายที่เพนนินซูล่า จนตอนนี้ย้ายมาปักหมุดสวยหรูไฮเอนด์บนห้างเกษร ชั้น L แฟนๆ ก็ยังตามมากิน เพิ่มเติมลูกหลานนั่งเต็มโต๊ะ

ได้ยินเหล่าเซเลบรุ่น 50 อัพ คุยกันว่ารสชาติ 30 ปีที่แล้วเป็นยังไง เดี๋ยวนี้ก็ยังรสนั้น
อร่อยน้ำต้มกระดูกที่เคี่ยวจนข้นจากสมุนไพรและเครื่องเทศ รสชาติมาเต็ม หวานเปรี้ยวนำเค็มตาม แทบไม่ต้องปรุงเพิ่ม เติมแค่พริกป่นเฉพาะคนกินเผ็ด
แม้เป็นสูตรอยุธยา แต่น้ำตกไม่เลือดสาด ซุปที่ข้นนัวก็เพราะกะทิ หอมมันอีกต่างหาก
ล่าสุดเพิ่มกากหมูเจียวกระเทียมแห้งๆ เสิร์ฟคู่แคบหมูและผักสด ให้ก๋วยเตี๋ยวเรือโอชะขึ้น ขายชามละ 160 บาท
ความอร่อยอมตนิรันดร์กาลนี้ เพราะ “โพรวองซ์” ได้แม่ครัวตั้งแต่ยุคเปิดร้านแรกที่เพนนินฯ จนตอนนี้คุณป้าวัย 60 กว่าแล้ว ก็ยังปักหลักอยู่กับครัวที่นี่แต่อย่างที่เกริ่นไว้ ช่วงหลังๆ มีความเด็ดนอกเมนู ที่ทางร้านเองยังเซอร์ไพรส์

คุณโด-ดอมินิค วินเซ่น สุทธิรักษ์ ผู้จัดการร้าน Provence ยอมรับว่า ส้มตำเป็นเมนูที่สั่งแทบทุกโต๊ะ ที่ผ่านมาร้านก็มี “ข้าวมันส้มตำ” ซึ่งปรุงพิถีพิถันมาก เป็นส้มตำไทยคู่หมูฝอย แต่ปรากฏว่าลูกค้าถามหาตำปลาร้า ย้ำด้วยว่าต้องนัวแซ่บ เอารสที่แม่ครัวเด็กเสิร์ฟกิน
เราจัดให้ตามคำขอ เพราะคุณป้าแม่ครัวก็ยืนหนึ่งเรื่องนี้ เพียงแต่ปลาร้าต้องต้มสุก วัตถุดิบต้องสะอาด ปูก็ใช้ปูจืดตัวใหญ่ ซึ่งตำไปตำมา ลูกค้าติดใจ บางคนมาสั่งตั้งแต่ห้างเปิด

รสแซ่บนัวตามสเป๊ก เพราะแม่ครัวมือหนักแต่จะเบามือเรื่องเผ็ด แต่ถ้าใครชอบความท้าทาย บอกได้ ระดับพริกหมดสวนเราก็ตำ

คุณโดแอบกระซิบว่า จานนี้ไม่อยู่ในเมนูร้าน เป็นเมนูลับที่รู้กันเฉพาะลูกค้ากับแม่ครัว ขายครกละ 170 บาท

กินให้หายอยากคู่เมนูซิกเนเจอร์ ไม่ว่า ก๋วยเตี๋ยวเรือ ข้าวซอยเป็ดกรอบ ฯลฯ แล้วตบท้ายของหวานระดับตำนาน “กล้วยไข่เชื่อม”

อีกมื้อประทับใจ อิ่มหนำสุดสำราญ
มาดามคูซีน

