วันศุกร์ที่ 15 เม.ย. 2565 น้อมรำลึกครบรอบ 81 ปี ชาตกาล “พ่อท่านดำ จันทสโร” หรือพระครูนิภาวิหารกิจ อดีตเจ้าอาวาสวัดใหม่นภาราม ต.พร่อน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส พระสงฆ์รูปหนึ่งที่มีอัธยาศัยดี สมถะ มีเมตตาธรรม มีศีลาจารวัตรเคร่งครัดต่อพระธรรมวินัย จนเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของบรรพชิตและประชาชน
ที่สำคัญในฐานะเกจิอาจารย์ผู้เรืองเวทแก่กล้าในพลังจิตพุทธาคม ท่านโด่งดังไกลข้ามพรมแดนไปยังประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ ตลอดแหลมมลายู
อัตโนประวัติ นามเดิมชื่อ ดำ พูลเทพ เกิดเมื่อวันที่ 15 เม.ย.2484 ที่บ้านโคกไผ่ หมู่ที่ 2 ต.พร่อน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เป็นบุตรของนายจันทร์และนางจันทร์ พูลเทพ
เมื่ออายุครบ 20 ปี เข้าพิธีอุปสมบทเพื่อแสดงกตัญญูกตเวทีแด่โยมบุพการี และสืบทอดพระพุทธศาสนา เมื่อวันที่ 26 ก.ค.2504 ที่พัทธสีมาวัดใหม่นภาราม ต.พร่อน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส สำเร็จญัตติจตุตถกรรม เมื่อเวลา 14.00 น. มีพระครู นิภัทรการัญญู วัดประชุมชลธาดา เป็นพระอุปัชฌาย์, พระสมุห์พ่วง วัดบางนรา เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอธิการนุ้ย วัดใหม่นภาราม เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายา จันทสโร
หลังอุปสมบท ย้ายไปจำพรรษาอยู่ที่ วัดประชาภิรมย์ อ.เมือง จ.นราธิวาส ได้ปฏิบัติในหน้าที่ของพระนวกะตามพระวินัยโดยเคร่งครัด ทั้งได้กระทำกิจวัตร คือ อุปัชฌายวัตร อาจริยวัตรด้วยดีตลอดมา ได้ศึกษาพระปริยัติธรรมสอบได้นักธรรมตรี โท และนักธรรมชั้นเอกตามลำดับ
อีกประการหนึ่ง ท่านชมชอบทางด้านวิทยาคม จึงได้ไปศึกษากับพ่อท่านครน ปุณณสุวัณณมหาเถร วัดจุตตมาราม (บางแซะ) รัฐกลันตัน มาเลเซีย
นอกจากนี้ ยังได้ไปเรียนวิชาอาคมจากอาจารย์ต่างๆ หลายแห่ง อาทิ พ่อท่านดี วัดสังฆสิทธาราม พ่อท่านคง วัดพุทธ หลวงพ่อปี้ วัดลานหอย พระอาจารย์บก สำนักสงฆ์วิปัสสนา พ่อท่านคง วัดเกษรธิการาม เป็นต้น
เมื่อศึกษาเจนจบแล้ว หลังออกพรรษา ก็แบกกลดสะพายบาตรแสวงหาความวิเวกตามป่าเขาลำเนาไพร คร่ำเคร่งธุดงค์ไปทั่วภาคเหนือ ลาว พม่า โดยเดินทางด้วยเท้าเปล่าผ่านจังหวัดหนึ่งไปสู่อีกจังหวัดหนึ่ง ค่ำไหนนอนนั่นกางกลด ทำวัตรสวดมนต์ พักผ่อนนั่งภาวนากันตรงนั้น เช้าออกบิณฑบาตฉันจังหัน จากพระสงฆ์ที่อยู่ในวัดอันอุดมสมบูรณ์ ฉันวันละสองมื้อมาสู่ความเป็นพระป่าฉันวันละมื้อ บางมื้อก็อด
คราใดธุดงค์ผ่านป่าผ่านเขาไม่มีบ้านคนอาศัยก็ต้องพึ่งผลหมากรากไม้ในป่าเป็นเครื่องขบฉัน พอประทังชีวิตอยู่ได้
สำหรับเกียรติคุณในด้านการปกครองและด้านอื่นๆ ย่อมประจักษ์แก่สายตาประชาชนทั่วไป กอปรด้วยความประพฤติปฏิบัติชอบตามวิสัยสมณเพศ มีสติปัญญาวิสัยทัศน์ เป็นพระที่พูดจริงทำจริง ขยันหมั่นเพียร
นับตั้งแต่ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสด้านบริหารปกครอง สร้างคุณูปการไว้มากมาย
ลำดับผลงานปกครองและสมณศักดิ์ พ.ศ.2518 ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดใหม่นภาราม พ.ศ.2524 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูนิภาวิหารกิจ พ.ศ.2527 เป็นเจ้าคณะตำบลพร่อน เขต 2
พ.ศ.2528 เป็นพระอุปัชฌาย์ พ.ศ.2538 เลื่อนสมณศักดิ์สัญญาบัตรพัดยศเป็นเจ้าคณะตำบลชั้นโท
พ.ศ.2543 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์สัญญาบัตรเทียบเท่าเจ้าคณะอำเภอชั้นเอก
ทั้งนี้ วัดใหม่นภาราม ได้รับการพัฒนาเพียบพร้อมด้วยเสนาสนะถาวรวัตถุ อาทิ บูรณะฐานบัวบรรจุอัฐิ บูรณะศาลาการเปรียญ สร้างศาลาธรรมสังเวช สร้างกุฏิ สร้างโบสถ์ด้วยหินอ่อนด้วยการครอบคลุมโบสถ์เก่าไว้ สร้างศาลา พิพิธภัณฑ์ สร้างวิหาร เป็นต้น ทำให้วัดใหม่นภารามมีความเจริญรุ่งเรืองมาโดยตลอด
เป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีพลังจิตตานุภาพสูง วัตถุเครื่องรางของขลังที่ปลุกเสกไว้คุ้มครองผู้นำติดตัวก่อปาฏิหาริย์มากมาย จนเป็นที่ประจักษ์แก่เหล่าทหารที่ส่งไปรักษาความสงบในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส
หลังจากอุทิศตนกรำงานหนักตลอดระยะเวลา ในช่วงบั้นปลายของชีวิตความไม่เที่ยงของสังขาร พ่อท่านเริ่มอาพาธบ่อยครั้งด้วยโรคประจำตัว ความดันโลหิต เบาหวาน รับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ
กระทั่งเมื่อวันที่ 2 ธ.ค.2551 มรณภาพอย่างสงบ สิริอายุ 67 ปี พรรษา 47