ศึกษาเรียนรู้วิชากฎหมายสงฆ์‘คดีพระ-คดีความ’
“… เมื่อได้ยินได้ฟังคำตำหนิก็ดี คำชื่นชมก็ดี จงทำใจซื่อๆ ไม่เอียงไม่อวด มีสติคุ้มครองตนอยู่เช่นนี้ นับว่าไม่หลงโลกแล้ว…” คติธรรม พระมหาอ้าย ธีรปัญโญ วัดนาคปรก ภาษีเจริญ กรุงเทพฯ

…เริ่มต้นคอลัมน์ในสัปดาห์นี้ ขอแนะนำหนังสือดีจากสำนักพิมพ์อมรินทร์ธรรมะ นำเสนอ “อ่านคนจากใบหน้า” ผู้เขียน : เซี่ยหยวนจิ่น … สอนวิธีสังเกตใบหน้าของคนให้กับคุณ มีตัวอย่างใบหน้าที่เป็น สามมิติ 100 แบบ ซึ่งจะบอกรายละเอียดต่างๆ ให้คุณได้รู้ว่า คนที่มีลักษณะใบหน้าแบบไหนเป็นคนดี คนที่มีลักษณะใบหน้าแบบไหนเป็นคนไม่ดี จะช่วยให้คุณรู้จักตัวเองและคนอื่นมากยิ่งขึ้น หนังสือเล่มนี้จะบอกคุณลักษณะของใบหน้า อาทิ 3 ส่วนบนใบหน้าของคุณจะทำให้คุณได้รู้โชคชะตาในปีนั้น, จากจมูก ตา หู ปาก และคิ้ว จะทำให้รู้ได้ถึงบุคลิกของคนคนนั้น, 12 ส่วนบนใบหน้าจะทำให้คุณรู้ชะตาชีวิตของตัวเอง ใบหน้าแต่ละส่วน ทำให้คุณวิเคราะห์คนคนหนึ่งได้ วิเคราะห์ตัวคุณเองได้ และทำให้คุณดูคนที่อยู่รอบตัวของคุณออกว่าใครเป็นคนดี และใครที่ควรอยู่ห่าง สำหรับชีวิตประจำวัน เราสามารถใช้การวิเคราะห์ใบหน้ามาทำความรู้จักคนคนหนึ่งให้ดีมากขึ้นได้ อย่างเช่น คนคนนี้เป็นคนใจดีหรือเปล่า? เป็นคนก้าวร้าวหรือเปล่า? การวิเคราะห์ใบหน้าจะช่วยให้คุณจัดการ ความสัมพันธ์กับพวกเขาได้ สำนักพิมพ์วารา จัดพิมพ์ ราคา 350 บาท

…“คดีพระ คดีความ” ผู้เขียน : ดร.สุพิศ ปราณีตพลกรัง … เรื่องของวัด พระภิกษุสงฆ์ ตลอดจนประชาชนทั่วไปนั้น เป็นเรื่องที่มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะต้องอาศัยพึ่งพาซึ่งกันและกันตั้งแต่ในระดับความเป็นสถาบันในชุมชนหรือเกี่ยวข้องกันในระดับหน่วยเล็ก โดยมีเรื่องของความศรัทธาเป็นจุดเกาะเกี่ยว หากขาดสิ่งนี้แล้วก็จะก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ติดตามมาหลายประการในแง่ของประชาชนทั่วไปนั้น มักจะไม่ค่อยทราบเกี่ยวกับเรื่องกฎเกณฑ์ของวัดหรือทางพระมากนัก เพราะอาจจะเห็นว่าเป็นเรื่องที่ไกลตัวและไม่กล้าที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวในขณะที่โลกก็มีการเปลี่ยน แปลงไป ทำให้ข่าวในทางที่ไม่ดีเกี่ยวกับพระมีการเผยแพร่ออกมาทางสื่อต่างๆ และก่อให้เกิดความงุนงงสงสัยแก่ผู้รับรู้ หนังสือเล่มนี้ ให้เนื้อหาเกี่ยวกับกฎหมายสงฆ์ พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505, ความผิดเกี่ยวกับศาสนา, พระภิกษุกับมรดก, พระภิกษุกับการเป็นพยานในคดี, เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับพระภิกษุ และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยในเล่มได้ให้เนื้อหาละเอียด เรียบเรียงไว้เป็นหมวดหมู่ชัดเจน เข้าใจง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังศึกษาวิชากฎหมายสงฆ์ ผู้ที่ต้องเกี่ยวข้องกับกฎหมาย และผู้ที่สนใจทั่วไป สำนักพิมพ์นิติธรรม จัดพิมพ์ 280 บาท

…นิตยสารพระเครื่องคุณภาพ ส่งมาให้ 1 เล่ม นิตยสารพระเครื่อง “อภินิหาร” ฉบับประจำเดือนเมษายน 2565 ปกหน้า พระพุทธชินสีห์ กรุวัดใหญ่ หรือวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ พิษณุโลก พระกรุยอดนิยมที่หายากมาก เด่นในฉบับกับสกู๊ปเรื่องราวของพระพุทธชินราช ศาสดา และชินสีห์ ความเป็นมาของพระพุทธรูปสำคัญของประเทศไทย 3 องค์ ปัจจุบัน พระพุทธชินราช ประดิษฐานอยู่ ณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ พิษณุโลก ส่วนพระศาสดาและพระพุทธชินสีห์ ประดิษฐานอยู่ ณ วัดบวรนิเวศ กรุงเทพฯ ส่วนอีกเรื่อง เป็นเรื่องราวเหรียญ เม็ดแตง พระอาจารย์นำ ชินวโร วัดดอนศาลา จ.พัทลุง
…แล้วพบกันใหม่ในสัปดาห์หน้า

หนังสือ … ‘ไม่ว่าจะดีหรือร้าย สุดท้ายก็ต้องผ่านไป’
ผู้เขียน … พระครูปลัดบัณฑิต อินทเมธี (องค์ม่อน)
จัดพิมพ์ … สำนักพิมพ์วิช
ราคา … 29 บาท
ในทางพระพุทธศาสนา ได้กล่าวถึงโลกธรรม 8 ประการ คือ สุข ทุกข์ มียศ เสื่อมยศ มีลาภ เสื่อมลาภ สรรเสริญ นินทา โดยแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายอนิฏฐารมณ์ อารมณ์ที่ไม่น่าปรารถนา ได้แก่ ทุกข์ เสื่อมยศ เสื่อมลาภ นินทา อีกฝ่ายเรียกว่า อิฏฐารมณ์ อารมณ์ที่น่าปรารถนา ได้แก่ สุข มียศ มีลาภ สรรเสริญ
โดยพระพุทธองค์ทรงยืนยันว่า ทั้งฝ่ายที่น่าปรารถนาและไม่น่าปรารถนานั้น ย่อมเกิดขึ้นกับมนุษย์ทุกคน เราจะเลือก อยากได้แต่ฝ่ายที่น่าปรารถนาอย่างเดียวย่อมเป็นไปไม่ได้ ทุกเวลานาทีในการดำเนินชีวิต จึงมีทั้งสุขและทุกข์สลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามาในชีวิต ให้เราโศกเศร้า เสียใจ ดีใจ ยิ้ม หัวเราะ อยู่แบบนี้ในแต่ละวันแต่ละคืน
จึงเป็นเรื่องที่ธรรมดามากๆ ที่เราจะประสบพบเจอทั้ง 2 ด้านนี้ และเมื่อเราสามารถเข้าใจ และยอมรับ ในความจริงข้อนี้ได้ คำถามต่อไปก็คือ แล้วเราจะทำอย่างไร เมื่อชีวิตต้องเผชิญกับทั้งความสุข และความทุกข์
การวางใจให้ถูกที่ รักษาใจให้ถูกทาง ไม่ทุกข์เกินจริง เมื่อความทุกข์เข้ามากระทบ ไม่สุขเกินไป เมื่อความสุข ความดีใจ เกิดขึ้นในชีวิต
ในวันที่ความทุกข์โหมกระหน่ำเข้ามาเต็มหัวใจ ก็เหลือพื้นที่ให้ความสุขหลงเหลืออยู่บ้าง ในวันที่ความสุขมันเปี่ยมล้นในหัวใจ ก็เผื่อใจไว้บ้างว่า สักวันความทุกข์จะเข้ามาแทนที่ เราจึงควรมองว่า สุขหรือทุกข์นั้นเป็นเพียงแขกเจ้าประจำของชีวิต ที่แวะเวียนมาเยี่ยมเยียนเราอยู่เป็นประจำ ถ้าพวกเราลองนึกถึงเรื่องราวในชีวิตที่ผ่านมา บางครั้งเราก็หัวเราะทั้งน้ำตา บางทีมีเรื่องเสียใจที่สุด แต่ก็มีบางเรื่องทำให้เรายิ้มได้
หน้าที่ของเราจึงไม่ใช่หน้าที่สุขหรือทุกข์ หน้าที่ของเรา คือ มีสติรู้ตัว ทุกครั้งที่ความสุขและความทุกข์เข้ามาในชีวิต เหมือนกรรมการยืนดูนักมวยต่อยกันบนเวที เราเปรียบเหมือนกรรมการบนเวที นักมวยฝ่ายแดงกับน้ำเงิน เปรียบเหมือนความสุขและความทุกข์ ที่ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะ หากวันนี้รู้สึกทุกข์ที่สุดในชีวิต จงบอกกับตัวเองว่า “ก็แค่ทุกข์ผ่านเข้ามาในชีวิต”
เพราะสุดท้าย ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ จะหนัก จะเบา ทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิต ก็จะผ่านไปตามกาลเวลา
“ไม่ว่าจะดีหรือร้าย สุดท้ายก็ต้องผ่านไป” โดย พระครูปลัดบัณฑิต อินทเมธี พระธรรมวิทยากร รองประธานเครือข่ายธรรมะอารมณ์ดี ฝ่ายวิชาการ เมตตามอบสาระธรรมซึ่งเป็นการถ่ายทอดเรื่องราวต่าง ๆ ที่แฝงด้วยปรัชญาข้อคิดและธรรมะของพระพุทธองค์ เพื่อใช้เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจและเป็นหลักในการดำเนินชีวิตให้พบกับความสุขที่แท้จริง